×

เปิดผลสำรวจสุขภาพสื่อไทยปี 67 พบ ‘งานหนัก-เครียดสูงทวีคูณ-ไร้วันหยุด-โรคเพียบ’ ห่วงปี 68 ฟองสบู่สื่อออนไลน์ใกล้แตก

โดย THE STANDARD TEAM
20.12.2024
สื่อออนไลน์

วานนี้ (19 ธันวาคม) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) จัดการประชุม ‘ความเสี่ยงและสุขภาวะสื่อมวลชนไทย ปี 2567’ เพื่อนำเสนอผลการสำรวจสถานการณ์สุขภาวะของสื่อมวลชน และวางแนวทางการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในปี 2568 

 

วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน สสส. กล่าวว่า การทำงานของสื่อในปีนี้มีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการปลดออกเลิกจ้างจำนวนมาก ภาพรวมการทำงานของสื่อมวลชนไทยเต็มไปด้วยความยากลำบาก ข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2567 แม้จะจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย แต่หากยังไม่มีงานใหม่ก็จะสร้างปัญหาในอนาคตต่อไป 

 

ขณะเดียวกัน สื่อออนไลน์มีรายได้หลักมาจากผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากทุกสื่อต้องแข่งขันกันหาผู้สนับสนุน และสายป่านต้นทุนของแต่ละสื่อไม่เท่ากัน ไม่ต่างจากสื่อกระแสหลักและสื่อทีวีดิจิทัลที่ล้มหายไปอีกมาก

 

“ในอนาคตอันใกล้ภาวะฟองสบู่ของวงการสื่อออนไลน์กำลังจะแตก เพราะปริมาณมากเกินจนล้นตลาด สื่อที่ยังอยู่ก็ปรับลดขนาดองค์กร ทำให้คนทำงานสื่อต้องทำงานหนักขึ้น ค่าล่วงเวลาไม่ได้ เบี้ยเลี้ยงไม่มี วันหยุดก็น้อยจนเกิดความเครียด แทบไม่มีเวลาพักผ่อน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อสุขภาพของสื่อมวลชนอย่างมาก” วิเชษฐ์กล่าว

 

วิเชษฐ์กล่าวต่อว่า สสส. ในฐานะองค์กรสื่อด้านสุขภาพ วิเคราะห์ปัจจัยที่จะส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นห่วงโซ่ที่จะกระทบต่อการทำงานของสื่อ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. …. และกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 

 

“นอกจากปัญหาด้านสุขภาพส่วนตัวของตนเองแล้วยังต้องรับมือกับปัญหาทางสังคมที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานที่จะต้องเผชิญกับความเครียดมากขึ้นเป็นทวีคูณตามความคาดหวังของประชาชนที่อยากให้สื่อเป็นกระจกสะท้อนสังคม และชี้แนะทิศทางสังคมให้ถูกต้อง” วิเชษฐ์กล่าว

 

ด้าน รศ. ดร.ณัฐนันท์ ศิริเจริญ เลขาธิการมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ เปิดเผยผลการสำรวจสถานการณ์ปัญหาสุขภาวะของสื่อมวลชนไทย ปี 2567 โดยสอบถามกลุ่มตัวอย่างสื่อมวลชนประเภทหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 372 คน แบ่งเป็นเพศชาย 61% เพศหญิง 38% และเพศทางเลือก 1% 

 

คำถามแรก สื่อมวลชนทำงานหนักมากน้อยแค่ไหน พบว่าส่วนใหญ่ 44.09% ทำงาน 6-8 ชั่วโมงต่อวัน แต่จำนวน 19.35% ไม่มีความแน่นอนในชั่วโมงทำงาน ขณะที่ 13.98% ทำงาน 9-10 ชั่วโมงต่อวัน และที่มากกว่านั้นมีสื่อมวลชน 8.60% ต้องทำงานมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน สรุปว่าเกินครึ่งทำงานหนักมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังพบว่าส่วนใหญ่ 41.94% ไม่มีวันหยุดที่แน่นอน 31.18% หยุด 2 วันต่อสัปดาห์ 10.75% หยุด 1 วันต่อสัปดาห์ และ 8.60% ไม่มีวันหยุดเลย

 

รศ. ดร.ณัฐนันท์ กล่าวต่อว่า คำถามเรื่องโรคประจำตัว ส่วนใหญ่ 56.99% ไม่มีโรคประจำตัว 43.01% มีโรคประจำตัว คนที่มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูงและเบาหวานในสัดส่วนที่พอๆ กัน คือ 24.14% โดยภาพรวม 77.58% เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 

 

ถัดมาเป็นปัญหาความเครียดจากการทำงาน พบว่าสื่อมวลชนส่วนใหญ่ 41.13% มีความเครียดสูงกว่าปกติเล็กน้อย รองลงมา 23.39% มีความเครียดปานกลาง ตามมาด้วยปกติ ไม่เครียด 18.28% และสุดท้ายเครียดมาก 5.38% 

 

เมื่อดูโดยภาพรวมมีความเครียดสูงถึง 69.9% ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพสื่อมวลชนส่วนใหญ่ 83.60% ไม่สูบบุหรี่ ส่วนอีก 16.40% ยังสูบบุหรี่อยู่ สำหรับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนใหญ่ 96.77% ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า มีเพียง 3.23% เท่านั้นที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ขณะที่พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์พบว่า 43.01% ยังดื่มแอลกอฮอล์อยู่ ส่วนอีก 48.12% ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ 

 

นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการพนันและการพนันออนไลน์ พบว่าสื่อมวลชนส่วนใหญ่ 65.59% เคยเล่นการพนัน ส่วนอีก 34.41% ไม่เคยเล่นการพนัน

 

“การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อทำให้สื่อมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงในการทำงานและต้องทำงานหนักขึ้น วันหยุดต่อสัปดาห์ลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ สื่อมวลชนมีโรคประจำตัวเพิ่มขึ้น 16.01% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 โรคประจำตัวที่เป็นกันมากที่สุดคือ ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน การเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีปริมาณที่สูงขึ้น และยังพบว่าส่วนใหญ่มีความเครียดจากการทำงานสูงมาก” รศ. ดร.ณัฐนันท์ กล่าว

 

รศ. ดร.ณัฐนันท์ กล่าวอีกว่า ส่วนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ มีการสูบบุหรี่น้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 ลดลงไป 7.13% และพบว่าสื่อมวลชนที่ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2566 เช่นเดียวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าดื่มลดลง 8.99% เมื่อเทียบกับปี 2566 

 

ด้านสื่อมวลชนร่วมเสนอแนะว่า ปัจจุบันมีสื่อมวลชนที่ประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของสื่อหันมาทำสื่อออนไลน์มากขึ้น แต่สื่อเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลด้านสวัสดิภาพและสวัสดิการ จึงอยากให้สมาคมวิชาชีพสื่อเข้ามาดูแล พร้อมเสนอให้ตั้งกองทุนเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้


READ MORE






Latest Stories