ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญหน้ากับความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้าโลก บทความนี้จะพาไปเจาะลึกแผนเชิงรุกผ่านยุทธศาสตร์ 5T ของประเทศไทยในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ การปฏิรูปกฎหมายผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับความโปร่งใส รวมถึงการเตรียมความพร้อมครั้งสำคัญในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับโลกอย่าง IMF และ World Bank ในช่วงปลายปีนี้ เพื่อหมุนเข็มทิศเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและก้าวสู่การเป็น Top 20 ของการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
ประเด็นสำคัญ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวบนเวทีประชุม ‘Nikkei Asia Forum: Nikkei Forum Joint Global Conference’ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังเผชิญกับความแตกแยก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน และโครงสร้างการค้าการลงทุนทั่วโลก ประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน ยุทธศาสตร์ 5T เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติอย่างยั่งยืน ดังนี้
5T ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางโลกที่แบ่งแยก
- Target
ปรับเปลี่ยนนโยบายจากการสนับสนุนแบบหว่านแห (Broad-based approaches) ไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มที่เปราะบางและมีความจำเป็นที่สุด พร้อมทั้งสนับสนุน SME ในเซกเตอร์หลักที่มีศักยภาพในการเติบโต
- Transition
เร่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยให้สอดรับกับมาตรฐานโลก พร้อมทั้งยกระดับความมั่นคงทางพลังงาน ผ่านการพัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้า และสร้างทักษะแรงงานรองรับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem)
- Transformation
มุ่งเน้นการปฏิรูปกระบวนการทำงานของภาครัฐผ่านโครงการ Fast Pass เพื่อกระชับระยะเวลาในการอนุมัติและอนุญาตโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการยกระดับทักษะ ของแรงงานไทยและภาคธุรกิจ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- Transparency
สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนด้วยกฎกติกาที่ชัดเจน (Clear Rules) การบริหารจัดการการคลังอย่างมีความรับผิดชอบ และสถาบันที่ตรวจสอบได้ นอกจากนี้ การเข้าสู่กระบวนการภาคยานุวัติของ OECD จะเป็นแกนหลักสำคัญในการยกระดับมาตรฐานทางกฎหมายและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยสู่ระดับสากล
- Together
การประสานรอยต่อระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ผ่านกลไกการหารือร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายเชิงรุกเพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ:
- ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ให้สูงกว่า 3%
- เพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้เข้าใกล้ 30% ของ GDP
- นำพาประเทศไทยเข้าสู่ Top 20 ของการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Rankings)
หมุดหมายถัดไป เวที IMF & World Bank 2026
นอกจากยุทธศาสตร์ในประเทศแล้ว กรุงเทพมหานครกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางของการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปีนี้ จากการเป็นเจ้าภาพจัดงาน การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026)
การประชุมระดับโลกในครั้งนี้จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Thailand’s New Horizon: Empowering People and Building Resilience’ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะนำเสนอมุมมองของเอเชียสู่เวทีโลก สะท้อนศักยภาพของภูมิภาคที่เติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านนโยบายการเปิดกว้างทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือที่แข็งแกร่ง
“ทางเลือกของประเทศไทยนั้นชัดเจน เราจะยังคงเปิดกว้าง เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ และทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทั่วเอเชียและทั่วโลก เพื่อก้าวสู่บทบาทใหม่ของเศรษฐกิจแห่งอนาคต” ดร.เอกนิติ กล่าวส่งท้าย

