×

สีหศักดิ์ย้ำภารกิจชูบทบาทประเทศไทยในเวทีดาวอส มองปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจ ทำไทยหายเรดาร์โลก

23.01.2026
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ขณะร่วมการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว THE STANDARD ระหว่างร่วมการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ประจำปี 2026 (World Economic Forum Annual Meeting 2026) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเผยว่า ภารกิจในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ในฐานะทีมไทยแลนด์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเขา และรัฐมนตรีอีก 2 คน คือเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หลักๆ มีภารกิจที่สำคัญคือการชูบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งการเดินหน้าเศรษฐกิจและการต่างประเทศ ตลอดจนการนำเสนอบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

 

สีหศักดิ์ กล่าวอย่างมีความหวังว่า Message ที่ไทยอยากจะสื่อออกไปคือ “ประเทศไทยกลับมามีบทบาทในเรดาร์โลกอีกครั้ง”

 

แต่คำถามที่ว่าไทยกลับสู่เรดาร์โลกหรือยังนั้น เขาตอบว่า ในช่วงที่ผ่านมานานาชาติมีความคาดหวังกับประเทศไทย แต่เนื่องจากปัญหาการเมืองและการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจของไทยที่แผ่วลงไปบ้าง และการต่างประเทศของไทยที่จำกัดพื้นที่ ทำให้บทบาทของไทยในเรดาร์โลกนั้นก็หายไป

 

อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่าภารกิจการเข้าร่วมประชุม WEF นั้น เป็นประโยชน์สำหรับไทยในแง่ของการพบปะหารือทวิภาคีกับผู้แทนของประเทศต่างๆ หรือภาคเอกชนที่สำคัญ

 

ขณะที่การขึ้นพูดบนเวทีประชุม เช่น กรณีที่เขาขึ้นพูดในประเด็นเกี่ยวกับปัญหาแรงงานบังคับ และสะท้อนการแก้ไขแรงงานบังคับในอุตสาหกรรมประมง ก็มีผู้แทนนานาชาติ ทั้งจากภาครัฐและ NGO ให้ความสนใจ ยังเป็นการชูบทบาทว่าประเทศไทยนั้น ให้ความสนใจช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลก

 

ทั้งนี้สีหศักดิ์ ยังได้ขึ้นกล่าวในประเด็นความปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์ในเวทีประชุม WEF ในวันนี้ (22 มกราคม) โดยเขามองว่าการที่ไทยพยายามชูแนวคิดและการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังในเรื่องนี้ ซึ่งภูมิภาคอาเซียนกำลังกลายเป็นศูนย์กลาง ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นมีบทบาทและให้ความสำคัญ

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องการนำไทยกลับสู่จอเรดาร์โลกนั้น สีหศักดิ์ย้ำว่าสิ่งสำคัญคือการที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น เรื่องการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชาอย่างสันติ หรือท่าทีของไทยต่อประเด็นความขัดแย้งและการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นในเมียนมา

 

นอกจากนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด เช่น กรณียุโรปหรือประเทศอื่นๆ ที่เริ่มถอยห่างจากสหรัฐฯ มากขึ้นจากแรงกดดันต่างๆ และมองหาพันธมิตรใหม่ๆ เช่นในเอเชียหรืออาเซียน สีหศักดิ์ชี้ว่า ไทยก็ต้องแสดงให้เห็นว่ามีบทบาทนำในอาเซียนอย่างไร และเรื่องเศรษฐกิจอาเซียนจะรวมตัวกันอย่างไร รวมถึงต้องชูบทบาทของไทยในประเด็นใหม่ๆ บ้าง เช่นเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

 

สำหรับการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นนั้น สีหศักดิ์มองว่า บทบาทและท่าทีของไทยไม่ใช่การเป็นกลาง ที่หมายถึงการไม่มีท่าทีอะไรเลย โดยในบางกรณีไทยอาจไม่ได้เลือกข้าง แต่หากเป็นเรื่องผลประโยชน์ของไทย ที่อยู่ท่ามกลาง 2 มหาอำนาจที่มีท่าทีที่แตกต่างกันนั้น สิ่งสำคัญคือไทยต้องรู้ว่าผลประโยชน์ของเราอยู่ตรงไหน โดยจะเป็นกลางแต่ไม่รักษาผลประโยชน์ของไทยก็ไม่ได้

 

อีกสิ่งสำคัญคือไทยและภูมิภาคอาเซียต้องพยายามเป็น Safe Zone โดยผนึกกำลังกันในลักษณะที่ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อดึงดูดการลงทุนในขณะที่ทั่วทั้งภูมิภาคยังมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ด้วยจำนวนประชากรรวมกันกว่า 700 ล้านคน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories