×

‘Solar Rooftop’ ทางออกของคนยุคหลังวิกฤตโควิด-19 เมื่อการ Work from Home จะกลายเป็น Norm ใหม่ โดยไม่ต้องปวดใจกับค่าไฟแพง! [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
04.06.2020
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ New Normal ที่ส่งผลต่อมนุษย์ค่อนข้างชัดเจนนั่นคือการ Work from Home ซึ่งผลกระทบที่ตามมาติดๆ คือค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น
  • Solar Rooftop นวัตกรรมที่ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ติดตั้งให้กับบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และคอนโดมิเนียมทุกโครงการ มาตั้งแต่ปี 2558 นั่นหมายความว่า ลูกบ้าน SENA ที่อยู่ในบ้านที่ติดตั้ง Solar Rooftop จะได้รับผลกระทบค่าไฟน้อยกว่า
  • บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หยิบจุดเด่นเรื่อง Solar Rooftop ผนวกกับแนวโน้มการเกิด New Normal เล็งเห็นปัญหาของคนที่อยู่ทาวน์โฮม จึงเตรียมเปิดโปรดักส์ใหม่ ‘ทาวน์โฮม’ เจาะคอนซูมเมอร์ระดับกลาง-ล่าง พร้อมติดตั้งโซลาร์ขนาด 1.28 กิโลวัตต์ เท่ากับการเปิดแอร์และคอมพิวเตอร์ทำงาน โดยไม่ต้องจ่ายค่าไฟเพิ่ม ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ภายใต้ชื่อ ‘เสนา วิลล์ ลำลูกกา คลอง 6’ เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ราคา 2 ล้านกว่าบาท เปิดขายอย่างเป็นทางการช่วงเดือนมิถุนายน 2563 นี้

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจและองค์กรจำนวนมากต้องปรับเกมครั้งใหญ่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศไทยต้องรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิด วิกฤตที่ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งรับ ทุกคนได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 


ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกัน ที่ต้องปรับกลยุทธ์รับมือทั้งกับสถานการณ์ปัจจุบันและสถานการณ์ซื้อขายที่อยู่อาศัยในอนาคต โควิด-19 จะส่งผลต่อพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยขนาดไหน การที่องค์กรให้พนักงาน Work from Home ได้ และบางบริษัทอาจมองเป็นมาตรการที่ดำเนินการต่อไป นั่นเป็นสิ่งที่ดีเวลลอปเปอร์อาจต้องเริ่มนำมาวิเคราะห์ 


บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ก็เป็นอีกหนึ่งดีเวลลอปเปอร์ที่ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส โดยมีแต้มต่อเรื่องนวัตกรรม Solar Rooftop เป็นจุดเด่น เนื่องจากโควิด-19 ก่อให้เกิด New Normal ที่ส่งผลต่อมนุษย์ค่อนข้างชัดเจนและทั่วโลก นั่นคือการ Work from Home และหลังโควิด-19 ไป ชีวิตวิถีใหม่จะเริ่มขึ้น เมื่อต้องอยู่บ้านมากขึ้น ‘ค่าไฟ’ ย่อมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

อย่างที่บอกไปว่า SENA มีแต้มต่อเรื่องการทำ Solar Rooftop อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2558 โดยพัฒนาและได้แรงบันดาลใจมาจากช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 วิกฤตครั้งนั้นส่งผลให้ ดร.ยุ้ย-เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ในฐานะรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เห็นว่า ถึงเวลาที่ SENA จะเป็นส่วนหนึ่งของการลดภาวะโลกร้อน ลดปัญหาภัยธรรมชาติ โดยเริ่มต้นด้วยการต่อยอดจากธุรกิจที่ทำอยู่คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ศึกษาเรื่องการติดตั้ง Solar Rooftop เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน 

 

 

 

“ตอนปี 2554 น้ำท่วมทุกโครงการของเรา ทำให้เราต้องลงไปทุกพื้นที่เพื่อดูว่าจะช่วยเหลือลูกบ้านอย่างไรได้บ้าง สิ่งที่ทำได้ทันทีเลยคือ นำอาหารเข้าไปให้ และต่อมาคือจะดูแลคนที่ป่วยและติดอยู่ในบ้านอย่างไร มันเลยกลายเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ถ้าวันนั้นไม่ลงพื้นที่จริง เราคงไม่มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ มาจนถึงทุกวันนี้

 

“วิกฤตครั้งนั้นทำให้เราเรียนรู้ว่า วิกฤตบางอย่างเงินแก้ปัญหาไม่ได้ เวลาเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ วิธีการของรัฐฯ คือใช้เงินแก้ไขเพื่อให้ดีขึ้น แต่วันนั้นมีเงินเท่าไรน้ำก็ไม่ลด ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำคือ จะป้องกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤต ทำให้เราอยากพัฒนาเรื่อง Solar Rooftop ให้ดียิ่งขึ้น” 

 

“ทุกคนมีส่วนช่วยแก้ปัญหาได้จากจุดที่ตัวเองยืนอยู่ ดังนั้นจากจุดของเรา เสนาช่วยโลกร้อนได้ด้วยการป้องกัน ช่วงเริ่มต้นศึกษาเยอะมากๆ ไปปรึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้เราได้รู้จักคำว่าโซลาร์ และรู้สึกว่าสิ่งนี้ไปกับธุรกิจได้ มัน Win Win ถ้ามองแค่ว่า Solar Rooftop ติดเพื่อให้ลูกบ้านรู้สึกรักษ์โลก เดี๋ยวก็เลิก เลยต้องคิดไปถึงเรื่องการเซฟค่าใช้จ่าย เซฟค่าไฟร่วมด้วย”

“ตอนนั้น Solar ในประเทศไทยมี 2 มิติ คือ Solar Farm และ Solar Rooftop ซึ่ง Solar Rooftop มีแต่บ้านคนมีเงินติด เพราะมันแพงมาก ถ้าเราทำแบบนั้นไม่มีทางทำได้เลย จึงเริ่มศึกษาแผน PDP แผนพลังงาน ปรึกษาคนที่รู้เรื่องนี้ ก็พบว่าในแผนพลังงานของเมืองไทย มีการศึกษาเรื่อง Solar Home และในอนาคต ทางการจะสนับสนุนเพื่อให้คนไทยมีความสามารถในการติดมากขึ้น พอไปดูงานที่หมู่บ้านฟุจิซาวะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ติดโซลาร์ทุกหลัง และติดที่ส่วนกลางของหมู่บ้านด้วย ทำให้เราเห็นเลยว่าถ้าจะทำให้ Solar Rooftop ยั่งยืนต้องทำอย่างไร”

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ ดร.ยุ้ย ตัดสินใจทำ SENA SOLAR ENERGY ศึกษาและพัฒนามาจนถึงวันนี้ จนกลายเป็นดีเวลลอปเปอร์เจ้าเดียวที่ติดตั้ง Solar Rooftop ให้กับบ้านเดี่ยว บ้านแฝด คอนโดมิเนียมให้กับลูกบ้านครบวงจร ประจวบเหมาะกับวิกฤตครั้งนี้ ดร.ยุ้ย เชื่อมั่นว่าบ้านโซลาร์จะกลายเป็น New Normal เพราะการล็อกดาวน์ทำให้คนเกิดการหยั่งรู้ได้รวดเร็วขึ้น เห็น ‘คุณค่า’ ของค่าไฟตอนกลางวันชัดขึ้น

 

 



โควิด-19 วิกฤตที่ลูกบ้าน SENA ได้รับผลกระทบเรื่องค่าไฟ ‘น้อยที่สุด’ 

“เรามีการวัดผลให้ลูกค้ามั่นใจว่า Solar Rooftop ช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟได้จริง ถ้าสเกลประมาณบ้านแฝด บ้านเดี่ยว เซฟค่าไฟได้เดือนละประมาณ 1,500 บาท เราวัดผลด้วยการสร้างบ้านสองหลังติดกัน องค์ประกอบเหมือนกัน แต่หลังหนึ่งติด อีกหลังไม่ติด แล้วลองดูว่าในหนึ่งเดือนค่าไฟจ่ายต่างกันเท่าไร”  

 

อยู่บ้านมากขึ้น ค่าไฟลดลง การปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตแบบ New Normal สำหรับลูกบ้านเสนาก็ง่ายกว่าการปรับพฤติกรรมเพื่อประหยัดค่าไฟ และเมื่อไม่จำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้ามากนัก ในทัศนะของ ดร.ยุ้ย มองว่า การเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากคอนโดมิเนียมไปอยู่บ้านมากขึ้น เพราะต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้นในการ Work from Home ยังไม่ใช่ประเด็นหลัก หากคอนโดมิเนียมยังตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ในหลายปัจจัย

“มีคนบอกว่า หลังจากนี้คอนโดไม่เกิดแน่เพราะแออัด อยู่ในห้องก็ Work from Home ไม่ไหวเพราะห้องเล็ก ต้องกลับมาถามคนกลุ่มนี้ที่ตัดสินใจซื้อคอนโดตั้งแต่แรกเพราะอะไร ลองสังเกตทำไมขอนแก่น อุบลราชธานี ตลาดคอนโดถึงไม่เติบโต เพราะเขาสามารถอยู่บ้านได้ ค่าเดินทางไม่แพง รถไม่ติด เขาถึงเลือกอยู่บ้าน แต่ในกรุงเทพฯ คนซื้อคอนโดเพราะอยู่บ้านไม่ไหว มันมีความสัมพันธ์กับค่าเดินทาง เช่น คนวัยทำงานเริ่มต้น อยากซื้อบ้านราคา 2.2 ล้านบาท ราคานี้น่าจะอยู่ประมาณรังสิต คลอง 8 แต่ถ้า 2.2 ล้านบาท คอนโดในเมืองก็พอหาได้แล้ว เดินทางสะดวก ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ นี่คือกลไกตลาด แต่ถ้าบ้านอยู่ในโลเคชันใกล้ที่ทำงานในราคาเท่านี้ใครก็อยากได้ นี่คือที่มาว่าทำไมคอนโดยังเติบโต” 

 

Solar Campaign จะกลายเป็น New Normal ใหม่ของอสังหาฯ หรือไม่
“ก่อนหน้านี้เราก็มีเทรนด์ของการไม่ทำงานในออฟฟิศอยู่แล้ว สตาร์บัคส์ถึงได้เติบโต ใน 100% ที่ต้องทำงานทุกวันอาจจะมี 20% ที่ทำงานที่ไหนก็ได้ และมี 80% เข้าออฟฟิศ ณ เวลานี้ตัวเลขอาจจะกลับกัน 20% มาทำงานที่ออฟฟิศ แล้ว 80% ทำงานที่บ้านอย่างเดียว แต่เมื่อกลับมาเข้าสู่โหมดปกติและเป็น Norm ของเราเอง ตัวเลขน่าจะเป็น 40% คือคนทำงานที่ไหนก็ได้ และ 60% ก็ยังทำงานออฟฟิศอยู่ แต่ดีกรีที่เพิ่มขึ้นมันอาจจะไม่ใช่ทำงานที่บ้านก็ได้ ออกมาทำงานร้านกาแฟเหมือนเดิม มันก็ยากที่จะบอกว่า ทำงานที่บ้านจะเป็นกระแสหลัก แต่จะเป็นการทำงานนอกออฟฟิศมากกว่า 

“ปกติโซลาร์ที่อยู่อาศัยโตขึ้นทุกปี แต่เป็นเคิร์ฟโตช้า Rate of Growth ต่ำ แต่วันนี้จะโตเร็วขึ้น ถ้าเราตีความ New Normal หมายถึง 100 คน 80 คนใช้ ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ที่มันจะโตเพราะผลประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น ในเมื่อเราเห็นอยู่แล้วว่า กลางวันเราใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น ทำงาน ออกกำลังกาย บ้านจึงกลายเป็นที่ที่เราใช้ชีวิตมากกว่าแค่การกลับมานอน ทำให้คนกลุ่มหนึ่งพึงพอใจหรือต้องการมี Solar Rooftop มากขึ้น”   

 

 


สิ่งที่ SENA เร่งดำเนินการในขณะนี้คือ การเป็นรายแรกกับการเปิดตัวทาวน์โฮมติดโซลาร์

“เราเล็งเห็นปัญหาของกลุ่มที่โดนผลกระทบหนักๆ คือกลุ่มคนรายได้น้อย ที่ช่วงนี้โดนลดรายได้ แต่กลับต้องจ่ายค่าไฟพุ่งสูงขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่า ถ้ามองย้อนกลับมาในจุดของคนซื้อ ถ้าทำงานที่บ้านจริงๆ ค่าไฟกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และกลุ่มคนที่อยากเซฟค่าไฟมากที่สุดก็คือคนรายได้ไม่เยอะ ดังนั้นปีนี้เรามีโครงการเปิดตัวทาวน์โฮมติดโซลาร์โครงการแรกที่คลอง 6 ราคาอยู่ที่ 2 ล้านกว่าบาท โดยปกติราคานี้ไม่น่าจะติดตั้งโซลาร์ได้ เพราะต้นทุนโซลาร์สูง แต่ด้วยความที่เสนามีบริษัทในเครืออย่าง SENA SOLAR ENERGY ที่ดูแลเรื่องธุรกิจนี้โดยตรง มีทีมงานและมี Economy of Scale ทำให้เราสามารถติดตั้งโซลาร์ให้ทาวน์โฮมได้ ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของบริษัท และถือว่าเราคือรายแรกที่พัฒนาทาวน์โฮมติดโซลาร์ ช่วยให้ไม่ต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นตลอดการ Work from Home ซึ่งจะเปิดตัวเดือนมิถุนายน 2563 นี้”

 

 

 

 

ดีเวลลอปเปอร์อาจต้องแก้โจทย์ทำที่อยู่อาศัยในราคาที่คนจับต้องได้
“New Normal ที่เกิดขึ้นแน่ๆ ช่วงโควิด-19 คือการมีรายได้ลดลง ดังนั้นสำหรับเราในฐานะดีเวลลอปเปอร์ไม่ใช่การทำพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้ถูกลง เพราะที่อยู่อาศัยเป็นสินค้า Durable ใช้นาน 30 ปี ต้องมองอะไรที่สมเหตุสมผล โลเคชัน ประเภทของที่อยู่อาศัย ที่สำคัญคือราคามันเหมาะสมหรือเปล่า เมื่อพิจารณาสิ่งเหล่านี้แล้ว ค่อยมาเลือกว่าไลฟ์สไตล์ของเราเป็นอย่างไร

 

“เรามี SENA Zero COVID-19 หรือ ‘Winning Position After COVID-19’ โดยให้ทีมงานมารวมตัวกัน และช่วยกันคิดว่าอยากเห็น SENA เป็นอย่างไรหลังจากโควิด-19 ก็จะมีไอเดียเต็มไปหมด เราก็มาระดมความคิดกัน เหลือประมาณ 10 กว่าไอเดียคือสิ่งที่ SENA อยากเป็นจริงๆ มีทั้งเรื่อง Process และเรื่อง Output เช่น คอนโดไม่มี Co-working และจะมีอะไรแทน ทั้งหมดนี้มองว่าอาจจะเป็น New Normal ของ SENA ก็เป็นได้”  

 

ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในวันนี้คือ Solar Rooftop กลายเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตแบบ New Normal อย่างแท้จริง และยังทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์โลกตามเจตนารมณ์ของ ดร.ยุ้ย ที่ต้องการแก้ปัญหาจากต้นน้ำ ด้วยการหันมาใช้พลังงานสะอาด ด้วยการติดตั้ง Solar Rooftop ทุกโครงการ เพราะนี่คือสิ่งที่ SENA ทำได้…และทำได้ดีที่สุด จากจุดที่ตัวเองยืน แต่จะดียิ่งกว่า หากทุกคนหันมาร่วมแรงร่วมใจกัน 

“เราอยากให้ Solar Rooftop เป็นมาตรฐานให้กับวงการอสังหาฯ เพราะหากผู้ประกอบการติด Solar Rooftop มากขึ้น ก็เหมือนได้ช่วยโลกมากขึ้น” 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories