×

มาเพิ่มความซ่ากันแบบสดๆ Talk of the Town บาร์ค็อกเทลแบบแท็ปแห่งแรกของไทย

29.11.2019
  • LOADING...
Talk of the Town

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • Talk of the Town เรียกได้ว่าเป็นบาร์ค็อกเทลแบบแท็ปแห่งแรกของประเทศก็ว่าได้ บาร์แห่งนี้ได้รับการดูแลและรังสรรค์เมนูโดย ทอมมี่-สุวรรณ สีลี มิกโซโลจิสต์ผู้คว้ารางวัลและเป็นแชมป์ระดับประเทศกว่า 24 รางวัล หนึ่งในนั้นคือ Bacardi Legacy Cocktail Competition 2012 (แชมป์ประเทศไทยคนแรกในรายการแข่งขันนี้)
  • Red Lantern (320 บาท) มีเบสเป็นวอดก้า เอาไปซูวีกับขิงและตะไคร้ ตามด้วยสาเกยูซุและลิเคียวร์ดอกเอลเดอร์ จากนั้นก็เติม Yellow Chartreuse น้ำเลมอน และเหยาะด้วย Peychaud’s Bitter เป็นจุดๆ เสิร์ฟมาในแก้วดินเผา
  • คนรักชีสต้องชอบ Chesse Spa (320 บาท) ตัวนี้ได้เบสเป็นจินที่เอาไปแช่กับดอกอัญชัน ข้าวหมัก และเนยที่เอาไปผัดกับมังคุด ตามด้วยน้ำมะนาวและ Aromatic Bitter จากนั้นปิดด้วยพาร์เมซานชีสขูดที่ถูกนำไปผัดเป็นเวลา 14 นาทีเท่านั้น จึงได้กลิ่นและรสชาติของชีสและข้าวหมักอย่างเต็มที่ ก่อนถูกบาลานซ์ด้วยความฟรุตตี้จากมังคุดที่อยู่ในเนยและน้ำเลมอน

ณ W District มีบาร์แห่งใหม่เกิดขึ้นนามว่า Talk of the Town ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบาร์ค็อกเทลแบบแท็ปแห่งแรกของประเทศก็ว่าได้ บาร์แห่งนี้ได้รับการดูแลและรังสรรค์เมนูโดย ทอมมี่-สุวรรณ สีลี มิกโซโลจิสต์ผู้คว้ารางวัลและเป็นแชมป์ระดับประเทศกว่า 24 รางวัล หนึ่งในนั้นคือ Bacardi Legacy Cocktail Competition 2012 (แชมป์ประเทศไทยคนแรกในรายการแข่งขันนี้) ถึงแม้จะอยู่ในวงการมานาน แต่ทอมมี่ก็มักจะหาอะไรใหม่ๆ ให้กับวงการค็อกเทลบ้านเราอยู่เสมอ และไม่มีทีท่าว่าเขาจะห่างหายไปจากวงการนี้ง่ายๆ ด้วย สำหรับ Talk of the Town เป็นอีกหนึ่งบาร์ที่ทอมมี่ได้รับมอบหมายให้ดูแล นอกเหนือจาก Cielo Sky Bar & Restaurant ที่มีคอนเซปต์ดีไซน์และเมนูที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่เป็นบาร์ค็อกเทลแห่งแรกของประเทศที่มีแท็ปคาร์บอเนตและไนโตรเป็นของตัวเอง

 

Talk of the Town

 

The Vibe

เดินถัดจากร้านกาแฟแฟรนไชส์แบรนด์เงือกสาวสองหาง คุณก็จะพบกับ Talk of the Town แทบทันที เพราะป้ายไฟนีออนขนาดใหญ่ของร้าน สามารถเข้าไปในร้านนั้นได้ เพียงกดที่แป้นประตู จากนั้นประตูก็จะสไลด์ออกทันที และเมื่อประตูถูกเปิดออก โลกอีกโลกก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้า บรรยากาศแสงสีนั้นชวนให้นึกถึงสีสันของโพรงกระต่ายในการ์ตูน Alice in Wonderland ของดิสนีย์เมื่อปี 1951 (ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจหรือเปล่า แต่โดยส่วนตัวเห็นคิดอย่างนั้นจริงๆ) ในร้านดูโมเดิร์น เน้นเคาน์เตอร์และผนังอิฐสีดำเป็นหลัก มีกระจกสีทึมที่ทำให้ที่นี่ดูไม่เหมือนบาร์ค็อกเทลที่ไหนในกรุงเทพฯ เพราะดูๆ ไปแล้วเหมือนคลับเสียมากกว่า ที่นี่ไม่มีเมนูให้ลูกค้าเปิดดู เพราะเมนูมาเป็นป้ายไฟอันใหญ่ คล้ายกับพวกบาร์คราฟต์เบียร์ บริเวณหลังบาร์ให้นักดื่มได้อ่านอย่างถนัดตา แบบไม่ต้องเสียเวลาเปิดแอปฯ ไฟฉายจากมือถือ 

 

Talk of the Town

Talk of the Town

 

The Drinks

 

Talk of the Town

 

หลังจากที่กวาดตาดูเมนูด้านบนแล้ว ชื่อแรกที่สะดุดตาเห็นจะเป็น Red Lantern (320 บาท) ที่มีเบสเป็นวอดก้า เอาไปซูวีกับขิงและตะไคร้ ตามด้วยสาเกยูซุและลิเคียวร์ดอกเอลเดอร์ จากนั้นก็เติม Yellow Chartreuse น้ำเลมอน และเหยาะด้วย Peychaud’s Bitter เป็นจุดๆ เสิร์ฟมาในแก้วดินเผา ดูเผินๆ ดริงก์นี้น่าจะมีรสชาติที่หวาน แต่แท้ที่จริงแล้วได้รสชาติยูซุที่ชัดเจนตั้งแต่จิบแรก รสจึงออกไปทางฝาดเล็กน้อย

 

Talk of the Town

Talk of the Town

Red Lantern (320 บาท)

 

ดริงก์ตัวต่อมา Uncle Mushroom (270 บาท) ตัวนี้ใช้เบสเป็นเตกีลาที่ถูกนำไปซูวีกับเห็ดแชมปิญอง ตามด้วยคอร์เดียลมะนาวที่ทางร้านทำเอง น้ำมะเขือเทศใส บิตเตอร์ส้ม และจิงเจอร์เบียร์ แต่งแก้วด้วยเห็ดแห้งเสียบไม้ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ ส่วนรสชาตินั้น น่าประหลาดใจมากที่เห็ดเข้ากันได้ดีกับมะเขือเทศและจิงเจอร์เบียร์

 

Talk of the Town

Talk of the Town

Uncle Mushroom (270 บาท) 

 

สำหรับตัวต่อไป คนรักชีสต้องชอบมากๆ ชื่อว่า Chesse Spa (320 บาท) ตัวนี้ได้เบสเป็นจินที่เอาไปแช่กับดอกอัญชัน ข้าวหมัก และเนยที่เอาไปผัดกับมังคุด ตามด้วยน้ำมะนาวและ Aromatic Bitter จากนั้นปิดด้วยพาร์เมซานชีสขูดที่ถูกนำไปผัดเป็นเวลา 14 นาทีเท่านั้น จึงได้กลิ่นและรสชาติของชีสและข้าวหมักอย่างเต็มที่ ก่อนถูกบาลานซ์ด้วยความฟรุตตี้จากมังคุดที่อยู่ในเนยและน้ำเลมอน

 

Talk of the Town

Talk of the Town

Cheese Spa (320 บาท)

 

Almond Blossom 1983 (320 บาท) ตัวนี้ใช้รัมขาว ลิเคียวร์เสาวรส น้ำเลมอน แอบซินธ์ ไซรัปชาเขียวและช็อกโกแลตบิตเตอร์ ถ้าเทียบกับดริงก์ตัวอื่นๆ จะมีความขมและให้ความรู้สึกฝาดลิ้นกว่า เนื่องจากในไซรัปชาเขียวมีสารแทนนิน แต่ยังคงทานง่าย มีรสชาติหวานค่อนไปทางเปรี้ยวมากกว่า ในขณะที่บิตเตอร์ช็อกโกแลตช่วยบาลานซ์กลิ่นของดริงก์

 

Talk of the Town

Talk of the Town

Almond Blossom 1983 (320 บาท)

 

และตัวสุดท้ายเป็นดริงก์สีฟ้าเหมือนน้ำทะเล ชื่อว่า Larsen Iceberg (270 บาท) ตัวนี้เบสเป็นจินที่ซูวีกับขิงและรูบาร์บ ตามด้วยโทนิกเกรปฟรุตสีฟ้า และแต่งรสนิดหน่อยด้วยเกลือทะเล จะมีความเอิร์ธธีจากรูบาร์บเล็กน้อย มีความหอมและเปี่ยมด้วยรสชาติของเกรปฟรุตและขิง

 

Talk of the Town

Larsen Iceberg (270 บาท)

 

เอาเป็นว่าหากคุณไม่อยากดื่มหนัก แต่ยังอยากได้รสชาติที่หลากหลายมิติในหนึ่งแก้ว (หรือจะดื่มหลายๆ แก้วก็ไม่ผิด) แนะนำให้แวะมาที่ Talk of the Town

 

Talk of the Town

 

Talk of the Town

Open: เปิดบริการทุกวัน 18.00-02.00 น.

Address: W District, พระโขนง

Budget: 300-350 บาท

Contact: 08 0629 4624

Page: www.facebook.com/talkofthetownbangkok

Map: 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories