วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จำนวน 6,500 ล้านบาท ที่งบประมาณกว่าครึ่งกระจุกอยู่ในพื้นที่ สส. พรรคภูมิใจไทย ว่า ตนมองว่าตั้งคำถามได้ แต่คำถามต้องควรเป็นเรื่องจริง อย่าสร้างความเชื่อผิดแบบเดิมๆ เช่น งบประมาณ 6,500 ล้านบาท เขาพูดถูกหมดว่า 1 พันกว่าล้านบาทเป็นหน่วยงานทำเอง แต่อีก 5 พันกว่าล้านบาท เป็นการประมูลงาน มี TOR
สุชาติกล่าวว่า ตนได้กำชับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่า คำขอเรื่องน้ำบาดาลทั้งหมดจะต้องอยู่ในแผนน้ำอยู่แล้ว ต้องผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ผ่านการประชุมหลายขั้นตอน และพื้นที่ที่จะไปเจาะน้ำบาดาลต้องมีพื้นที่ภัยแล้งอยู่แล้ว
สิ่งสำคัญคือ คำถามที่ว่าทำไมงบประมาณ 6 พันกว่าล้านบาท มาอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย และพูดถึงกลุ่มของตนว่ามีงบอยู่ 3 พันล้านบาท ตนเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ขอให้ลองไปดูในพื้นที่เขต 1 จังหวัดชลบุรีว่ามีหรือไม่ ไม่ได้มีการสำรวจใหม่ ถ้าจำไม่ผิดเป็นคำขอเดิมตั้งแต่ปี 66-69 ที่ขอมาจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกที่ ซึ่งเขามีความเดือดร้อน จึงขอถามกลับว่า ถ้าเป็นรัฐบาล เป็นความหวังดีของนายกรัฐมนตรี และท่านรู้อยู่แล้วว่าประเทศไทย การพยากรณ์อากาศทั่วโลก จะเกิดซูเปอร์เอลนีโญ หากเกิดขึ้นมาแล้วไม่มีน้ำใช้รัฐบาลจะมานั่งขุดหรือเจาะน้ำบาดาลมาใช้ จะทันกินหรือไม่ และเมื่อรัฐบาลมีการพยากรณ์อากาศที่เป็นมาตรฐานจึงมีแผนการเจาะน้ำบาดาลใต้ดินเอาขึ้นมาให้พี่น้องประชาชนที่มีพื้นที่แห้งแล้งใช้อุปโภคบริโภคและทางการเกษตร
สุชาติ กล่าวย้ำว่า อย่าลืมว่า พรรคฝ่ายค้าน มี สส.แบบแบ่งเขต 80 กว่าเขต อยู่ในกทม. 33 เขต ทั้งนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ท่านว่าพื้นที่เหล่านี้เจาะบ่อบาดาลได้หรือไม่ หรือพื้นที่ทางการเกษตรและมีภัยแล้งเกิดขึ้นหรือไม่ คนตรวจสอบต้องมีองค์ความรู้ของตัวเองด้วย ว่าการที่จะพูดอะไรออกมามันบ่งบอกถึงองค์ความรู้ นอกจากนี้รักชนกรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 69 พรรคการเมืองไหนจะได้ สส.กี่คน กี่เขต คำขอเหล่านี้เกิดก่อนวันเลือกตั้งทั้งนั้น คำของบประมาณเป็นคำขอออร์แกนิคทั้งหมด อยากให้มองว่าเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนเดือดร้อน อย่าเอามาเป็นเรื่องการเมือง ท่านต้องมีความคิดความอ่านที่จะเป็นฝ่ายค้านมืออาชีพมากกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่ต้องการจะสื่อคือ การที่พรรคภูมิใจไทยได้งบเยอะ เพราะได้ สส.แบบแบ่งเขตเยอะใช่หรือไม่ สุชาติกล่าวว่า ถ้าพรรคของรักชนก มี สส. 200 คน ก็อาจได้งบประมาณมากที่สุดหรือไม่ นี่คือคำถามที่ทำให้สังคมไทยมีความสับสนกับนักการเมืองฝ่ายค้านที่ตรวจสอบโดยไม่มีองค์ความรู้ คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเมืองไทย
สุชาติกล่าวอีกว่า อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เข้าไปชี้แจงที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ตอบคำถามหมด ตอบอย่างหนึ่ง แต่เขามีการตั้งธงอีกอย่างหนึ่ง ออกมาจากห้องเขาก็พูดตามที่เขาตั้งธงไว้ นี่คือนิสัยของเขา อยากให้ประชาชนช่วยจับตาดูพฤติกรรมเหล่านี้ว่าการที่จะเป็นนักการเมืองที่ดีหรือฝ่ายตรวจสอบที่ดี องค์ประกอบต้องเอาหลักความจริง พูดบนความจริงในสังคม อย่าเอาหลักความจริงมาบิดเบือนสร้างความเชื่อในสังคมแบบนี้ ทำให้คนทำงานท้อแท้
ส่วนมั่นใจหรือไม่ ว่าจะสามารถชี้แจงได้หากมีการยื่นอภิปราย สุชาติกล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีการวางแผนไว้หมดแล้วว่า ถ้าเขาถามคำถามนี้แล้วจะต้องตอบอย่างไร ยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำเป็นคำขอแบบออร์แกนิคทั้งหมด ไม่ใช่การไปสำรวจใหม่ ตนบริสุทธิ์ใจ ตั้งแต่มาอยู่พรรคภูมิใจไทย รื้อกิจการโรงแรมเป็นหมื่นล้านบาท เสียหายทีละพันล้านบาท เชื่อว่าส่วนตัวเป็นคนรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติสูงที่สุดในหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบอยู่ พร้อมย้ำว่า ตนไม่สามารถเข้าไปรับรู้ได้ งบกลางที่ทำว่าองค์ประกอบมีครบหรือไม่ เพราะต้องผ่านสำนักงบประมาณ ซึ่งแผนบริหารจัดการน้ำ ต้องผ่านการพิจารณาไม่ใช่ขออะไรไปแล้วจะได้รับการพิจารณาทั้งหมด


