×

ที่ประชุมวุฒิสภา 125 เสียง เห็นชอบ สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ อดีตผู้ว่าฯ เมืองนนท์ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน

โดย THE STANDARD TEAM
20.04.2026
  • LOADING...
สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน

ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 8 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วันนี้ (20 เมษายน) ที่ประชุมได้พิจารณาวาระเร่งด่วนที่ 2 ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 เพื่อดำรงตำแหน่งแทน สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์

 

ธวัช สุระบาล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รายงานผลการพิจารณาของกรรมาธิการว่า มีผู้ได้รับการเสนอชื่อในที่ประชุมวุฒิสภา ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวน 1 คน คือ สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี โดยจะมีการเปิดเผยรายงานผลการพิจารณา การอภิปราย และการลงคะแนนโดยลับ

 

จากนั้น สว. ได้ทยอยลุกขึ้นอภิปรายในด้านความโปร่งใสของกระบวนการสรรหาคัดเลือกผู้สมัคร ด้านการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นสู่สาธารณะ และคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จากนั้นก็ได้มีการประชุมลับเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

 

มติ สว. เห็นชอบอดีตผู้ว่าฯ เมืองนนท์ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน

 

ภายหลังการรายงานผลการพิจารณาประวัติฯ รวมถึงการอภิปรายและลงคะแนน ผลปรากฏว่า สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้วยคะแนนเสียง 125 คะแนน ไม่เห็นชอบ 2 คะแนน งดออกเสียง 50 คะแนน และไม่ลงคะแนนเสียง 2 คะแนน จากจำนวนผู้ลงมติ 179 คน

 

สำหรับประวัติย่อของ สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ตามที่ปรากฏในรายงานของกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ระบุประสบการณ์ทำงานว่า เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ปี 2558-2559, ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี 2559-2562 และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ปี 2562-2565

 

วิจารณ์กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ ถูกปิดลับจากประชาชน

 

ก่อนหน้านี้ เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เคยชี้ให้เห็นปัญหาความไม่โปร่งใสในกระบวนการพิจารณาคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระโดยวุฒิสภา โดยมองว่า ประชาชนแทบไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลเชิงลึกของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบประวัติของวุฒิสภา (สว.) ส่วนใหญ่ถูกทำให้เป็นความลับ

 

เขาระบุว่า แม้รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรคหก จะกำหนดให้เปิดเผยรายงานของคณะกรรมาธิการต่อประชาชน แต่ตามข้อบังคับการประชุม สว. ข้อ 109, 110, 112 กลับถูกนำมาใช้เป็นช่องทางในการกำหนดให้การพิจารณาและรายงานส่วนใหญ่ หรือกว่า 98% กลายเป็น ‘รายงานลับ’ ส่งผลให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูลเพียง ‘ประวัติย่อ 1 หน้า A4’ เท่านั้น

 

เทวฤทธิ์ยังยกตัวอย่างว่า เกิดเหตุการณ์ที่การอภิปรายในที่ประชุมเปิดเผยเป็นไปในทางสนับสนุน แต่ผลลงมติจริงกลับไม่เห็นชอบ โดยที่ประชาชนไม่ทราบเหตุผลเบื้องหลัง พร้อมแสดงความเห็นว่า ข้อบังคับการประชุมฯ ซึ่งมีศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ กำลังถูกนำมาตีความแบบเหมาเข่ง โดยคำว่า ‘บางส่วนเป็นรายงานลับ’ ถูกนำมาใช้จนกลายเป็นเกือบทั้งหมดของรายงาน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและหลักความโปร่งใสสากล เช่น มาตรฐาน OECD ที่รัฐบาลพยายามเข้าร่วม

 

เทวฤทธิ์เปิดเผยด้วยว่า มีเจตนาที่จะเสนอขอแก้ไขข้อบังคับการประชุม สว. ข้อ 110 วรรคสอง เพื่อนิยามขอบเขตของ ‘รายงานลับ’ ให้ชัดเจนและจำกัดวงให้แคบลง ไม่ใช่ปล่อยให้ครอบคลุมกระบวนการส่วนใหญ่เหมือนที่ผ่านมา เพื่อคืนสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้แก่ประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising