วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ทิวา การกระสัง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่คลิปเสียง ซึ่งมีเนื้อหากล่าวหาว่า ทรงศักดิ์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
ทิวา ยืนยันว่าข้อกล่าวหาในคลิปเสียงดังกล่าวไม่เป็นความจริง จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลรวม 3 ราย ประกอบด้วย บุคคลที่ใช้ชื่อว่า ส้ม, กิต และผู้เผยแพร่คลิปคือ บังแจ็ค ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์) ฐานร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ทนายความเปิดเผยรายละเอียดว่า คลิปเสียงดังกล่าวถูกบันทึกไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมีการลงนามสัญญาและจัดการสอบจริง โดยในคลิปเสียงต้นฉบับไม่ได้มีการระบุชื่อของทรงศักดิ์ มีเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ ว่า “รัฐมนตรีช่วยฯ ให้โควตา 1,500 คน เรียกรับเงินคนละ 350,000 บาท”
จากกระแสข่าวการเรียกรับเงินดังกล่าว ทำให้ทรงศักดิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ได้นำเรื่องนี้เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี จนนำไปสู่การเชิญหน่วยงานด้านการปราบปรามการทุจริตมาร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อป้องกันการทุจริตในการสอบอย่างเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมขบวนการทุจริตการสอบได้ กลับปรากฏว่ามีการนำคลิปเสียงฉบับเต็มไปเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กของ บังแจ็ค โดยคราวนี้มีการเอ่ยชื่อทรงศักดิ์อย่างชัดเจน พร้อมกล่าวอ้างถึงโควตา 1,500 คน ซึ่งหากคำนวณจากการเรียกรับเงินคนละ 350,000 บาท จะมีมูลค่าสูงถึงกว่า 500 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของทรงศักดิ์และพรรคภูมิใจไทย
ทิวา ระบุเพิ่มเติมว่า ทางทีมกฎหมายมองว่าการกระทำนี้เป็นความพยายามในการดิสเครดิตและตัดเส้นทางการเมือง จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะบุคคลที่ชื่อ ส้ม และ กิต เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกมาสอบสวนถึงที่มาของคลิปเสียง
นอกจากนี้ จากข้อมูลเชิงลึกเชื่อว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีเจตนาแอบแฝงในการล้มกระบวนการประมูล เนื่องจากกลุ่มของตนไม่ได้รับงานและเสียผลประโยชน์ โดยมีพฤติการณ์เคลื่อนไหวในลักษณะนี้มาเป็นเวลานาน หากบุคคลเหล่านี้มีความบริสุทธิ์ใจและไม่มีเจตนาทางการเมือง ควรนำคลิปเสียงไปมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม แทนการนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะเพื่อโจมตี
ทนายความยืนยันว่า ขณะนี้ได้นำพยานหลักฐานที่มีความสมบูรณ์กว่า 80% มอบให้แก่พนักงานสอบสวนแล้ว โดยเฉพาะข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงเครือข่ายของ ส้ม อย่างละเอียด ซึ่งเชื่อมั่นว่าภายหลังการสอบปากคำ พนักงานสอบสวนจะสามารถออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาได้ พร้อมกล่าวย้ำว่า ทรงศักดิ์ไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับ ส้ม และ กิต ตามที่ถูกกล่าวอ้างอย่างแน่นอน


