×

วงเสวนานักกฎหมายชำแหละคดีฮั้ว สว. 2567 สะท้อนความล้มเหลวระบบตรวจสอบองค์กรอิสระ ชี้ระบบเลือกกันเอง ‘วิปริต’

โดย THE STANDARD TEAM
28.08.2026
  • LOADING...
ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ

การรวมตัวกันของผู้ทรงอิทธิพลด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญของไทยครั้งสำคัญในโครงการสัมมนาวิชาการ ‘ถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ที่มาและทางออก’ นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาขององค์กรอิสระในหลายมิติ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ดุเดือด โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่คดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 หรือ ‘คดีฮั้ว สว.’ กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนัก

ดูภาพข่าว 

 
 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดโครงการด้วยการฉายภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทยในรอบ 30 ปี โดยระบุว่าความล้มเหลวเชิงรูปธรรมที่สำคัญที่สุดของระเบียบประชาธิปไตยไทย คือ ‘หลักความรับผิดชอบ’ ของนักการเมือง’ ที่ไม่เคยถูกนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง

 

อภิสิทธิ์ชี้ว่า สถานการณ์ความเสื่อมถอยได้มาถึงจุด ‘แทรกแซงแบบครบวงจร’ ในยุครัฐธรรมนูญปี 2560 เนื่องจากฝ่ายผู้มีอำนาจเป็นผู้เขียนกติกาเองเพื่อลงเล่นเอง และออกแบบนวัตกรรมการเลือก สว. ที่แปลกประหลาด เพื่อเปิดทางให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มสามารถวางแผนเข้าไปยึดกุม สว. และใช้เสียง สว. นั้นไปแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอีกทอดหนึ่ง

 

ความเชื่อมั่น กกต. ตกต่ำ เดินซ้ำรอยอดีต

 

จากนั้นในช่วงเสวนาวิชาการ ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตกรรมการกฤษฎีกา ชี้ว่าคะแนนความเชื่อถือของประชาชนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอดีต เนื่องจากประชาชนคาดหวังผลงานปราบโกง แต่ผลลัพธ์กลับเป็นตรงกันข้าม

 

โดยเฉพาะการจัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ใช้ระบบเลือกกันเองระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ซึ่งไม่มีประเทศใดในโลกเคยใช้มาก่อน และถึงแม้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะเชื่อว่าไม่นำมาสู่การจัดตั้งหรือซื้อเสียง แต่ปัจจุบันก็ปรากฏข้อเท็จจริงตามที่เห็น

 

ศ.กิตติศุณ บวรศักดิ์ตั้งข้อสังเกตเรื่องพฤติกรรมการเพิกเฉยของ กกต. ชุดก่อนหน้า ที่มี อิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. ว่า ในคดีทุจริตฮั้ว สว. แม้คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 จะสรุปสำนวนว่ามีความผิดและควรส่งฟ้อง แต่ กกต. กลับตั้งอนุกรรมการชุดที่สองขึ้นมาเพื่อกลับความเห็นยกเรื่องว่าไม่มีความผิด โดยไม่ได้ตระหนักถึงบทเรียนและมาตรฐานในอดีตเลย

 

ศ.กิตติคุณ บวรศักดิ์ได้มอบข้อเสนอการอภิวัฒน์โครงสร้างการเมืองหลายประการ เช่น เสนอให้สมาชิกรัฐสภาประชุมกันเพื่อลงมติเห็นชอบองค์กรอิสระ โดยนับคะแนนแยกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ สส.ฝ่ายรัฐบาล, สส.ฝ่ายค้าน และ สว. ซึ่งผู้ได้รับเลือกตั้งได้รับคะแนนสูงสุดอย่างน้อย 2 ใน 3 กลุ่ม เพื่อป้องกันปัญหารัฐบาลเสียงข้างมากผูกขาดหรือส่งคนของตนเองเข้าไป

 

ควรคืนอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบ แทนพึ่งพาเครื่องมือรัฐ

 

ขณะที่ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แสดงความกังวลต่อระบบเลือก สว. ปี 2567 โดยมองว่าเป็นการโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ความน่ากลัวของระบบนี้คือจะทำลายระบบตรวจสอบโดยตรง

 

ศ.พิเศษ วิชาชี้ว่า รากเหง้าของปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากวัฒนธรรมคนไทยที่เป็น ‘มนุษย์เฉย’ ซึ่งเลือกที่จะนิ่งเฉยยอมตามผู้มีอำนาจ โดยไม่มีการยืดหยัดขัดขืนเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ ซ้ำร้าย รัฐไทยยังมีพฤติกรรมใช้ข้ออ้างความลับราชการ เข้ามาสกัดกั้นและปกปิดข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ทั้งที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ให้เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส

 

ศ.พิเศษ วิชาเสนอให้คืนอำนาจการตรวจสอบให้ประชาชน โดยยกระดับภาคประชาสังคม เช่น iLaw ให้เป็นผู้สอดส่องการทุจริตแทนการพึ่งพาแต่เฉพาะเครื่องมือของรัฐ และนำแนวคิดจัดตั้งสภาตรวจสอบภาคประชาสังคมทั้งระดับชาติและระดับจังหวัดจากร่างรัฐธรรมนูญในอดีต (ปี 2558) กลับมาบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

ระบบ สว. เลือกกันเอง ‘วิปริต’ ชี้หาก กกต. ไม่สั่งฟ้องคดีฮั้ว จะเดินถึงทางตัน

 

ด้าน วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วิจารณ์ระบบการเลือก สว. ปี 2567 ว่าเป็นแนวคิดที่ ‘วิปริต’ พร้อมยืนยันว่า ถ้าไม่ฮั้วกันตั้งแต่รอบแรก ก็ไม่มีทางได้รับเลือกเป็น สว. แน่นอน

 

วัสกล่าวด้วยว่า ขณะนี้สำนวนคดีฮั้ว สว. ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน หาก กกต. ยกคำร้องหรือไม่ส่งคดีให้ศาลฎีกา จะทำให้เข้าสู่ ‘ทางตัน’ ในทางกฎหมาย และให้ความเห็นว่าจำนวนขั้นต่ำที่ตนเองยอมรับได้คือต้องส่ง 120 ผู้ถูกกล่าวหาฟ้องต่อศาลฎีกา เพราะผู้ที่ได้คะแนนมากเป็น 6 อันดับแรกของแต่ละกลุ่มอาชีพ ถือว่าฮั้วกันมาทั้งสิ้น

 

“เข้าข่ายหมิ่นประมาทแน่นอน เป็นความเห็นของผมที่มีเหตุผลประกอบ ฟ้องเลยครับ ผมจะได้นำหลักฐานที่คุณฮั้วกันไปแฉที่ศาล” วัสกล่าว

 

วัสยังเน้นย้ำด้วยว่า หากตนเองมีหน้าที่พิจารณาเอกสารประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. จากคณะกรรมการไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 90,000 หน้า เชื่อว่าใช้เวลาเพียง 7 วันก็แล้วเสร็จ ไม่ต้องรอจนผ่านมาถึง 2 ปี

 

 

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 1

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 2

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 3

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 4

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 5

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 6

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 7

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 8

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 9

ภาพบรรยากาศการเสวนาวิชาการถอดรหัสวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ 10

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising