ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายญี่ปุ่นสูงกว่าไทยเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ไทยเริ่มใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2543 ฉุดอัตราดอกเบี้ยไทยต่ำสุดอันดับ 2 ของโลกรองสวิตเซอร์แลนด์
วันนี้ (18 กันยายน) ตามแถลงการณ์ของ BOJ ที่ประชุมมีมติเสียง 7 ต่อ 2 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ตามการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก โดยคณะกรรมการที่ออกเสียงคัดค้านคือ โทอิจิโร อาซาดะ และ อายาโนะ ซาโตะ
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 3 เดือน หลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งก่อนหน้าของ BOJ นับเป็นช่วงเวลาที่สั้นที่สุดระหว่างการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งเป็นยุคที่การคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างรวดเร็วของธนาคารกลางมีส่วนสำคัญในการทำให้ฟองสบู่สินทรัพย์ของญี่ปุ่นแตก
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลังจาก สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ (Policy Normalization) อย่างชัดเจน
และเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทด้านนโยบายการเงินโลกที่เปลี่ยนไป เนื่องจากทางการในหลายประเทศต้องรับมือกับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สองของปีนี้
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! ดอกเบี้ยญี่ปุ่นสูงกว่าไทย
โดยการเคลื่อนไหวรอบนี้ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายญี่ปุ่นสูงกว่าไทยเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ไทยเริ่มใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2543 หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ครั้งล่าสุดในวันที่ 26 สิงหาคม โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี
ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดอันดับ 2 ของโลกรองจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank: SNB) ซึ่งอยู่ที่ระดับ 0.00%

