หลายสิบปีที่ผ่านมา คำแนะนำมาตรฐานสำหรับคนที่อยากก้าวหน้าในอาชีพนั้นเรียบง่าย คือให้ทำตัวเหมือนนักกีฬาอิสระ พร้อมย้ายไปหานายจ้างที่ให้โอกาสดีที่สุดอยู่เสมอ
ประเด็นสำคัญ
กลยุทธ์นี้ฟังดูสมเหตุสมผล เพราะตรงกับความรู้สึกที่ว่านายจ้างไม่ได้ดูแลผลประโยชน์ของเรา เราจึงต้องควบคุมเส้นทางอาชีพของตัวเอง อีกทั้งยังเข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว จนแทบไม่มีนายจ้างรายไหนมั่นคงพอจะให้ความก้าวหน้าระยะยาวได้
แต่ แมทธิว บิดเวลล์ ศาสตราจารย์ด้านการจัดการจาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งศึกษาเส้นทางอาชีพของคนยุคใหม่มากว่า 20 ปี เขียนไว้ในบทความบน The Wall Street Journal ว่า คำแนะนำนี้อาจผิด และการอยู่กับบริษัทเดิมกลับมักเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จที่เร็วที่สุด
บิดเวลล์ ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ The Insider Advantage: Moving Up, Finding Success, and Building a Career That Lasts เรียกสิ่งนี้ว่า ‘ความได้เปรียบของคนใน’ (Insider Advantage) โดยหลักฐานหลายด้านบ่งชี้ว่า การทำงานกับองค์กรเดิมในระยะยาวมักทำให้พนักงานได้เปรียบ ทั้งเรื่องการเลื่อนตำแหน่ง ผลงาน ค่าตอบแทน และแม้แต่ความสุข
การเลื่อนตำแหน่งส่วนใหญ่เกิดในองค์กรเดิม
คนส่วนใหญ่อยากขยับไปทำงานที่ท้าทายและได้ผลตอบแทนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่บิดเวลล์ระบุว่าความก้าวหน้าเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการเลื่อนตำแหน่งภายในองค์กร
งานศึกษาของเขาในปี 2015 สอบถามศิษย์เก่าหลักสูตร MBA ว่าต้องดูแลลูกน้องกี่คนในแต่ละงานหลังเรียนจบ พบว่าเมื่อย้ายไปบริษัทใหม่ โดยเฉลี่ยแล้วพวกเขาได้ดูแลลูกน้องจำนวนเท่าเดิมกับงานที่จากมา แต่เมื่อย้ายตำแหน่งภายในบริษัทเดียวกัน จำนวนลูกน้องที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
งานวิจัยในบริบทอื่นก็ได้ผลคล้ายกัน เช่น งานศึกษาเมื่อปี 2019 ที่ติดตามชาวฟินแลนด์เกือบ 60,000 คนในกว่า 1,000 บริษัท พบว่าแม้หลายคนจะย้ายบริษัท แต่ส่วนใหญ่ได้งานในระดับใกล้เคียงเดิม โดยพนักงานมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญจากการย้ายงานภายในบริษัทมากกว่าการย้ายบริษัทเกือบ 6 เท่า
ขณะที่งานศึกษาเส้นทางอาชีพของผู้บริหารระดับสูงในปี 2021 โดยนักวิจัยจาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และ IE University ในสเปน พบว่า 74% ของผู้บริหารเหล่านี้ขึ้นมาจากภายในบริษัท
บิดเวลล์มองว่างานวิจัยทั้งหมดชี้ให้เห็นปัญหาเดียวกันของการสร้างเส้นทางอาชีพด้วยการย้ายบริษัท คือการจะก้าวหน้าได้ ต้องโน้มน้าวให้นายจ้างยอมให้เราทำงานที่ยากและสำคัญกว่าที่เคยทำ แต่หัวหน้าใหม่รู้จักเราน้อยมากเมื่อเทียบกับนายจ้างปัจจุบัน และมักไม่อยากเสี่ยงแบบนั้น
ผลงานและรายได้ระยะยาวมักดีกว่าคนย้ายงาน
อีกสิ่งที่คนทำงานมองหาคือโอกาสได้ทำงานที่ตัวเองเก่งและได้รับการยอมรับ แต่งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าพนักงานใหม่มักทำงานได้ไม่เต็มที่ และอาจต้องใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะสร้างผลงานในที่ทำงานใหม่ได้เต็มที่
ตัวอย่างเช่น งานศึกษาของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2008 พบว่านักวิเคราะห์หุ้นที่ย้ายบริษัททำผลงานได้แย่ลง และใช้เวลานานกว่า 2 ปีกว่าผลงานจะกลับไปเท่าเดิม
งานศึกษาของบิดเวลล์เองในปี 2011 ที่ศึกษาพนักงานวาณิชธนกิจก็พบว่า พนักงานที่จ้างจากภายนอกทำผลงานได้ต่ำกว่าพนักงานที่ได้เลื่อนตำแหน่งจากภายใน และช่องว่างนี้คงอยู่ราว 2 ปี
เช่นเดียวกับงานศึกษาหัวหน้าร้านค้าในปี 2018 โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตตและทีม ที่พบว่าหัวหน้าร้านที่จ้างจากภายนอกทำผลงานได้ต่ำกว่าคนที่มาจากภายใน
บทเรียนคือการจะทำงานได้มีประสิทธิภาพในองค์กรใหม่ต้องใช้เวลานาน เพราะพนักงานใหม่ต้องสร้างความสัมพันธ์ ความไว้ใจ และความเข้าใจกับเพื่อนร่วมงานเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ดี รวมถึงต้องเรียนรู้วัฒนธรรมและกระบวนการทำงานขององค์กรด้วย
เรื่องค่าตอบแทนก็เช่นกัน แม้การย้ายบริษัทมักทำให้ได้ขึ้นเงินเดือน แต่หลักฐานส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าคนที่อยู่บริษัทเดิมมีรายได้ดีกว่าในระยะยาว งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์หลายสิบปีพบว่า คนที่อยู่กับบริษัทนานกว่ามักมีรายได้สูงกว่า แม้คนส่วนใหญ่จะเชื่อว่าการย้ายงานคือวิธีขึ้นเงินเดือนที่ดีที่สุด
บิดเวลล์ยังวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางอาชีพจากการสำรวจ National Longitudinal Survey of Youth รอบปี 2022 ซึ่งเป็นการสำรวจที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันกลุ่มเดิมต่อเนื่องหลายปี
ผลวิเคราะห์พบว่าคนที่ย้ายนายจ้างบ่อยกว่าตั้งแต่อายุราว 25 ปี มีรายได้ต่ำกว่าคนที่ย้ายน้อยกว่าเมื่ออายุราว 35 ปี แม้จะปรับผลจากความแตกต่างด้านการศึกษา เพศ และชาติพันธุ์แล้ว
อยู่นานช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้มีความสุข
สุดท้ายคือเรื่องความสุข บิดเวลล์ระบุว่าการอยู่องค์กรเดิมนานขึ้นไม่ได้ทำให้มีความสุขขึ้นเสมอไป แต่งานวิจัยพบว่าความสุขในการทำงานและความพึงพอใจในชีวิตโดยรวม สัมพันธ์อย่างมากกับการได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานบ่อยๆ และความไว้ใจในหัวหน้า
ยิ่งทำงานนานเท่าไร ก็ยิ่งรู้จักเพื่อนร่วมงานและหัวหน้ามากขึ้น ความสัมพันธ์ในการทำงานก็ยิ่งดีขึ้น และเมื่อได้อยู่ในที่ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีแล้ว การย้ายงานก็ยิ่งทำให้ต้องเสียสิ่งเหล่านี้ไปมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บิดเวลล์ย้ำว่าการย้ายบริษัทไม่ได้เป็นความผิดพลาดเสมอไป การเปลี่ยนนายจ้างยังเป็นเรื่องสมเหตุสมผล หากไม่ชอบงานที่ทำอยู่ รู้สึกว่าได้ค่าตอบแทนน้อยหรือไม่ได้รับการเห็นคุณค่า หรือมองไม่เห็นโอกาสเติบโตภายในองค์กร
แต่เมื่อจะย้ายงาน ควรคิดให้รอบคอบว่ากำลังมองหาอะไร และให้ความสำคัญกับนายจ้างที่มีโอกาสให้เติบโตในระยะยาว “แม้เรามักจะยกย่องการกระโดดครั้งใหญ่ แต่บางครั้งการเดินเกมอาชีพที่ทรงพลังที่สุด ก็คือการเดินเกมที่ดูไม่เหมือนการย้ายไปไหนเลย” บิดเวลล์ระบุ
ภาพ: afry_harvy / Shutterstock
อ้างอิง:

