อานนท์ นำภา ผู้ต้องขังคดีทางการเมืองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อดีตทนายความและแกนนำกลุ่ม ‘ราษฎร’ เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกลงวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ระบุถึงความกังวลด้านสวัสดิภาพและความปลอดภัยของกลุ่มผู้ต้องขังคดีทางการเมืองในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
“เรื่องนี้มันเกินกว่ากำลังของพวกเราและอาจเกินกว่ากำลังของเพื่อนๆ ดังนั้น จดหมายฉบับนี้จึงอาจเป็นเพียงการบอกเล่าความความกังวลในอันตรายที่กำลังจะเกิดกับพวกเรานักโทษการเมือง ม.112 ในเรือนจำขณะนี้” อานนท์ระบุในจดหมายช่วงหนึ่ง
ภายหลังมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารเรือนจำชุดใหม่ในยุคของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย และมีนโยบายที่จะแยกแดนคุมขังผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ออกจากกัน โดยอานนท์ระบุว่านโยบายดังกล่าวทำให้ผู้ต้องขังตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายร่างกายโดยไม่มีพยานบุคคล
อานนท์ให้เหตุผลว่า การถูกแยกคุมขังสร้างความกังวลต่อความปลอดภัย เนื่องจากบริบทภายในเรือนจำมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีวันละ 2 รอบ คือเวลา 05.45 น. และ 18.15 น.
ประกอบกับผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 เป็นกลุ่มที่ถูกกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ที่ผู้ต้องขังคดีทางการเมืองที่ถูกแยกแดน ถูกผู้ต้องขังคดีทั่วไปทำร้ายร่างกายเนื่องจากไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีตามเวลาที่กำหนด ก่อนที่ผู้ต้องขังรายดังกล่าวจะถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง
อานนท์ระบุถึงสถานการณ์ว่า การคุมขังรวมกันไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะไม่ถูกทำร้ายหรือถูกเอาชีวิต แต่เป็นหลักประกันในลักษณะพยานบุคคลว่า หากมีบุคคลเข้ามาทำร้าย กลุ่มผู้ต้องขังที่เหลืออยู่จะสามารถบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสู่ภายนอกได้ การพยายามแยกแดนจึงเป็นการทำลายหลักประกันข้อนี้
นอกจากประเด็นการเตรียมแยกแดน จดหมายยังระบุถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลต่อความกังวลของผู้ต้องขัง โดยอ้างถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่เรือนจำปกปิดรายชื่อพยายามเข้าควบคุมตัวผู้ต้องขังในเวลากลางดึกเมื่อปี 2564 รวมถึงการถูกกดดันให้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายบุคคลมาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 โดยมีการอ้างถึงผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แต่กลุ่มผู้ต้องขังได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
อานนท์เชื่อมโยงว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายพยายามแยกขังในปัจจุบัน เกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนชุดผู้บริหารเรือนจำในยุคของรัฐบาลปัจจุบัน
“ชะตากรรมของนักโทษการเมือง ม.112 ในระบอบสีน้ำเงินภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย นกที่ถูกขังในกรง ธุลีดินโปรยลงน้ำ มันจะไปเหลืออะไร ผมจึงลำบากใจที่จะเขียนจดหมายฉบับนี้ เพราะจะบอกว่าอยากขอให้เพื่อนๆ ช่วย ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะให้ช่วยอย่างไร มรสุมนี้มันใหญ่เสียเหลือเกิน” อานนท์ทิ้งท้าย
จากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อานนท์ นำภา เผชิญกับข้อกล่าวหาในคดีมาตรา 112 และคดีทางการเมืองอื่นๆ โดยเมื่อรวมอัตราโทษจำคุกจากคำพิพากษาในคดีที่ศาลมีคำตัดสินออกมาแล้ว โดยบางคดียังอยู่ในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์และยังไม่ถึงที่สุด มีโทษจำคุกรวมกันประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ ทั้งนี้ เขาถูกคุมขังในเรือนจำมาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2566 เป็นต้นมา


