×

เบื้องลึกสงครามตะวันออกกลาง ซาอุฯ-UAE ซุ่มโจมตีตอบโต้อิหร่าน แต่ไม่เปิดเผยในสาธารณะ

13.05.2026
  • LOADING...
ภาพธงชาติซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิหร่าน สื่อถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

แหล่งข่าว Reuters และ Wall Street Journal ยืนยันว่า ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เคยเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยไม่มีการประกาศในสาธารณะเพื่อตอบโต้หลังถูกโจมตีในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญของสงครามในตะวันออกกลาง

 

ซาอุดีอาระเบียเคยโจมตีอิหร่าน แต่สงบศึกแล้ว

 

เมื่อคืนนี้ (12 พฤษภาคม) Reuters เปิดเผยรายงานพิเศษว่า ซาอุดีอาระเบียเคยเปิดฉากโจมตีอิหร่าน แต่ไม่มีการเปิดเผยในสาธารณะหรือประกาศสงคราม โดยได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ชาติตะวันตก 2 คน และเจ้าหน้าที่อิหร่าน 2 คน

 

เจ้าหน้าที่ตะวันตก 2 รายที่ไม่ได้ระบุตัวตนเปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียโจมตีอิหร่านตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยใช้คำว่า เป็นการโจมตีแบบ ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ เพื่อตอบโต้หลังถูกโจมตีในช่วงแรกของสงคราม

 

รายงานของ Reuters ระบุว่า ในปลายเดือนมีนาคม อิหร่านลดการโจมตีซาอุดีอาระเบียอย่างมีนัยสำคัญ จาก 105 ครั้งต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 25 ครั้งในวันที่ 1-6 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ซาอุดีอาระเบียพยายามป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย และติดต่อกับสถานทูตเตหะรานประจำกรุงริยาดเสมอ

 

นอกจากนี้ แหล่งข่าวอิหร่านและตะวันตกให้ข้อมูลตรงกันว่า ซาอุดีอาระเบียได้แจ้งเรื่องการโจมตีให้อิหร่านทราบ ซึ่งตามมาด้วยการเจรจาทางการทูตอย่างเข้มข้น แต่ก็ยื่นคำขู่ว่า จะตอบโต้รุนแรงการโจมตีรุนแรงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศได้ทำความเข้าใจร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการเพื่อลดระดับความตึงเครียดแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศซาอุดีอาระเบียไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติม แต่ย้ำว่า ขอยืนยันจุดยืนในการลดความตึงเครียด และความขัดแย้งกับทุกฝ่าย

 

UAE เคยเปิดฉากโจมตีอิหร่าน แต่ยังไม่สงบศึก

 

ขณะที่ The Wall Street Journal รายงานในวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า UAE เปิดฉากโจมตีอิหร่าน แต่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยแหล่งข่าวระบุว่า ปฏิบัติการเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนบนโรงกลั่นน้ำมันบนเกาะลาวานของเตหะรานในอ่าวเปอร์เซีย

 

ในช่วงเวลานั้น เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในโรงกลั่นน้ำมันลาวาน ทำให้กำลังการผลิตส่วนใหญ่ต้องหยุดชะงักไปนานหลายเดือน โดยอิหร่านกล่าวหาว่า ถูกประเทศศัตรูโจมตีและตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและใช้โดรนโจมตี UAE และคูเวต

 

รายงานระบุว่า แม้ขนาดกองทัพ UAE จะเล็กกว่าสหรัฐฯ แต่มีกองทัพอากาศที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีและมีความสามารถสูง ขณะที่มีเครื่องบินขับไล่ชั้นนำ เช่น Mirage, F-16 หรือโดรนจากจีนอย่าง Wing Loong

 

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ขัดข้องกับการโจมตีนี้ เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงยังไม่มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ ขณะที่ยินดีที่จะให้ UAE และกลุ่มประเทศอ่าวอื่นๆ เข้าร่วมการสู้รบในครั้งนี้

 

พลโท เดฟ เดพทูลา อดีตกองทัพอากาศสหรัฐฯ วิเคราะห์สาเหตุการโจมตีว่า UAE มีความเข้มแข็งมากในด้านการโจมตีที่แม่นยำและการป้องกันทางอากาศมาก ไม่จำเป็นต้องนั่งรอเฉยๆ เพื่อให้อิหร่านโจมตีโดยไม่ตอบโต้ใดๆ

 

นอกจากนี้ UAE ยังใช้ช่องทางอื่นกดดันอิหร่าน เช่น สนับสนุนร่างมติสหประชาชาติ (UN) ที่อนุญาตให้ใช้กำลังเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ยังคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างการสั่งปิดโรงเรียนหรือคลับในดูไบที่มีความเกี่ยวข้องกับอิหร่าน รวมถึงปฏิเสธออกวีซ่าด้วย

 

อย่างไรก็ดี Wall Street Journal ไม่ได้ระบุว่า UAE สงบศึกกับทางการอิหร่านแล้ว แต่ยังคงวางตัวเป็นศัตรูชัดเจน หากเทียบกับประเทศอื่นในกลุ่มประเทศอ่าว

 

ภาพ: Pool via WANA / Reuters

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising