×

สมาพันธ์ SME ไทยจี้รัฐ-กทม. เร่งช่วยผู้ประกอบการรายย่อยทันที ไม่ต้องรอน้ำลด ชี้ปิดร้านแค่ 3-4 วัน รายได้อาจเป็นศูนย์

29.09.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงข้อเรียกร้องจากสมาพันธ์ SME ไทย ให้รัฐบาลและ กทม. เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยจากปัญหาน้ำท่วมทันที โดยไม่ต้องรอน้ำลด

ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย เรียกร้องให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทันที หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงหลายจังหวัดที่เผชิญอุทกภัย โดยเน้นว่าไม่ควรรอให้น้ำลดก่อนจึงค่อยให้ความช่วยเหลือ เพราะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ทุกนาทีมีค่า

 

ดร.ณพพงศ์ ชี้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะเป็นฝนหนักในช่วงเวลาสั้นและเกิดน้ำท่วมขังในเมือง แตกต่างจากน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในปี 2554 ผลกระทบจึงไปกระทบต่อเศรษฐกิจจากการเคลื่อนที่อย่างตรงจุด ได้แก่ การค้าหน้าร้าน ภาคบริการ การเดินทางของแรงงาน และระบบโลจิสติกส์

 

แม้ถนนจะท่วมเพียงไม่กี่วันก็ทำให้ร้านค้าต้องปิด เครื่องจักรและสินค้าเสียหาย รายได้และผลิตภาพลดลงทันที ในขณะที่ภาระค่าเช่า ค่าแรง ค่างวด และดอกเบี้ยยังคงไหลต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครประกาศเขตประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต แม้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายสุทธิได้ แต่สมาพันธ์ฯ ยอมรับว่ากังวลมาก เนื่องจากผู้ประกอบการ MSME มีสายป่านสั้นและเปราะบาง การหยุดกิจการเพียง 3-4 วัน อาจทำให้รายได้กลายเป็นศูนย์ โดยยกบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ปลายปี 2568 ว่าการฟื้นตัวของธุรกิจค้าขนาดเล็กต้องใช้เวลานานถึง 3-6 เดือน หากรอให้ความเสียหายลุกลาม บางธุรกิจอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้

 

สมาพันธ์ SME ไทยจึงเรียกร้องให้เปลี่ยนแนวคิดจากการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไปสู่แนวทาง ‘Flood Resilience’ หรือความยืดหยุ่นในการฟื้นตัว ซึ่งประกอบด้วยหลักการสำคัญว่า ‘รู้ล่วงหน้า ระบายเร็ว การเดินทางไม่ล่มทั้งระบบ ธุรกิจหยุดสั้นที่สุด ฟื้นตัวเร็วที่สุด’ และขอให้รัฐบาลและกทม. ใช้อำนาจ งบประมาณ และกลไกที่มีเพื่อสั่งการและลงมือทันทีผ่านมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟู 5 ข้อ ประกอบด้วย

 

  1. พักหนี้และภาระดอกเบี้ย ให้ผู้ประสบภัยมีเวลาตั้งหลัก 6 เดือนถึง 1 ปี โดยไม่ถูกภาระหนี้ซ้ำเติม
  2. เติมทุนฟื้นฟูทันที สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพร้อมเงื่อนไขผ่อนปรน เพื่อซ่อมแซมร้านค้า เครื่องจักร และสต็อกสินค้า ให้กลับมาเปิดกิจการได้เร็วที่สุด
  3. เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา ลดขั้นตอนและเอกสาร เพื่อให้ MSME และประชาชนที่ขาดสภาพคล่องเข้าถึงเงินชดเชยได้รวดเร็ว
  4. บรรเทาต้นทุนคงที่ เยียวยาหรือลดภาระค่าเช่า ค่าแรง และค่าสาธารณูปโภค โดยขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าและผู้ให้เช่า หรือใช้มาตรการทางภาษีชั่วคราวเพื่อบรรเทาแรงกดดัน
  5. เร่งสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน กระตุ้นการจับจ่าย เปิดพื้นที่ค้าขาย และเชื่อมช่องทางการขายออฟไลน์-ออนไลน์ ให้นำเงินกลับสู่ผู้ประกอบการรายย่อย

 

“อำนาจมิได้มีไว้เพียงบริหารราชการ แต่มีไว้เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน” ดร.ณพพงศ์ กล่าว พร้อมเน้นว่า ทุกวันที่ธุรกิจหยุดคือรายได้ที่หายไป ทุกวันที่ไม่มีเงินทุนคือโอกาสที่หายไป ดังนั้น สมาพันธ์ SME ไทยจึงขอให้รัฐบาลและกรุงเทพฯ ตัดสินใจ สั่งการ และระดมทุกหน่วยงานช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทันที

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories