×

พริษฐ์เปิดเส้นทางการเงินโยงคดีฮั้ว สว. อีก 4 จังหวัด พบ ส.อบจ. อำนาจเจริญโอนเงินให้เจ้าหน้าที่ กกต. ฝ่ายสืบสวน

โดย THE STANDARD TEAM
09.08.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงเส้นทางการเงินคดีฮั้ว สว. โดยเน้นกรณี ส.อบจ. อำนาจเจริญ โอนเงินให้เจ้าหน้าที่ กกต.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินใน ‘คดีโกง สว.’ โดยระบุว่า หากพิจารณาหลักฐานแต่ละชิ้นแยกออกจากกัน อาจยังไม่สามารถสรุปถึงการกระทำผิดได้ แต่เมื่อประกอบข้อมูลหลายประเภทเข้าด้วยกัน ทั้งรูปแบบคะแนน โพย คำให้การของพยาน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และเส้นทางการเงิน จะทำให้เห็นภาพของขบวนการตามข้อกล่าวหาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

 

นครพนม: พบ สว. ซื่อตั๋วเครื่องบินให้ผู้สมัครอื่น 7 คนเข้ากรุงเทพฯ

 

พริษฐ์เปิดเผยถึงข้อมูลเส้นทางการเงินเพิ่มเติมอีก 4 กรณี เริ่มจากจังหวัดนครพนม พบข้อมูลการชำระเงินเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 หรือประมาณ 5 วัน ก่อนการเลือกระดับประเทศ จาก สิทธิกร ธงยศ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สมัครและปัจจุบันเป็น สว. เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้ตนเองและผู้สมัคร สว. อีก 7 คนเดินทางเข้ากรุงเทพ รวมเป็นเงินประมาณ 31,000 บาท

 

พริษฐ์ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ผู้สมัครคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินให้ผู้สมัครรายอื่น สามารถเชื่อมโยงได้กับคำให้การของพยาน ที่ระบุว่าผู้สมัครจากนครพนมมีการเดินทางมารวมตัวกันก่อนการเลือกระดับประเทศเพื่อจัดทำโพย จึงขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบทั้งข้อมูลการจองตั๋ว การเดินทาง และการรวมตัวของผู้สมัครในช่วงเวลาดังกล่าว

 

ลำพูน: พบพิรุธผู้สมัคร สว. เลขซ้ำโผล่ในโพยทุกชุด

 

สำหรับกรณีจังหวัดลำพูน พริษฐ์ระบุว่า พบ อาทร โยธา ซึ่งไม่ได้เป็นผู้สมัคร สว. โอนเงินให้ผู้สมัคร สว. ในลำพูนรวม 7 คน ทั้งในช่วงก่อนการเลือกระดับจังหวัดและก่อนการเลือกระดับประเทศ รวมเป็นเงิน 21,000 บาท

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าอาทรและผู้สมัคร สว. จากลำพูนเคยเดินทางไปรวมตัวกับผู้สมัครอีก 2 คน ซึ่งต่อมาได้รับเลือกเป็น สว. ที่บริษัทแห่งหนึ่งใ0จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน หรือหนึ่งวันก่อนการเลือกระดับประเทศ

 

และเมื่อเปรียบเทียบกับโพยหลายชุดที่ถูกนำเสนอ จะพบว่าหมายเลขของ สว.ทั้งสองคนปรากฏซ้ำในโพยแทบทุกชุด แม้หมายเลขผู้สมัครรายอื่นรอบข้างจะมีความแตกต่างกัน

 

แต่ท้ายที่สุดทั้งสองคนได้รับเลือกเป็น สว. ในกลุ่มเดียวกัน โดยได้อันดับ 1 และอันดับ 5 จึงขอเรียกร้องให้ สว. ทั้งสองรายชี้แจงว่าการรวมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีความสัมพันธ์กับอาทรอย่างไร และรับรู้เกี่ยวกับการโอนเงินให้ผู้สมัครรายอื่นหรือไม่

 

สงขลา: สว. โอนเงินเกือบ 3 แสนให้ผู้สมัครอื่นใกล้วันเลือก

 

พริษฐ์กล่าวต่อไปถึงกรณีที่จังหวัดสงขลา โดยระบุว่าพบธุรกรรมจาก สว. 2 คนไปยังผู้สมัครรายอื่นในช่วงใกล้กับการเลือก โดยรายแรกพบการโอนเงิน 200,000 บาทให้ผู้สมัครในช่วงเปิดรับสมัคร และอีก 85,000 บาทในช่วงการเลือกระดับจังหวัด

 

ส่วน สว. อีกราย พบการโอนเงิน 60,000 บาทให้ผู้สมัคร สว. อีกคนหลังการเลือกระดับจังหวัดและก่อนการเลือกระดับประเทศ ซึ่งควรต้องมีการตรวจสอบเอกสารประกอบและวัตถุประสงค์ของการโอนให้ชัดเจน แม้จำนวนผู้รับเงินในกรณีสงขลาจะไม่มากแต่ยอดเงินค่อนข้างสูง จึงควรตรวจสอบต่อว่าเงินดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังบุคคลอื่นหรือไม่

 

อำนาจเจริญ: พบ ส.อบจ. โอนเงินให้เจ้าหน้าที่ กกต.

 

สุดท้ายคือกรณีของจังหวัดอำนาจเจริญ พบข้อมูลการโอนเงิน 13 ครั้ง ระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 รวม 860,000 บาท จาก ญาณี สีฟ้า ไปยัง สุรชัย ขันติยานนท์

 

จากการตรวจสอบพบว่าญาณีปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อำนาจเจริญ และมีข้อมูลแสดงความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองและนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่

 

ขณะที่สุรชัย จากเอกสารของ กกต.ในปี 2567 พบชื่อเป็นพนักงานสืบสวนและไต่สวน ฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัยของ กกต.

 

พริษฐ์ตั้งคำถามต่อ กกต. ว่าได้สอบสวนบุคคลทั้งสองและธุรกรรมรวม 860,000 บาทแล้วหรือไม่ เงินดังกล่าวถูกโอนด้วยวัตถุประสงค์ใด และเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันหรือไม่

 

นอกจากนี้ หาก กกต. ตรวจสอบแล้วเห็นว่าธุรกรรมดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ก็ควรอธิบายด้วยว่าเหตุใดจึงพบการโอนเงินระหว่างบุคคลทั้งสองเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 แต่ไม่พบธุรกรรมในลักษณะเดียวกันในช่วงครึ่งหลังของปี

 

สุดท้ายนี้ จากหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่พบกระจายอยู่ในอย่างน้อย 6 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน นครพนม หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ สุราษฎร์ธานี และสงขลา ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับหลักฐานประเภทอื่นที่ถูกนำเสนอในการแถลงข่าว ทั้งรูปแบบการลงคะแนน โพย คำให้การของพยาน และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล พริษฐ์จึงเห็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอแล้วให้ กกต. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และส่งเรื่องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยว่าบุคคลใดกระทำผิดหรือไม่

 

ให้เวลา กกต. ชี้แจง หากยังไม่ได้สอบสวนพร้อมส่งข้อมูลให้

 

พริษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทหน้าที่ของสุรชัย เจ้าหน้าที่ กกต. ซึ่งพบว่ารับเงินนั้น จากเอกสาร กกต. ปี 2567 ปรากฎชื่อเป็นพนักงานสอบสวนไต่สวนวินิจฉัยฝ่าย 7 ส่วนตัวมีข้อสงสัยว่ามีอำนาจแค่ไหน รับผิดชอบอะไร เป็นหน้าที่ของ กกต. ชี้แจง

 

สำหรับคนที่โอนเงินให้คือญาณี เป็น ส.อบจ. เขต 5 อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ตอนสมัครใช้โลโก้กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ และปรากฏภาพร่วมกิจกรรมกับ สุขสมรวย วันทนียกุล อยู่หลายครั้ง

 

ส่วนกรณีที่ กกต. ออกเอกสารข่าวว่าจะพิจารณาคดีฮั้ว สว. ภายในเดือนสิงหาคมนี้ มองว่ากระแสกดดันจากภายนอกมีผลหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า ตามกรอบกฎหมาย กกต. ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 90 วัน การที่ให้คำมั่นว่าจะเสร็จในเดือนสิงหาคม ถือว่าเป็นไปตามกรอบเวลา 90 วัน ที่จะครบในช่วงต้นเดือนกันยายน

 

“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จบเมื่อไหร่ แต่จบอย่างไร สิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น กกต. ตัดตอนกระบวนการยุติธรรมให้เรื่องไปไม่ถึงศาล แต่ที่กังวลในตอนนี้คือจะจบอย่างไร ผมเชื่อว่าความสนใจของประชาชนต่อหลักฐานที่ถูกนำเสนออย่างเป็นระบบ จะมีส่วนทำให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สั่งฟ้องเรื่องที่ศาล“ พริษฐ์กล่าว

 

ขณะที่กรณีของสุรชัยนั้น พริษฐ์ระบุว่า จะให้โอกาส กกต. 1-2 วัน ว่าจะชี้แจงหรือไม่ มั่นใจว่าข้อมูลเหล่านี้ กกต. ก็เข้าถึงได้เช่นกัน หากสอบสวนไปแล้วขอให้ชี้แจงว่า เรื่องถึงขั้นไหน หากยังไม่ได้สอบสวน ตนเองก็พร้อมนำข้อมูลที่มีไปยื่นต่อ กกต.

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising