Menu
271465

วราวุธประเดิมงานแรก ลงพื้นที่​แก้ปัญหาพะยูนเกยตื้น สั่งฝังชิปมาเรียม เร่งดูแลสัตว์ทะเลหายาก

19.07.2019
  • LOADING...

จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ได้มีการพบพะยูนเกยตื้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งทะเลจังหวัดกระบี่​และจังหวัดตรัง นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าเสียดายเป็นอย่างมาก สำหรับสัตว์ป่าสงวนหายากที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คาดว่าอาจจะเหลือประชากรพะยูนในทะเลไทยเพียง 200 กว่าตัว​เท่านั้น​

 

วานนี้ (18​ ก.ค.)​ วราวุธ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง​ พร้อมคณะฯ กล่าวว่า​ หลังจากได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ​ ให้ดำรงตำแหน่ง​ จึงเลือกเดินทางไปยัง​จังหวัดตรังเป็นที่แรก​​ เพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการอนุบาลลูกพะยูนน้อย​แบบธรรมชาติ​​ และร่วมหารือเกี่ยวกับมาตรการในการดูแลสัตว์ทะเลหายาก ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรม ทช.​ 

 

ทั้งนี้ จากการรายงานสถานการณ์ของพะยูนเบื้องต้นทราบว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบพะยูนจำนวน​ 200​-250​ ตัว​ โดยพะยูนเป็นสัตว์สงวนตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า​ พ.ศ. 2535 อีกทั้งยังพบการเกยตื้นของพะยูนส่วนใหญ่มักเกิดจากภัยคุกคามทางด้านการประมง​ 89% ป่วยตาย​ 10% และอื่นๆ​ 1% โดยในช่วงที่ผ่านมา​ได้มีการพบลูกพะยูนขึ้นมาเกยตื้นในพื้นที่​จังหวัดกระบี่​ 

 

โดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ​ ได้ทำการขนย้ายมาอนุบาลในพื้นที่อ่าวดูหยง​ เกาะลิบง​ เพราะว่าในพื้นที่แห่งนี้มีทรัพยากรของหญ้าทะเลหลากหลายสายพันธุ์ที่อุดมสมบูรณ์​ รวมถึงมีพะยูนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย​ พร้อมกับมีการตั้งชื่อว่า​ ‘เจ้ามาเรียม’ ซึ่งแปลว่าหญิงสาวผู้มีความสง่างามแห่งท้องทะเล โดยในขณะนี้​ทีมสัตวแพทย์จากกรม​ ทช.​ และอาสาสมัครผู้พิทักษ์ดูหยงได้ทำการดูแล​เจ้ามาเรียมแบบธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด​ (CCTV) ทั้ง​ 6​ จุด​ เพื่อถ่ายทอดสดสัญญาณผ่านทางเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ของกรม ทช.​ ตลอด 24 ชั่วโมง 

 

ซึ่งมองในแง่ดี จะช่วยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ให้กับเจ้ามาเรียม และอีกมุมหนึ่งทุกคนทั่วโลกจะได้เห็นกิจวัตรประจำวันของทีมงานสัตวแพทย์ โดยเริ่มตั้งแต่การป้อนนม การสอนกินหญ้า​ การพายเรือแม่ส้มออกไปสอนว่ายน้ำ ​เพื่อเป็นการเรียนรู้ชีวิตสัตว์ทะเลหายากที่ไม่เคยมีใครเห็นอย่างใกล้ชิดมาก่อน​ หากเจ้ามาเรียมแข็งแรงและสามารถปรับสภาพได้ดีแล้ว​ ก็จะปล่อยเจ้ามาเรียมกลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติ​​ และในอนาคตข้างหน้านี้​ กรม​ ทช. ​จะทำการฝังชิปและติดแท็กเพื่อระบุตัวตนของเจ้ามาเรียมอีกด้วย

 

รัฐมนตรี​ ทส.​ กล่าวต่อว่า​ จากนั้นได้รับฟังการสรุปแนวทางในการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากจากผู้เชี่ยวชาญ​ นักวิชาการ​ ทีมสัตวแพทย์​ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ดูแลเจ้ามาเรียม​ พร้อมกับร่วมพบปะพูดคุยกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลจังหวัดตรังจำนวน​ 200​ คน​ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน​ อีกทั้งให้โอวาทและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แก่เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล พร้อมทั้งฝากให้ทุกคนเป็นหูเป็นตาในการปกป้อง​ ดูแล และช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก​เหล่านี้ หากพบการเกยตื้นให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบ​ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ทำการรักษาและดูแลได้ทันท่วงที

 

หลังจากนี้​กระทรวง​ ทส.​ จะเดินหน้าขับเคลื่อนและให้ความสำคัญเกี่ยวกับงานด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ โดยเฉพาะสัตว์ทะเลหายากที่พบการเกยตื้นอยู่บ่อยครั้ง​ ไม่ใช่เพียงแค่พะยูนเท่านั้น​ แต่ยังมีสัตว์ทะเลหายากอีกหลายชนิด เช่น ฉลามวาฬ, โลมา และเต่าทะเล เป็นต้น 

 

พร้อมขอความร่วมมือประชาชน​และผู้ประกอบการประมงในพื้นที่​ช่วยกันสอดส่องดูแลและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญ ตลอดจนมีความรักและหวงแหนต่อสัตว์ทะเลหายาก อีกทั้งจะมีมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่อสัตว์ทะเลหายาก ตลอดจนจัดทำพื้นที่คุ้มครองเพื่อให้เป็นแหล่งหากินของพะยูนในพื้นที่ทะเลตรัง รวมถึงขอความร่วมมือไปยังผู้ที่อาศัยอยู่ชายฝั่ง​ ในการป้องกันและดูแล​สัตว์ทะเลหายากเหล่านี้​ ไม่ให้ได้รับผลกระทบทั้งจากขยะพลาสติก​ การทำประมงที่ผิดกฎหมาย​ และการล่าเอาเขี้ยวของพะยูนมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดๆ​ เพื่อให้พะยูนและสัตว์ทะเลหายากอยู่คู่กับทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลต่อไป​

 

 

ภาพ: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR