×

สุดารัตน์ เสนอรัฐบาลให้เกลี่ยงบประมาณ แทนการกู้เงิน ได้ 3-5 แสนล้านบาทมาช่วยประชาชน

โดย THE STANDARD TEAM
03.04.2020
  • LOADING...

วันนี้ (3 เมษายน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นต่อการจัดการงบประมาณของรัฐบาลในเวลานี้ โดยตั้งคำถามถึงการกู้เงินเพื่อมาอุดหนุนงบประมาณว่า กรณีการกู้เงินเมื่อเปรียบเทียบกับการเกลี่ยเงินงบประมาณ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะตัดสินใจเลือกทางไหน

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุอีกว่า การที่จะทำให้ประเทศผ่านวิกฤตครั้งนี้ ต้องใช้งบมหาศาล ก่อนจะกู้เงินสร้างหนี้เพิ่ม จึงควรตัดงบปี 2563 ที่ไม่จำเป็น เช่น ซื้อเรือดำนำ้ อาวุธ ตึกใหม่ รถใหม่ ตัดได้อย่างน้อย 10-15% จะได้งบ 300,000-500,000 ล้านบาท มาช่วยประชาชน ไม่ตัดงบก่อนกู้ เท่ากับทำร้ายประชาชน

 

“ดิฉันและพรรคเพื่อไทยเล็งเห็นว่า วิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ หนักหนาสาหัสมาก โดยที่รัฐบาลจะต้องใช้เม็ดเงินจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนจำนวนมหาศาล เพื่อดำเนินการในเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการแก้ปัญหาต่อเนื่อง ที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้”

 

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า ดังนั้น หากผู้นำประเทศไม่รู้จักการประหยัด ด้วยการปรับแผนในการใช้เงินตั้งแต่ตอนนี้ เราจะโดน 2 เด้ง คือใช้เงินตามแผนเก่า (ปี 2563) อย่างไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และรัฐบาลจะต้องไปกู้เงินอีกจำนวนมหาศาล เพื่อมาแก้ไขวิกฤตของประเทศ รัฐบาลที่มีการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด ควรจะเกลี่ยเงินจากค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่เร่งด่วน มาใช้แก้ปัญหาวิกฤต ก่อนที่จะตัดสินใจกู้เงิน

 

ดิฉันได้เสนอไปหลายวัน และย้ำไปหลายครั้งแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีตัดงบประมาณปี 2563 ที่ไม่จำเป็นของทุกกระทรวงลงโดยเฉลี่ย 10% เป็นอย่างน้อย เพื่อเกลี่ยเงินส่วนนี้มาช่วยแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้น 

 

บริษัทต่างๆ ทั่วโลกและทั่วประเทศไทย ต่างก็ปรับการใช้งบประมาณใหม่กันหมดแล้ว หากรัฐบาลและกระทรวงต่างๆ ไม่รู้จักปรับตัว ท่านจะกลายเป็นตัวสร้างภาระให้ประเทศ จากการใช้งบประมาณที่สูงขึ้น ในขณะที่รายได้จากการเก็บภาษีอากรในปีหน้า เราน่าจะเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าเยอะมาก ทำให้เราต้องกู้เงินมากขึ้น หนี้รายหัวของประชาชนก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำไมธุรกิจอื่นเลื่อนการจ่ายเงิน หรือ Pending การจัดซื้อไว้ได้ แต่ระบบราชการไทยจึงทำไม่ได้ สัญญาจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การจัดซื้อเรือดำน้ำ อาวุธต่างๆ การสร้างตึกใหม่ สั่งซื้อรถประจำตำแหน่งใหม่ การดูงาน อบรมสัมมนา และเรื่องอื่นๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนน้อยกว่าการแก้ปัญหาโควิด-19 ควรจะถูกปรับเลื่อน-ลด-ยกเลิก ไปบ้าง หากนายกฯ มีความจริงใจที่จะทำเพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศนั้น ควรจะตัดงบปี 2563 ได้ถึง 15% ด้วยซ้ำ เพราะงบประมาณปี 2563 ล่าช้า และเหลือเวลาใช้อีกเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น ทำไมจึงต้องเร่งใช้ให้เต็ม 3.3 ล้านล้านบาท

 

ถ้าตัดงบปี 2563 ได้ 10% จากงบประมาณทั้งหมด 3.3 ล้านล้านบาท เราจะได้เงิน 300,000 ล้านบาท ถ้าตัด 15% เราจะได้เงินเกือบ 500,000 ล้านบาท เงินจำนวนครึ่งล้านล้านบาทนี้ รัฐบาลสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาวิกฤต แก้ปัญหาให้หมอและพยาบาลให้ดีกว่าที่ผ่านมา เชื่อว่าพี่น้องประชาชนตลอดจนพรรคฝ่ายค้าน จะเห็นด้วยมากกว่าการหลับหูหลับตาใช้เงินเก่าให้หมด เพื่อจะกู้เงินใหม่มาใช้

 

ดิฉันขอเรียกร้องต่อ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่า

 

  1. ต้องรีบสั่งการให้ตัดงบประมาณปี 2563 ลงอย่างน้อย 10-15% เพื่อนำเงินก้อนนี้ที่จะได้ 300,000-500,000 ล้านบาท มาเยียวยาประชาชนและธุรกิจขนาดเล็ก และกลาง SMEs ต่างๆ ให้ประคองตัวอยู่ได้ในยามวิกฤตเช่นนี้

 

  1. ต้องกระจายงบกลางที่อยู่ในมือนายกฯ เป็นแสนล้าน ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค และจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้พอเพียงสักที อย่าให้ใครมาตั้งคำถามว่า #งบกลางหายไปไหน

 

  1. การกู้เงินต้องทำหลังจากทำข้อ (1) ข้อ (2) ให้ครบถ้วนก่อน และการกู้เงินต้องเป็นการกู้เพื่อนำไปใช้ในมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล วางแผนปรับเปลี่ยนงบประมาณ เร่งเกลี่ยเงินที่ไม่จำเป็นมาใช้ ก่อนการกู้เงินจะสร้างหนี้ให้ประชาชน

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories