×

กรมลดโลกร้อนเปิดแผนรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ 2569-2573 ดัน 6 สาขาหลัก ยกระดับเกราะป้องกันประเทศ

โดย THE STANDARD TEAM
14.09.2026
  • LOADING...
ภาพเจ้าหน้าที่กรมลดโลกร้อนกำลังนำเสนอแผนรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

วันนี้ (14 กันยายน) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) จัดการประชุมเผยแพร่แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขาของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2573 เพื่อขับเคลื่อนกรอบแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP)

 

พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เปิดเผยว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุชัดเจนว่า ช่วงปี 2558–2568 เป็น 11 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกสถิติ นอกจากนี้ สถานการณ์เอลนีโญในปี 2569 ยังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ โดยมีดัชนีความร้อนสัมพัทธ์สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.3 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มเกือบ 100% ที่จะคงอยู่ต่อไปจนถึงปี 2570

 

ความน่ากังวลดังกล่าวยังสอดคล้องกับรายงาน Climate Risk Index 2026 ของ Germanwatch ที่ประเมินว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว โดยในปี 2567 ไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 17 ของโลก สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ

 

อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ กล่าวเน้นย้ำว่า ความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วโลกพิสูจน์ให้เห็นว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องของความมั่นคงและการพัฒนาประเทศในระยะยาว ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องแปลงเป้าหมายระดับโลก อาทิ กรอบงาน UAE Framework for Global Climate Resilience และตัวชี้วัด Belém Adaptation Indicators จากการประชุม COP30 มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ โดยจะขับเคลื่อนครอบคลุม 6 สาขาสำคัญ ได้แก่

 

  • การจัดการทรัพยากรน้ำ
  • การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร
  • การท่องเที่ยว
  • สาธารณสุข
  • การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
  • การตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์

 

สำหรับแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ พ.ศ. 2569–2573 จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนกรอบทิศทางไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปบูรณาการร่วมกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และงบประมาณ ตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังผลักดันระบบการติดตาม ประเมินผล รายงาน และการเรียนรู้ (MERL) โดยเชื่อมโยงกับการรายงานความโปร่งใสรายสองปี (BTR) ภายใต้กรอบ UNFCCC เพื่อยกระดับความก้าวหน้าของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

 

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (GGGI) โดยมุ่งเป้าหมายสูงสุดคือ ความสำเร็จของแผนฉบับนี้จะไม่ได้วัดจากความสมบูรณ์ของรูปเล่มรายงาน แต่วัดจากผลสัมฤทธิ์ในการนำไปปฏิบัติจริง ที่สามารถลดความเสี่ยง เพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว และสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising