×

Gastech 2026 กลับไทยในรอบ 18 ปี เบื้องหลัง ‘ทีเส็บ’ ดึงเวทีพลังงานโลก คาดสร้างมูลค่า 1.5 หมื่นล้าน [PR News]

โดย THE STANDARD TEAM
16.09.2026
  • LOADING...
ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ‘Gastech’ มหกรรมด้านพลังงานระดับโลก ก่อนใช้เวลาถึง 18 ปี กว่าที่ Gastech จะกลับมาจัดขึ้นที่เมืองไทยอีกครั้ง

 

ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย โดยการขับเคลื่อนสำคัญของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ที่ร่วมมือกับกระทรวงพลังงานอย่างเข้มแข็งเพื่อให้งานด้านพลังงานระดับโลกเกิดขึ้นที่ประเทศไทย

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 1

 

คำถามคือ อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้มหกรรมพลังงานระดับโลกตัดสินใจหวนคืนสู่ประเทศไทย? และงานนี้จะส่งผลเชิงบวกต่อประเทศอย่างไรบ้าง?

 

THE STANDARD ได้ร่วมพูดคุยกับ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ถึงเบื้องหลังความสำเร็จในการคว้าสิทธิ์จัดงานใหญ่ระดับโลกอย่าง Gastech 2026 มาไว้ที่ไทยได้อีกครั้ง

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 2

 

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB)

 

Gastech กลับมาในวันที่โลกพลังงานไม่เหมือนเดิม

 

แม้ Gastech จะถูกจดจำในฐานะเวทีของอุตสาหกรรมก๊าซและพลังงาน แต่วันนี้ขอบเขตของงานได้ขยายไปไกลกว่านั้น

 

ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า Gastech 2026 เป็นงานในรูปแบบ ‘Confex’ หรือการรวม Conference และ Exhibition ไว้ในงานเดียว มี Conference มากกว่า 200 Sessions และผู้เชี่ยวชาญราว 800-1,000 คนจากทั่วโลก ขณะที่เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ก๊าซ พลังงานทดแทน Carbon Solutions ไปจนถึง AI ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทกับอุตสาหกรรมพลังงานมากขึ้น

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 3

 

ความสำคัญของงานเพิ่มขึ้นตามโจทย์พลังงานโลก เมื่อหลายประเทศมุ่งสู่ Clean Technology, Climate Change, Carbon Footprint และ Net Zero พร้อมเร่งหาเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด

 

“ปัจจุบันมิติทางด้านพลังงานเกื้อหนุนและคาบเกี่ยวกันในหลายด้าน ทั้งพลังงานทดแทน ก๊าซ AI ตลอดจน Carbon Solutions ขณะเดียวกันนานาประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับประเด็น Carbon Footprint, Climate Change และเป้าหมาย Net Zero การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดจึงต้องพึ่งพาพลังของนวัตกรรม เทคโนโลยี และการผสาน AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในภาคพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม”

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 4

 

Gastech หมุนเวียนจัดตามภูมิภาค ซึ่งความพร้อมของเจ้าภาพคือสิ่งสำคัญ ตอนไทยเป็นเจ้าภาพปี 2008 มีผู้เข้าร่วมเกือบ 20,000 คน ส่วน Gastech 2026 ขยายตัวขึ้นคาดมีผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน และรัฐมนตรีพลังงานราว 15 ประเทศ

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 5

 

ทำไม ‘Gastech 2026’ ต้องมาจัดที่ประเทศไทย

 

เหตุผลเบื้องหลังนั้น ดร.ศุภวรรณชี้ให้เห็นว่า กรุงเทพฯ มีความพร้อมด้านทำเลใจกลางอาเซียน ศูนย์กลางการบิน และโรงแรมหลากระดับที่รองรับคนได้จำนวนมาก จึงเดินทางสะดวกสำหรับผู้ร่วมงานทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ไทยยังเป็น ‘จุดนัดพบ’ ทางธุรกิจอย่างลงตัว ช่วยเชื่อมผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานจากยุโรปเข้ากับนักลงทุนและผู้ประกอบการในเอเชีย

 

“เนื่องจากยุโรปเป็นศูนย์กลางสำคัญของธุรกิจเทคโนโลยี เราจึงเห็นผู้เข้าร่วมจากภูมิภาคดังกล่าวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยใช้งานนี้เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงและแสวงหาความร่วมมือกับกลุ่มนักลงทุนในเอเชีย”

 

นอกจากการเดินทางเชื่อมต่อแล้ว ไทยยังมีจุดแข็งเรื่องการสร้างประสบการณ์ ตั้งแต่อาหาร ชุมชน หัตถกรรม Wellness ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งสามารถต่อยอดการเดินทางของผู้เข้าร่วมและผู้ติดตามออกไปนอกพื้นที่จัดงานได้

 

สร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 1.5 หมื่นล้าน

 

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันทีจากการดึงงานขนาดนี้เข้าประเทศคือเม็ดเงินจากผู้เดินทางกว่า 50,000 คน ดร.ศุภวรรณให้ข้อมูลว่า หากประเมินว่าเฉพาะมูลค่าเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน โดยยังไม่รวมคำสั่งซื้อหรือดีลทางธุรกิจภายในงาน จะมีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เนื่องจากผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายต่อหัวสูง ขณะที่บางส่วนเดินทางมาพร้อมผู้ติดตามหรือคู่สมรส

 

“เม็ดเงินสะพัดจากการจัดงานเพียงอย่างเดียว คาดว่าจะแตะราว 15,000 ล้านบาท โดยยังไม่รวมมูลค่าคำสั่งซื้อทางธุรกิจ เนื่องจากผู้ร่วมงานกลุ่มนี้เป็นผู้มีกำลังซื้อสูงและมักเดินทางมาพร้อมผู้ติดตาม ซึ่งประเทศไทยพร้อมตอบโจทย์ครบครัน ทั้งการท่องเที่ยววิถีชุมชน อาหาร วัฒนธรรมหัตถกรรม สปาเพื่อสุขภาพ Wellness รวมถึงการช้อปปิ้ง”

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 6

 

มากไปกว่านั้น ทีเส็บยังต่อยอดการเดินทางของผู้ร่วมงานออกไปนอกพื้นที่จัดงาน ทั้งการเดินทางต่อไปยังจุดหมายอย่างภูเก็ตหรือเชียงใหม่ รวมถึงโปรแกรมสำหรับผู้ติดตาม เพื่อให้การใช้จ่ายของนักเดินทางจากอุตสาหกรรม MICE กระจายออกไปสู่การท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ มากขึ้น

 

การเลือกสรรงานต้องเลือกงานที่ตรงตามคุณค่าและเทรนด์

 

หนึ่งในภารกิจหลักของทีเส็บคือการดึงงานประชุม งานแสดงสินค้า และ Mega Events ระดับนานาชาติเข้ามาจัดในไทย อย่างไรก็ตาม ดร.ศุภวรรณ เน้นย้ำว่า เป้าหมายปัจจุบันไม่ใช่การเพิ่มจำนวนงาน แต่เป็นการคัดสรร ‘ประเภทงาน’ อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้งบประมาณและทรัพยากรเกิดผลตอบแทนคุ้มค่าสูงสุดต่อประเทศ

 

นั่นทำให้ทีเส็บจึงมุ่งเน้นงานที่สอดรับกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Future Energy, Future Food, Wellness, Longevity และ Advanced Manufacturing ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีอย่าง AI, Robotics และ Humanoid

 

“เราไม่ได้มุ่งดึงงานทั่วไปเข้ามาทั้งหมดแบบในอดีต แต่ต้องคัดสรรอย่างละเอียดว่าเป็นอุตสาหกรรมใด เพื่อใช้จัดสรรงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด งานที่เลือกนำเข้ามาต้องตอบโจทย์นโยบายภาครัฐ พร้อมทั้งสอดรับกับเทรนด์การเติบโตในระดับภูมิภาคด้วย”

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 7

 

Gastech เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะพลังงานเป็นทั้งอุตสาหกรรมที่ไทยมีฐานอยู่แล้ว และเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของภูมิภาคจากการเติบโตของเศรษฐกิจ ความต้องการใช้ไฟฟ้า และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทำให้ทางทีเส็บและกระทรวงพลังงานเล็งเห็นถึงประโยชน์และดึงงานนี้ให้เกิดขึ้นในไทย

 

นอกจากนี้ ทีเส็บยังมองว่าการดึงงานระดับโลก ต้องสร้างคุณค่า 2 ชั้นให้กับประเทศ คือ เม็ดเงินที่กระจายสู่ธุรกิจ MICE และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรม ขนส่ง และโลจิสติกส์ พร้อมทั้งช่วยเชื่อมอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างพลังงานไทยเข้ากับเทคโนโลยี เครือข่าย และเงินลงทุนระดับโลก

 

จากการดึง ‘คนมางาน’ สู่การยก Global Platform มาไว้ในไทย

 

ผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมในประเทศนับเป็นคุณค่าสำคัญอีกประการหนึ่งของงาน MICE ระดับนี้ สำหรับ Gastech ผู้ประกอบการด้านพลังงานในไทย ครอบคลุมตั้งแต่ก๊าซ LNG น้ำมัน พลังงานสะอาด ไปจนถึงพลังงานทดแทน สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์กรระดับสากลได้โดยตรงภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดของ SMEs ที่ขาดงบประมาณในการเดินทางไปต่อยอดเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ

 

ความเคลื่อนไหวภายในงานครอบคลุมตั้งแต่การนัดหมายเจรจาทางธุรกิจและการหารือระหว่าง Pavilion ไปจนถึงการเซ็นสัญญาข้อตกลงจริง ซึ่งขยายผลเกินกว่าเพียงการสร้างเครือข่าย

 

“การนำงานระดับโลกเข้ามาจัดในไทย ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกขนาด โดยเฉพาะ SMEs ได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจโดยไม่ต้องบินไปต่างประเทศ เนื่องจากเราได้ยกแพลตฟอร์มระดับโลกมาไว้ที่นี่แล้ว ทำให้เกิดการนัดหมาย เจรจาซื้อขาย และตกลงความร่วมมือทางธุรกิจในรูปแบบ B2B ได้ทันทีภายในงาน”

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 8

 

ทีเส็บและกระทรวงพลังงานคาดว่าความร่วมมือ นวัตกรรม และการลงทุนในภาคพลังงาน โดยเฉพาะ Data Center และ AI จะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนการปรับตัวของพลังงานหมุนเวียนและระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันเทคโนโลยี

 

ทีเส็บเดินหน้าดึงงานระดับโลกมาไว้ที่ไทย

 

วิสัยทัศน์นี้ยังเห็นได้ชัดจากพอร์ตเมกะอีเวนต์สากลที่ทีเส็บวางแผนดึงเข้ามาจัดต่อเนื่อง ถัดจาก Gastech ทั้งในมิติ AI และเทคโนโลยี ซึ่งมีการเจรจาถึงมหกรรมระดับโลก

 

ยกตัวอย่างงาน South by Southwest หรือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น COP33 ไปจนถึงอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ฮิวมานอยด์ ตลอดจนกิจกรรมกลุ่ม Pride โดยทีเส็บมองว่าความสำเร็จไม่ได้จบแค่เม็ดเงินจับจ่ายของผู้เดินทาง แต่คือการต่อยอดไปสู่โอกาสการลงทุนและเครือข่ายทางธุรกิจในหลากหลายภาคส่วน ดังนั้น หัวใจสำคัญจึงยังคงเป็นการเปลี่ยนคำถามจากการมองแค่ว่า “งานนี้ดึงคนเข้าประเทศได้เท่าไร” ไปสู่ “งานนี้จะช่วยเชื่อมประเทศไทยเข้ากับอุตสาหกรรมอนาคตใดได้บ้าง”

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 9

 

ในกลุ่ม Robotics และ Humanoid ทีเส็บระบุว่าไทยสามารถดึงงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาได้แล้ว โดยมีเป้าหมายให้นักนวัตกรรมและผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลกเข้ามารวมตัวกันในไทยในปี 2030

 

เมื่อมี Online Meeting การเดินทางมางานต้อง ‘คุ้ม’ กว่าเดิม

 

การดึงงานสากลเข้าประเทศมีการแข่งขันสูงขึ้น เพราะอุตสาหกรรม MICE ต้องรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจ ต้นทุนเดินทาง ราคาพลังงาน ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเติบโตของออนไลน์และ Hybrid Meeting ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องเดินทางทุกครั้ง ดังนั้น การตัดสินใจบินมาร่วมงานจึงต้องมีเหตุผลรองรับที่หนักแน่นพอ

 

“ในยุคที่การประชุมออนไลน์และ Hybrid Meeting กลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อผู้คนตัดสินใจก้าวออกจากบ้าน ความคาดหวังของพวกเขาจึงสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก พวกเขาคาดหวังว่าจะได้รับคุณค่าที่คุ้มค่ากลับไป และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศเจ้าภาพแล้ว ก็ไม่ได้ต้องการเพียงแค่มาชมงาน แต่ยังต้องการสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับวิถีชีวิต ชุมชน และเสน่ห์ของพื้นที่นั้นๆ ด้วย”

 

รูปแบบงานจึงเปลี่ยนจาก Conference แบบเดิมสู่การผสาน Conference, Exhibition, Networking และ Experience เข้าด้วยกัน เช่น Gastech ที่มีทั้งงานวิชาการ เจรจาธุรกิจ และพื้นที่ผ่อนคลายสไตล์ Festival เพื่อส่งเสริมการสร้าง Connection ใหม่ ๆ นอกห้องประชุม

 

Sustainability อีกเงื่อนไขของเมืองเจ้าภาพ

 

อีกปัจจัยที่กำลังมีน้ำหนักมากขึ้นคือ Sustainability งานระดับโลกเริ่มให้ความสำคัญตั้งแต่สถานที่จัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โรงแรมที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืน ระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกับสถานที่จัดงาน ไปจนถึงการวัดและชดเชยคาร์บอนจากการจัดงาน

 

โครงสร้างพื้นฐานและรถไฟฟ้าที่เชื่อมศูนย์ประชุมในกรุงเทพฯ คือปัจจัยแข่งขันสำคัญในการดึงงานระดับโลก การกลับมาของ Gastech ในรอบ 18 ปี จึงสะท้อนมากกว่าชัยชนะในการคว้าสิทธิ์จัดงานที่ทางทีเส็บและกระทรวงพลังงานได้มา เพราะนอกจากผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คนและเม็ดเงินหมุนเวียนทันทีแล้ว ยังเป็นโอกาสนำเทคโนโลยี นักลงทุน และเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลกเข้ามาในไทยพร้อมกัน

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 10

 

หากทีเส็บสามารถเปลี่ยนงานระดับโลกเหล่านี้จาก ‘Event’ ให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมอุตสาหกรรมไทยกับโลกได้ต่อเนื่อง มูลค่าที่แท้จริงของ Gastech 2026 ก็อาจไม่ได้จบลงในวันปิดงาน แต่เดินหน้าต่อในรูปของดีล การลงทุน และโอกาสใหม่ของธุรกิจไทยในระยะยาว

 

ภาพผู้บริหารทีเส็บและโลโก้ Gastech 2026 11

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising