×

เปิดวิสัยทัศน์ ‘การทูตไทย 2.0’ สีหศักดิ์ชู 4 แนวทางรุก- 4 เสาหลักความมั่นคง รับมือโลกผันผวน

21.04.2026
  • LOADING...
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศ กำลังแถลงวิสัยทัศน์การทูตไทย 2.0

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสนอ 4 แนวทางการทูตนโยบายเชิงรุก รับมือระเบียบโลกวุ่นวาย ชี้ไทยจะต้องรักษาความสมดุลในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการบรรลุเป้าหมายระยะยาว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนไทยเป็นหลัก

 

เมื่อวานนี้ (20 เมษายน) สีหศักดิ์พบปะสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ และแสดงวิสัยทัศน์ด้านนโยบายการต่างประเทศ ‘การทูตไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลง: ไทยกำลังมุ่งไปทางไหน’ ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกว่า 100 คน

 

รมว.ต่างประเทศย้ำวิสัยทัศน์นโยบายการต่างประเทศของไทยในบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อวางแนวทางให้การทูตไทยสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและนำพาประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตต่างๆ สู่ความมั่นคงและความมั่งคั่ง ผ่านการบริหารจัดการความท้าทายเฉพาะหน้าและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระยะยาวทั้งกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมโลก

 

ทั้งนี้ สีหศักดิ์ชี้ว่า ที่ผ่านมา ไทยไม่สามารถดำเนินนโยบายการต่างประเทศเชิงรุกได้เท่าที่ควร เนื่องจากรัฐบาลขาดความต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้รับการเลือกตั้งโดยมีที่นั่งในสภาที่สามารถสร้างเสถียรภาพได้ ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายการต่างประเทศมีความต่อเนื่องภายใต้นโยบายการทูตเชิงรุก 4 แนวทาง ได้แก่

 

  • การทูตที่มียุทธศาสตร์ชัดเจน (Diplomacy of Strategy) ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหารายวัน
  • การทูตที่มีความรวดเร็ว (Diplomacy of Speed) เพื่อให้ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ที่ผันแปร
  • การทูตที่มีเอกภาพ (Diplomacy of Coherence) ทั้งในเชิงนโยบายและการทำงาน ภายใต้ ‘ทีมไทยแลนด์’ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • การทูตที่มีการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง (Diplomacy of Communication) กับประชาชนในสังคมประชาธิปไตย

 

อนึ่ง สีหศักดิ์ระบุว่า สื่อมวลชนต้องมีบทบาทสำคัญเพื่อสะท้อนถึงความโปร่งใสของการทำงานของรัฐบาล โดยไทยจะต้องรักษาความสมดุลในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการบรรลุเป้าหมายระยะยาว รวมถึงคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนไทยเป็นหลัก

 

รมว.ต่างประเทศยังระบุถึงปัญหาเฉพาะหน้า 2 อย่าง คือ สถานการณ์ไทย-กัมพูชาที่จะต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง ซึ่งกัมพูชาต้องแสดงความพร้อมและความจริงใจในการร่วมมือกับไทย ขณะที่ในความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไทยต้องมีท่าทีที่ชัดเจน ไม่เห็นด้วยกับสงครามและการขยายวงของความขัดแย้ง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน และการเดินเรือที่ปลอดภัยของเรือพาณิชย์ไทย

 

นอกจากนี้ สีหศักดิ์ยังระบุว่า ไทยต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระยะยาว โดยการต่างประเทศจะต้องเสริมสร้าง 4 เสาหลักความมั่นคงสำคัญ ได้แก่

 

  • ความมั่นคงชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ปราศจากภัยคุกคามต่าง ๆ อาทิ การคุกคามอธิปไตย อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศไปด้วยกัน

 

  • ความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยรักษาดุลอำนาจกับทุกขั้วอำนาจ รักษาความเป็นอิสระ (Strategic Autonomy) และเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ความเป็นเอกภาพ และความเป็นแกนกลางของอาเซียน

 

  • ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจผ่านการมองหาตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคแอฟริกา และทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการแสวงหาความร่วมมือทางการค้าและวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม กับกลุ่มประเทศ GCC และประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง

 

  • ความมั่นคงของมนุษย์ให้ปลอดภัยจากโรคระบาด ภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการหลอกลวงออนไลน์

 

ทั้งนี้ สีหศักดิ์มองว่า นโยบายการต่างประเทศของไทยจะต้องมีความหมาย สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนไทย และต้องมองไกลกว่าไทยเพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น รวมถึงส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ตลอดจนรักษาระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาและรับฟังเสียงของทุกประเทศ เพื่อศักดิ์ศรีและการยอมรับของประชาคมระหว่างประเทศ

 

ขณะที่ไทยจะขับเคลื่อนการทูต 2.0 ซึ่งจะครอบคลุมทุกมิติ (Multi-Dimensional) และดำเนินไปในทุกทิศทาง (Multi-Directional) เพื่อผลประโยชน์ของไทย โดยการต่างประเทศที่ดี สำเร็จจริง และมีพลัง คือ การต่างประเทศที่เริ่มในบ้าน มีเอกภาพ และยึดผลประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง

 

ภาพ: กระทรวงต่างประเทศ

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising