วันนี้ (24 สิงหาคม) ที่หอประชุมวุฒาธิคุณ ที่ว่าการอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้าน โดยมี จักรพันธ์ จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ
สุขสมรวย กล่าวว่า วันนี้นำข่าวดีมาบอก โดยรัฐบาลผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) มีโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยรัฐบาลอนุมัติวงเงินงบประมาณกว่า 4,400 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านกว่า 63,125 กองทุนทั่วประเทศ
ขอให้คณะกรรมการกองทุนเร่งยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการ โดยในพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.เพ็ญ มีผู้ยื่นคำขอแล้ว 1 กองทุน จากทั้งหมด 39 กองทุน จึงฝากคณะกรรมการกองทุนที่เหลือเร่งดำเนินการยื่นคำขอมาที่ สทบ. เพื่อให้สามารถดำเนินการตามกระบวนการและส่งเงินช่วยเหลือสมาชิกกองทุนในพื้นที่ได้โดยเร็ว
นอกจากนี้ รัฐบาลโดย กทบ. เตรียมดำเนินโครงการเพิ่มทุนในล้านที่ 2 จากงบค้างท่อปี 2555 จำนวน 3,400 ล้านบาท โดยเร่งฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่ตกหล่นหรือเป็นกองทุนสีแดง เพื่อเพิ่มทุนกองทุนละ 1 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569
สำหรับพื้นที่ ต.บ้านเหล่า และ ต.เตาไห ได้รับเงินล้านที่ 2 ครบแล้ว ส่วน ต.เพ็ญ ยังมีกองทุนที่ไม่ได้รับเงินล้านที่ 2 จำนวน 5 กองทุน จึงขอให้เจ้าหน้าที่ สทบ. สาขาเขต 6 เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้กองทุนที่ยังไม่ได้รับเงินเร่งปรับปรุงแก้ไขตามแนวทางที่ สทบ. แนะนำ
สุขสมรวย กล่าวถึงโครงการ SML พลัส ซึ่งเป็นโครงการที่สมาชิกกองทุนรอคอยมานานว่า ขณะนี้สามารถเดินหน้าโครงการได้แล้ว โดยที่ประชุมบอร์ดใหญ่เห็นชอบ 349 กองทุน วงเงินกว่า 99.5 ล้านบาท ขณะที่คณะอนุกรรมการ SML พลัส เพิ่งประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และเห็นชอบให้เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดรอบที่ 2 อีก 1,241 กองทุน วงเงินกว่า 329 ล้านบาท พร้อมตั้งใจเร่งรัดให้สามารถอนุมัติโครงการได้อีกในรอบต่อไป
พร้อมขอให้กองทุนเร่งส่งเล่มผ่าน ผอ.สทบ. สาขาเขต 6 เพื่อส่งต่อให้ สทบ. ส่วนกลาง และให้คณะอนุกรรมการ SML พลัส พิจารณาโดยเร็ว
สุขสมรวย ยังกล่าวถึงมาตรการค่าไฟฟ้าว่า รัฐบาลมีมาตรการคิดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราหน่วยละ 3 บาท พร้อมระบุว่า ต่อไปค่าไฟฟ้าสำหรับไฟส่องสว่างตามถนนหนทาง ทั้งถนนทางหลวง สายหลัก และสายรอง ซึ่งที่ผ่านมาเคยนำมาคิดรวมในบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน จะถูกนำออกจากบิลค่าไฟฟ้า โดยย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
สำหรับพื้นที่ อ.เพ็ญ มีกองทุนหมู่บ้านทั้งหมด 165 กองทุน จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว 163 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 99 มีเงินหมุนเวียนในระบบเกือบ 400 ล้านบาท
ส่วนการขับเคลื่อนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ในภาพรวมจังหวัดอุดรธานี มีกองทุนหมู่บ้านยื่นแบบคำขอแล้ว 373 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 18.42 ขณะที่ อ.เพ็ญ มีกองทุนยื่นเอกสารเข้าร่วมโครงการแล้ว 12 กองทุน ส่วนอีก 153 กองทุนรับทราบข้อมูลครบถ้วนและอยู่ระหว่างจัดทำเอกสารเพื่อยื่นขอรับงบประมาณต่อไป
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและเร่งขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ


