×

รัฐบาลเล็งปรับรูปแบบสวัสดิการ ‘ข้าราชการรุ่นใหม่’ ย้ำไม่แตะบำนาญคนเดิม ด้านกรมบัญชีกลาง เปิดเฮียริงแก้กฎหมายสิทธิรักษาพยาบาล 4 ด้าน

13.07.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงแนวคิดรัฐบาลปรับสวัสดิการข้าราชการรุ่นใหม่ และกรมบัญชีกลางเปิดรับฟังความเห็นแก้สิทธิรักษาพยาบาล 4 ด้าน

รัฐบาลเล็งปรับรูปแบบสวัสดิการข้าราชการเข้าใหม่ ย้ำสิทธิของข้าราชการเก่ายังคงเดิม กรมบัญชีกลางเผยกำลังเปิดรับฟังความเห็น (Hearing) แก้ พ.ร.ฎ. สวัสดิการรักษาพยาบาล 4 ด้าน เพื่อปิดช่องโหว่ทุจริต หลังภาระงบแตะระดับ 9 หมื่นล้านบาทต่อปี

 

 

วันนี้ (13 กรกฎาคม) แพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ตอบคำถามผู้สื่อข่าวประเด็นโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับข้าราชการ (Early Retirement) ว่ากรมบัญชีกลางมีหน้าที่สนับสนุนด้านข้อมูลแก่ผู้กำหนดนโยบาย และตามหลักการแล้ว จะไม่มีการตัดสิทธิบำเหน็จบำนาญของข้าราชการเดิม แต่คาดว่าจะเป็นการปรับรูปแบบสวัสดิการ สำหรับข้าราชการเข้าใหม่

 

แพตริเซียกล่าวต่อว่า จากการสำรวจความคิดเห็นเพื่อศึกษาการปรับรูปแบบสวัสดิการสำหรับข้าราชการเข้าใหม่พบว่า ข้าราชการรุ่นใหม่หลายคนที่อยู่ในวัยต่ำกว่า 30 ปี ให้ความสำคัญกับโครงสร้างสวัสดิการที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แทนการได้รับเงินบำนาญรายเดือนหลังเกษียณ เนื่องจากต้องการนำเงินไปลงทุนสร้างความมั่งคั่งด้วยตนเอง

 

“ข้าราชการอายุประมาณ 30 บอกเองเลยว่าต้องการความชัดเจน จะไม่มีเงินบำนาญตอนแก่ก็ไม่เป็นไรเลย แต่อยากได้เงินไปลงทุนเอง เพราะมี กบข. อยู่แล้ว อยากจะออมเพิ่มเอง ขอแค่มีเงินเดือนที่อยู่ได้ จะได้ไปวางแผนชีวิตได้ว่าจะซื้อบ้าน รถ เมื่อไร ซึ่งน่าสนใจนะ เพราะเด็กๆ ไม่ได้คิดเหมือนเราที่อายุ 50 กว่านะคะ” แพตริเซียกล่าว

 

สำหรับแนวคิดการปฏิรูประบบสวัสดิการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาแนวทางโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) ภายในปีงบประมาณ 2570 เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐและลดภาระรายจ่ายประจำในระยะยาว

 

เปิดเฮียริง แก้ พ.ร.ฎ. สวัสดิการรักษาพยาบาล 4 ประเด็น

 

แพตริเซียกล่าวต่อว่า ท่ามกลางภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้น กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารจัดการสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไขพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เพื่ออุดช่องโหว่การบริหารจัดการและป้องกันการทุจริต โดยย้ำว่าเป็นการ ปรับปรุงกฎหมายเดิม ไม่ใช่การยกเลิกสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ

 

“ปัจจุบันกรมบัญชีกลางดูแลผู้มีสิทธิรักษาพยาบาลประมาณ 5 ล้านคน โดยมากกว่าครึ่งเป็นผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ส่งผลให้งบประมาณค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 90,000 ล้านบาทต่อปี”

 

แพตริเซียกล่าวอีกว่า แม้มูลค่าความเสียหายจากการทุจริตสะสมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะอยู่ที่ประมาณ 250 ล้านบาท แต่กรมบัญชีกลางต้องตรวจสอบธุรกรรมการรักษาพยาบาลมากถึง 35 ล้านรายการต่อปี ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ด้านการตรวจจับการทุจริตทั่วประเทศเพียง 6 คน จึงอยู่ระหว่างหารือเพื่อนำเทคโนโลยีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาช่วยตรวจจับความผิดปกติได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

โดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไขพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) มีสาระสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่

 

1. บังคับเบิกจ่ายสิทธิค่ารักษาโดยตรงกับกรมบัญชีกลางเท่านั้น

 

โดยสถานพยาบาลที่เข้าร่วมจะต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและลดความเสี่ยงการทุจริต

 

2. เปิดทางให้ครอบครัวเลือกใช้ ‘สิทธิข้าราชการ’ หรือ ‘สิทธิบัตรทอง’

 

กฎหมายฉบับเดิมกำหนดให้บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร ต้องใช้สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการเป็นลำดับแรก แต่ร่างใหม่จะเปิดโอกาสให้ข้าราชการเลือกได้ว่าจะให้บุคคลในครอบครัวใช้สิทธิข้าราชการของตนหรือไม่

 

หากไม่ใช้ ก็สามารถเลือกใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมแทนได้ แต่เมื่อเลือกแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนไปมาได้

 

3. ทุจริต 1 คน ตัดสิทธิทั้งครอบครัว

 

หากตรวจพบการทุจริต เช่น การนำสิทธิไปรับยาจากหลายโรงพยาบาลเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ จะมีบทลงโทษให้ตัดสิทธิรักษาพยาบาลของทั้งครอบครัว รวมถึงตัวข้าราชการผู้ถือสิทธิ เนื่องจากสถิติที่ผ่านมา การทุจริตจำนวนมากเกิดจากบุคคลในครอบครัวของข้าราชการ

 

4. เพิ่มความโปร่งใส

 

กำหนดให้สถานพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีความโปร่งใสในการสั่งจ่ายยาและการจัดทำสัญญาต่างๆ ตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อยกระดับการกำกับดูแลระบบสวัสดิการรักษาพยาบาล

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories