×

7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จัดเวทีเสวนากับประชาชน ปลุกสังคมสร้างฉันทานุมัติผลักดันการแก้ไข รธน.

01.09.2019
  • LOADING...
พรรคฝ่ายค้าน

วันนี้ (1 ก.ย. 2562) บรรดา 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน และศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมายคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมจัดงานเสวนา ‘รัฐธรรมนูญและจินตนาการใหม่’ ที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่ามกลางประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมรับฟังเต็มหอประชุมใหญ่

 

โดย พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวเปิดสัมมนาว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ตัวเองกลับเข้ามามีอำนาจ โดยรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญนำไปสู่ความแตกแยก ให้มีรัฐธรรมนูญสร้างสันติภาพหาทางออกให้กับประเทศไทย เมื่อรัฐธรรมนูญถูกร่างโดยประชาชน เราจะเอาผลประโยชน์ของประชาชนมาอยู่ในรัฐธรรมนูญ 

 

ทางด้าน สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องปัญหาปากท้องไม่แก้ไขเลย เพราะผู้มีอำนาจต้องการอยู่ในอำนาจมากที่สุด แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ตรงกับการแก้ปัญหา อีกทั้งประชาชนตอนนี้มักเก็บหอมรอมริบเพราะเศรษฐกิจย่ำแย่ ซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญที่ออกมาจากกลุ่มคนกลุ่มเดียว โดย กรธ. ร่างมาจากใบสั่งผู้มีอำนาจให้ตัวเองอยู่ต่อ ดังนั้นรัฐธรรมนูญถือว่ามีปัญหาจริงๆ  

 

“หากมีการเลือกตั้งครั้งหน้า ฝ่ายประชาธิปไตยจริงๆ มี 250 เสียง แต่ปัจจุบันเหลือ 246 เสียง ต้องยึดมั่นทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้ดีที่สุด เป็นฝ่ายค้านที่ดี เราอยากจะค้านให้คำชี้แนะ ระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาฝ่ายค้านถูกมองเป็นศัตรู เราพร้อมเชิดชูรัฐบาลหากทำให้ประเทศเดินหน้าไปในทางที่ดีได้ อีกทั้งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็หน้าเดิมๆ ด้านเศรษฐกิจเราจะหวังพึ่งได้อย่างไร ใน 5 ปีที่ผ่านมามีปัญหาเศรษฐกิจเป็นการทำเพื่อพวกพ้องทั้งนั้น” สมพงษ์ กล่าว

 

สมพงษ์ ระบุว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส.ว. ต้องเห็นด้วย 1 ใน 3 และเลวร้ายที่สุดทุกพรรคการเมืองต้องเห็นด้วยเป็นเรื่องที่แก้ไขยากที่สุด โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนมากที่สุด เพื่อให้ประชนชนทุกภาคเข้าใจ ส่วนตัวเชื่อว่าหากมีการประชามติ ก็เชื่อว่าประชาชนอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง

 

จากนั้นเป็นการเสวนาของตัวแทน 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการและนักศึกษา โดย ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า วิถีชีวิตการเปลี่ยนแปลงต้องการความคิดหลากหลายหาทางออกให้กับประเทศไทย หลายคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยาก และเขียนขึ้นเพื่อให้ฉีกอย่างเดียว เพราะกลไกการแก้ไขกระทำได้ยากหรือทำไม่ได้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เอื้อต่อสิทธิเสรีภาพก็จะมีผลกระทบต่อประชาชน รัฐบาลชุดนี้เขาเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อให้อยู่ต่อไปอีกหลายสมัย ไม่ใช่พืชผลการเกษตรไม่ดีแล้วไปให้ขายยางที่ดาวอังคาร

 

“รัฐธรรมนูญจินตนาการใหม่ต้องให้คนได้แสดงออก ช่วยกันคิดหาทางออก รัฐธรรมนูญต้องลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประชาชนกระจายอำนาจ ใช้ศักยภาพความเป็นพลเมืองร่วมหาทางออก รัฐธรรมนูญต้องเปิดพื้นที่แสดงความเห็น ต้องไม่มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การหาทางออกจากวิกฤตเศรษฐกิจเราไม่อาจฝากความหวังจากรัฐอย่างเดียว โดยช่องทางหาทางออก ทำให้ระบบการเมืองเป็นระบบที่เปิดให้ได้ พรรคฝ่ายค้านจะเคลื่อนไป 4 ภาค อยากเชิญชวนนักศึกษา ฝ่ายวิชาการ สร้างฉันทามติให้เกิดขึ้น ถ้าไม่ปลดพันธนาการ ประชาชนจะขมขื่นกับสิ่งที่จะตามมา กระบวนการสร้างฉันทามติ ต้องทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญและเศรษฐกิจร่วมกัน ให้การแก้ไขเป็นวาระประชาชน”

 

นอกจากนี้ เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บอกรัฐธรรมนูญเสมือนระเบิดเวลาจากความตึงเครียดในสังคมจากปัญหาเศรษฐกิจ และตนเห็นว่าเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าปี 2540 โดยปี 2562 เศรษฐกิจตกต่ำกระทบทุกหย่อมหญ้า นี่คือระเบิดเวลาที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ส่วน ปิติพงศ์ เต็มเจริญ โฆษกพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่าพรรคเสรีรวมไทยไม่เคยนับญาติกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เพราะพรรคต่อต้านการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ถ้าผู้มีอำนาจไม่เห็นด้วยก็จะยากต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสร้างมาเพื่อพวกเรา ถ้าอยากแก้ไขต้องยกเลิกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

 

ทางด้าน อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า คนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เห็นด้วยกับการปกครองของทหาร เป็นการไม่เห็นด้วยจากฝ่ายที่ยึดอำนาจจากประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ถล่มทลาย

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของงานเสวนามีคำถามจากประชาชนว่า พรรคอนาคตใหม่และพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดจะลาออกจากการเป็น ส.ส. หรือไม่นั้น ทางด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย ตอบคำถามดังกล่าวว่า ส่วนตัวยินดีที่จะลาออกมาร่วมต่อสู้กับพี่น้องประชาชนถ้าได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่แท้จริง แต่การลาออก ส.ส. ต้องไม่โยนเนื้อมันหรือชิ้นปลามันไปให้เสียประโยชน์ 

 

“ผมพร้อมลาออกจาก ส.ส. หากได้รัฐธรรมนูญจริง โดยตอนนี้ฝ่ายค้านกำลังทำแม่น้ำ 2 สายมาสู้กับแม่น้ำ 5 สายที่มารวมกันเป็นแม่น้ำ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เราจะเอาแม่น้ำ 2 สายไปล้างด้วยแม่น้ำประชาชนได้ สายที่ 1 คือสายพี่น้องประชาชน และสายที่ 2 ส.ส. ซึ่งมีขาทั้งภายนอกและภายในสภา โดยฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าจะทำให้เสียง ส.ว. 86 เสียง เหลือ 80 เสียง ก็แก้ไขได้ง่าย แม้จะง่ายแต่ต้องใช้เวลามาก แม้จะบอกว่าขึ้นอยู่กับ พล.อ. ประยุทธ์ แต่การที่ พล.อ. ประยุทธ์จะบอกให้แก้ไขก็เป็นเรื่องยาก ถ้าฝ่ายค้านเดินสองสายก็จะทำได้ และจะได้จินตนาการจนได้ ส.ส.ร. จากประชาชนเป็นรัฐธรรมนูญกินได้ ถ้าเป็นแบบนี้ตนเองยินดีลาออกแล้วได้รัฐธรรมนูญที่ดี” นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าว

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories