×

‘สุชาติ’ ประกาศสงครามขยะพิษปราจีนฯ ลั่นเสียเพื่อนดีกว่าเสียคน ปัดรับเคลียร์โรงงานปล่อยสารเคมี จ่อใช้ยาแรงดึง ปปง.-DSI ลุยยึดทรัพย์

โดย THE STANDARD TEAM
20.10.2026
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (20 ตุลาคม) เวลา 10.00 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นอย่างมาก และได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อบูรณาการการทำงานและรวบรัดขั้นตอนในการควบคุมปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เรื้อรังมานานหลายสิบปี

 

สุชาติ กล่าวว่า แม้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จะไม่มีอำนาจในการอนุมัตินำเข้าสารเคมี แต่มีหน้าที่ตรวจสอบและร้องทุกข์กล่าวโทษ ล่าสุด คพ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีโรงงานปล่อยน้ำสีรุ้ง ในรัศมี 1 กิโลเมตร และพบสารที่เกี่ยวกับน้ำมันปริมาณมหาศาล จึงได้แจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ศรีมหาโพธิ

 

ทั้งนี้ สุชาติยอมรับว่ามีเจ้าของโรงงานที่รู้จักกันโทรศัพท์มาติดต่อเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ แต่อย่างไรตนก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนบินสำรวจและพบหลักฐานชัดเจนว่าพนังกั้นน้ำของโรงงานแตก ทำให้สารเคมีรั่วไหลออกมา

 

“ผมเปิดสงครามกับคนเหล่านี้แน่นอน ถ้าใครทำอะไรผิด ยิ่งเราเป็นรัฐมนตรี เป็นคนของประชาชน มีกฎหมายในมือ ถ้ายังทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะเป็นรัฐมนตรีไปเพื่ออะไร จะเอาความเสี่ยงเรื่องสุขภาพประชาชนมาเป็นตัวประกันไม่ได้” สุชาติกล่าวย้ำ

 

สุชาติ ยังระบุถึงแนวทางการใช้ยาแรง ทางกฎหมาย โดยได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงฯ ประสานงานกับเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดียึดทรัพย์ผู้ประกอบการที่ลักลอบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะฐานความผิดการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานฯ พร้อมเตรียมผลักดันให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อให้การปราบปรามเป็นไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด รวมถึงจะมีการพิจารณายึดใบอนุญาตถาวรหากพบการกระทำผิดซ้ำซาก แทนที่จะสั่งปิดปรับปรุงเพียงชั่วคราว

 

นอกจากนี้ ยังได้รับการร้องเรียนเรื่องที่ดินของบริษัทที่เข้าข่ายกระทำความผิด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีเอกสาร น.ส.3 ก จำนวน 3 ฉบับ แต่พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นป่าสงวนเมื่อปี 2530 ทางกระทรวงฯ จึงเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษตามมาตรา 61 เพื่อพิสูจน์การออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบและดำเนินการเพิกถอนต่อไป

 

เมื่อสอบถามว่า การทำงานเชิงรุกจะทำให้เสียเครือข่ายเพื่อนฝูงในภาคตะวันออกหรือไม่ สุชาติยืนยันว่าเสียเพื่อนก็ต้องเสีย แต่ถ้าเสียคนจะอยู่ไม่ได้ เกิดมาจะเอาหน้ามาสู้กับประชาชนได้อย่างไร พร้อมทิ้งท้ายว่า ตนได้ประสานงานกับ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างใกล้ชิด เพื่อขอข้อมูลใบอนุญาตโรงงานคัดแยกและหลอมขยะ โดยพุ่งเป้าไปที่โรงงานนอกเขตนิคมอุตสาหกรรมซึ่งมีความเสี่ยงสูง และนายกรัฐมนตรีเตรียมรวมศูนย์อำนาจเพื่อความชัดเจนในการแก้ไขปัญหานี้เร็วๆ นี้


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising