×

กกต. มีมติยื่นศาลฎีกา-ดำเนินคดีอาญา 77 ราย คดี ‘ฮั้ว สว.’ เป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ไม่ดำเนินคดีนักการเมืองตาม ม.76

โดย THE STANDARD TEAM
15.09.2026
  • LOADING...
กกต ฟ้อง สว

จากผู้ถูกร้อง 427 ราย สำนวน 75,722 หน้า กกต. มีมติให้ดำเนินคดี สว. ปัจจุบัน 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 ราย และบุคคลอื่น 15 ราย ตามข้อกล่าวหาแนะนำตัวผิดเงื่อนไขและกลุ่มความผิดเกี่ยวกับการให้หรือเรียกรับผลประโยชน์ ขณะที่กรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่มีผู้ถูกดำเนินคดี

 

 
 

วันนี้ (14 กันยายน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เลขที่ 445/2569 ระบุผลการพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 หรือที่เรียกกันว่า ‘คดีฮั้ว สว.’ โดย กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาผู้ถูกร้องรวม 77 ราย

 

ผู้ถูกดำเนินคดีแบ่งเป็น สว. ซึ่งดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก สว. ซึ่งไม่ใช่ สว. หรือบุคคลในบัญชีสำรอง 36 ราย และบุคคลอื่น 15 ราย โดยไม่มี สว. สำรอง กรรมการบริหารพรรค สส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ในกลุ่มที่ กกต. มีมติให้ดำเนินคดี

 

เอกสารระบุว่า คดีนี้มีผู้ร้อง 67 ราย ผู้ถูกร้อง 427 ราย และมีเอกสารในสำนวนรวม 75,722 หน้า ขณะที่ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า ตัวเลขผู้ถูกร้องทั้งหมดคือ 427 ราย ไม่ใช่ 229 รายตามที่ปรากฏในรายงานข่าวก่อนหน้านี้

 

ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ระบุว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า กกต. แต่ละคนลงมติอย่างไร แต่ยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาทุกรายยังสามารถชี้แจงและต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาได้ต่อไป โดยมติของ กกต. ในวันนี้ยังไม่ใช่คำพิพากษาว่าบุคคลใดกระทำความผิด

 

มติแยกตาม 7 ข้อกล่าวหา

 

ข้อกล่าวหาที่ 1 ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง กรณีกรรมการบริหารพรรค ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกหรือไม่ได้รับเลือกเป็น สว. กกต. มีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและไม่ดำเนินคดีอาญาผู้ใด

 

ข้อกล่าวหาที่ 2 ตามมาตรา 76 วรรคสอง กรณีผู้สมัครยินยอมให้บุคคลในพรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. กกต. มีมติไม่ยื่นคำร้องและไม่ดำเนินคดีอาญาผู้ใดเช่นกัน

 

ข้อกล่าวหาที่ 3 ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 กรณีแนะนำตัวไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด มีผู้ถูกดำเนินคดี 36 ราย แบ่งเป็น สว. 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก สว. 1 ราย และบุคคลอื่น 9 ราย

 

ส่วนข้อกล่าวหาที่ 4-7 กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญารวม 77 ราย ครอบคลุมกรณีดังต่อไปนี้

 

  • มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (1) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดที่อาจคำนวณเป็นเงินได้
  • มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (3) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจในการลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนน
  • มาตรา 79 เรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด เพื่อลงสมัครหรือไม่ลงสมัครรับเลือกเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัครรายใด
  • มาตรา 81 เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด

 

ทั้งนี้ จำนวน 36 รายในข้อกล่าวหาที่ 3 เป็นการจำแนกตามฐานข้อกล่าวหาและอยู่ภายในยอดรวมผู้ถูกดำเนินคดี 77 ราย

 

โทษตามกฎหมายหากศาลวินิจฉัยว่ามีความผิด

 

ความผิดฐานแนะนำตัวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 36 ประกอบมาตรา 70 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

 

ความผิดตามมาตรา 77 และมาตรา 79 มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี โดยความผิดตามมาตรา 77 วรรคหนึ่ง (1) ยังเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย

 

ส่วนความผิดตามมาตรา 81 มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี

 

26 สว. ยังไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

 

หลังมีมติ กกต. จะต้องจัดทำคำวินิจฉัยสำนวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 60 วัน โดย สว. ที่ถูกดำเนินคดียังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจากมติของ กกต.

 

เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา สว. ที่ถูกร้องจึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และหากศาลพิพากษาว่ามีการกระทำความผิด สมาชิกภาพของ สว. รายดังกล่าวจะสิ้นสุดลงนับจากวันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่

 

หากตำแหน่ง สว. ว่างลง ประธานวุฒิสภาจะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองของกลุ่มเดียวกันขึ้นดำรงตำแหน่งตามลำดับ

 

หากบัญชีสำรองของกลุ่มนั้นไม่มีรายชื่อเหลืออยู่ ให้ประธานวุฒิสภาจับสลากเลือกบุคคลจากบัญชีสำรองของกลุ่มอื่น แต่หากทุกกลุ่มไม่มีบุคคลในบัญชีสำรองเหลืออยู่ ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่มี สว. เหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่งและวุฒิสภายังมีวาระเหลือเกิน 1 ปี จะต้องจัดให้มีการเลือก สว. แทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 60 วัน

 

ย้อนเส้นทางสำนวน 75,722 หน้า

 

การเลือก สว. ปี 2567 ใช้ระบบ ‘เลือกกันเอง’ จากผู้สมัคร 20 กลุ่มอาชีพ โดยเปิดรับสมัครวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2567 ก่อนเลือกในระดับอำเภอวันที่ 9 มิถุนายน ระดับจังหวัดวันที่ 16 มิถุนายน และระดับประเทศวันที่ 26 มิถุนายน เพื่อคัดเลือก สว. 200 คน พร้อมบัญชีสำรองกลุ่มละ 5 คน ก่อนที่ กกต. จะประกาศรับรองผลเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567

 

ต่อมาวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ส่งผลการสืบสวนมายัง กกต. โดยสำนักงาน กกต. ระบุว่า ข้อมูลและพยานหลักฐานปรากฏพฤติการณ์เกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายบุคคล การจัดกลุ่มผู้สมัครและกำหนดค่าตอบแทนในแต่ละระดับ การนัดหมายผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศเพื่อจัดทำโพย รวมถึงการจ่ายเงินมัดจำและจัดเตรียมการเดินทาง โดยผลการเลือกในรอบแรกและรอบไขว้ถูกระบุว่าเป็นไปตามโพยดังกล่าว

 

วันที่ 18 มีนาคม 2568 กกต. มีมติให้ดำเนินการไต่สวน และวันที่ 19 มีนาคม มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26

 

จากนั้นวันที่ 16 กันยายน 2568 กกต. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เพื่อพิจารณาสำนวนและพยานหลักฐาน ก่อนจัดทำความเห็นเสนอ กกต. เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

 

สำนวนเข้าสู่กระบวนการเตรียมเอกสารและตรวจสอบเบื้องต้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ก่อนที่ กกต. จะพิจารณาสำนวนรวม 11 ครั้ง ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายนถึง 28 สิงหาคม 2569 และลงมติในวันที่ 14 กันยายน 2569

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising