วันนี้ (29 สิงหาคม) มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาของ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา อย่างสิ้นเชิง ภายหลังฮุน เซน ได้กล่าวพาดพิงประเทศไทยบนเวทีการประชุมสภาผู้นำระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 (ISC-2) ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 27-28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายยิงใส่กัมพูชาจนทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องพลัดถิ่น
มงคลระบุในถ้อยแถลงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไร้ซึ่งมูลความจริง และนับเป็นความย้อนแย้งอย่างยิ่งที่ประเทศซึ่งเป็นผู้เปิดฉากโจมตีผู้อื่นก่อน กลับมาเรียกร้องเรื่องการเคารพอธิปไตยเหนือดินแดนและการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยไม่พึงประสงค์ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการใช้สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง
นอกจากนี้ ไทยยังคงยึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อแถลงการณ์ร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งนำไปสู่การหยุดยิง โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะคงการจัดวางกำลังทหารไว้ ณ ตำแหน่งปัจจุบันโดยไม่มีการเคลื่อนกำลังเพิ่มเติม เพื่อรอกระบวนการปักปันเขตแดนให้แล้วเสร็จ
ประธานวุฒิสภาไทยยังได้แสดงความกังวลต่อท่าทีของกัมพูชา ที่ใช้เวทีระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและใช้กลยุทธ์นำเสนอตนเองในฐานะเหยื่อ ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการบั่นทอนการสร้างความไว้วางใจ และไม่ส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธี
พร้อมย้ำว่า ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศควรได้รับการแก้ไขผ่านกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ไม่ควรถูกยกระดับให้เป็นเรื่องระหว่างประเทศ หรือถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง
ประธานวุฒิสภาเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา วุฒิสภาได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดน ซึ่งได้นำเสนอผลการศึกษาต่อรัฐบาลไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ถ้อยแถลงได้ระบุเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความจริงใจในการทำงานร่วมกับไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ไปสู่บริบทใหม่ รวมถึงการร่วมกันจัดการกับความท้าทายที่เป็นปัญหาร่วมกัน เช่น ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) และการเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อส่งเสริมบรรยากาศและขับเคลื่อนความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้รุดหน้าต่อไป


