ไบรอัน แมสต์ (Brian Mast) ประธานกรรมาธิการการต่างประเทศของของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และ จอห์น มูเลนาร์ (John Moolenaar) ประธานกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยการแข่งขันกับจีน ส่งจดหมายถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เสนอให้พิจารณาว่า บุคคลต่างชาติและนิติบุคคลต่างชาติ 28 ราย ที่อาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายสำหรับการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่
ประเด็นสำคัญ
ในจำนวนบุคคลที่ถูกเสนอให้คว่ำบาตร รวมถึงวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเขาชี้แจงว่า “จดหมายดังกล่าวเป็นเพียงการขอให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบและพิจารณาข้อมูล” และ “ยังไม่ใช่ผลสอบหรือคำวินิจฉัย” พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ หรืออาชญากรรมข้ามชาติ และได้ติดต่อ OFAC (Office of Foreign Assets Control ) หรือสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ หน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพื่อส่งเอกสารชี้แจงแล้ว
และนี่คือรายละเอียดของจดหมายที่มีการเปิดเผยออกมา
เสนอคว่ำบาตร 26 บุคคล 2 นิติบุคคล เพื่อยับยั้งสแกมเมอร์หลอกชาวอเมริกัน
สำหรับเนื้อหาจดหมาย ระบุเหตุผลในการเสนอให้พิจารณาคว่ำบาตรต่อกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลต่างชาติดังกล่าว เพื่อยับยั้งอาชญากรข้ามชาติอย่างขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Online Scam) ที่มุ่งทำร้ายชาวอเมริกัน
“ชาวอเมริกันกำลังตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์ในอัตราที่สูงมากและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของจีนที่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และชี้ว่า “กลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ได้สร้างพื้นที่ปฏิบัติการขนาดอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีความซับซ้อน รวมถึงการหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งมักเรียกกันว่า Pig Butchering หรือการเชือดหมู”
“ปฏิบัติการเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากความปรารถนาดีและเจตนาดีของชาวอเมริกัน ผ่านการหลอกลวงเชิงโรแมนติก (Romance Scams) และการชักจูงทางจิตวิทยาในรูปแบบอื่นๆ ที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง”
ขณะที่จดหมายยังระบุว่า “ศูนย์หลอกลวงเหล่านี้สามารถกักขังผู้คนหลายพันคน ซึ่งมักตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยถูกล่อลวงเข้าสู่พื้นที่ลักษณะคล้ายเรือนจำด้วยการใช้กำลัง การฉ้อโกง หรือการบีบบังคับ และถูกบังคับให้หลอกลวงชาวอเมริกันทางออนไลน์ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง การทรมาน และบางครั้งถึงขั้นเสียชีวิต มีการประเมินว่า เหยื่อประมาณ 400,000 คนจากกว่า 70 ประเทศถูกค้ามนุษย์อยู่ภายในศูนย์หลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
ทั้งนี้ รายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกเสนอให้คว่ำบาตร ได้แก่
- Benjamin Mauerberger (เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์)
- Chou Bun Eng (โช บุน เอ็ง อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยและประธานคณะกรรมการต่อต้านการค้ามนุษย์ของกัมพูชา)
- Deng Pibing
- Dy Vichea (ดี วิเจีย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา และบุตรเขยฮุน เซน)
- Edward Lee
- Eugene Tang (ยูจีน ถัง)
- Gabriel Tan (เกเบรียล ตัน อดีตโฆษก Prince Holding Group )
- Honn Sorachna (ฮน โสรัตนา อดีต CEO Prince Bank)
- Hun To (ฮุน โต นักธุรกิจกัมพูชา และหลานชายฮุน เซน)
- Kuoch Chamrouen (กวช ชำเริน ผู้ว่าราชการจังหวัดกัณฑาล และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุ)
- Li Xiong
- Long Dimanche (ลง ดีมัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุ)
- Ma Dongli (หม่า ตงหลี่ CEO Yatai International Holding Group ผู้สร้างเมืองชเวโก๊กโก่)
- Michael Chiam
- Mote Thun
- Neth Savoeun (เนต ซาเวือน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และอดีตผู้บัญชาการตำรวจกัมพูชา)
- Sar Sokha (ซาร์ โสขา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา)
- Su Zhongjian
- Vorapak Tanyawong (วรภัค ธันยาวงษ์ อดีตผู้บริหารระดับสูงในแวดวงธนาคารและการเงินของไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง)
- Wang Liduan
- Yan Borith
- Yan Narong
- Yan Sathya
- Yim Leak (ยิม เลียก นักธุรกิจและที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา)
- Yu Lingxiong
- Zhong Baojia (หรือรู้จักในชื่อ Wang Qiang)
- Fully Light Group of Companies, LTD
- White Sands Palace Casino
กฎหมายคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้อง
จดหมายฉบับนี้ ยังระบุถึงอำนาจตามกฎหมายที่รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถนำมาใช้พิจารณาคว่ำบาตรกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลดังกล่าว ซึ่งรวมถึง
- กฎหมาย Global Magnitsky Human Rights Accountability Act หรือกฎหมายที่ให้อำนาจคว่ำบาตรผู้ได้รับการอุดหนุนหรือมีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงและการคอร์รัปชันขนาดใหญ่
- Executive Order 14390 (มีนาคม 2026) หรือคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ฉบับที่ 14390 เรื่องการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวงชาวอเมริกัน ซึ่งให้อำนาจกำหนดมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสม ต่อประเทศที่ยอมให้มีกิจกรรมหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งรวมถึง จำกัดการทำธุรกรรม เพิกถอนวีซ่า และขับไล่เจ้าหน้าที่ต่างชาติที่สมรู้ร่วมคิด
- มาตรการคว่ำบาตรอื่นๆ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมา (31 C.F.R. Part 525), มาตรการคว่ำบาตรด้านไซเบอร์ (31 C.F.R. Part 578) และมาตรการคว่ำบาตรองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (31 C.F.R. Part 590)
นักข่าวสืบสวนชี้ วรภัค เป็นบุคคลสำคัญในเครือข่าย
ทางด้านทอม ไรต์ (Tom Wright) นักข่าวชื่อดัง ได้เผยแพร่บทความผ่านเว็บไซต์สืบสวน Whale Hunting ของเขา โดยระบุว่า มีการคาดการณ์ว่า จะเกิดการล็อบบี้อย่างหนักในวอชิงตันเพื่อขัดขวางมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว
“บุคคลผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับเงินก้อนนี้ต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน รวมถึงยิม เลียก ซึ่งเคยว่าจ้าง แลนนี เดวิส (Lanny Davis) อดีตที่ปรึกษากฎหมายประจำทำเนียบขาวในสมัยประธานาธิบดี บิล คลินตัน ให้มาดูแลภาพลักษณ์และรับมือกับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ”
ไรต์ ซึ่งเปิดโปงเครือข่ายฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ดำเนินการโดยเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ผู้ต้องหาหลบหนีชาวแอฟริกาใต้ และยิม เลียก หุ้นส่วนชาวกัมพูชาของเขา ยังอ้างว่า วรภัคเป็น ‘บุคคลสำคัญ’ ในเครือข่ายที่ตกเป็นเป้าหมายการตรวจสอบนี้ ซึ่งเมาเออร์เบอร์เกอร์ ต้องการบุคคลที่มีประวัติขาวสะอาดมาเป็นตัวแทนบังหน้าเพื่อเข้าครอบงำบริษัททางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และวรภัค ก็เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว
อ้างอิง :
- https://whalehunting.projectbrazen.com/the-target-list-washington-steps-up-drive-against-mauerberger-network-and-thai-elites/
- https://foreignaffairs.house.gov/sites/evo-subsites/republicans-foreignaffairs.house.gov/files/evo-media-document/mast-moolenaar-letter-09.15.2026.pdf?ref=whalehunting.projectbrazen.com


