รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งและโดรนระลอกใหญ่ในช่วงคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน และมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน ขณะที่ยูเครนตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและคลังเชื้อเพลิงของรัสเซียหลายแห่ง
ประเด็นสำคัญ
รัสเซียรุกหนัก เปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งหนักที่สุด
วันนี้ (20 กรกฎาคม) สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธวิถีโค้ง ถือเป็นการโจมตีกรุงเคียฟครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 35 วัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และบาดเจ็บมากกว่า 15 คน
ทั้งนี้ กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธ 41 ลูก และโดรน 125 ลำ รวมถึงขีปนาวุธหลายชนิด ได้แก่ Iskander และ Zircon ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 18 ลูก และโดรน 108 ลำ
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ในยูเครนรายงานว่า การโจมตีเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงภายในช่วงเวลาราว 2 ชั่วโมง โดยเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ยังคงมีกลิ่นควันไฟปกคลุมทั่วเมือง และมีการประกาศเตือนภัยทางอากาศอย่างต่อเนื่อง
เบื้องต้น โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนระบุว่า การโจมตีกรุงเคียฟครั้งนี้เป็นหนึ่งในการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อปี 2022 โดยย้ำว่า การป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดของยูเครน พร้อมทั้งขอบคุณทุกประเทศที่จัดส่งระบบป้องกันขีปนาวุธให้
ด้าน อันดรีย์ ซิบีฮา รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศยูเครนระบุว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธวิถีโค้งประมาณ 48 ลูก ถือเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟเปิดเผยว่า อาคารที่พักอาศัย ซูเปอร์มาร์เก็ต หอพัก และคลังสินค้าหลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมถึงศูนย์โลจิสติกส์ในเขตบูชาที่ถูกโจมตี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน
สำหรับสถานการณ์ทั่วประเทศ ทางการท้องถิ่นของยูเครนรายงานว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน และบาดเจ็บ 77 คน จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซีย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในแคว้นคาร์คิฟและโดเนตสก์
ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันว่า ได้ดำเนินการโจมตีครั้งใหญ่ต่อโรงงานอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศและศูนย์โลจิสติกส์ในกรุงเคียฟ พร้อมโพสต์ข้อความผ่าน Telegram ว่า ยังคงเดินหน้าโจมตีต่อ
ยูเครนตอบโต้ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและคลังน้ำมันรัสเซีย
ขณะเดียวกัน ยูเครนประกาศว่า ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย 3 ลำในทะเลดำ และคลังน้ำมัน 3 แห่งในแคว้นสตาฟโรปอล โดยเซเลนสกีกล่าวว่า เป้าหมายดังกล่าวเป็นแหล่งรายได้ที่ใช้สนับสนุนการทำสงครามของรัสเซีย
ทั้งนี้ เซเลนสกีระบุผ่าน Telegram ว่า หน่วยข่าวกรอง SBU และกองทัพยูเครนสามารถโจมตีคลังเชื้อเพลิงหลายแห่งในแคว้นสตาฟโรปอลได้พร้อมกัน รวมถึงโจมตีเรือในกองเรือเงาของรัสเซีย 3 ลำในทะเลดำ
ด้านบริษัท Caspian Pipeline Consortium (CPC) ผู้ดำเนินการท่อส่งน้ำมันจากคาซัคสถานไปยังท่าเรือโนโวรอสซีสค์ของรัสเซียเปิดเผยว่า ท่าเทียบเรือได้รับความเสียหายจากการโจมตี ทำให้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำเสียหาย และต้องระงับการขนถ่ายน้ำมันชั่วคราว แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดการรั่วไหลของน้ำมัน
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังยูเครนใช้โดรนโจมตีคลังสินค้าของ Wildberries บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย 2 แห่งเมื่อวันก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ โดยยูเครนระบุว่า เป็นการตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและเมืองต่างๆ ของยูเครนจากฝั่งรัสเซีย
นอกจากนี้ เซเลนสกียังเปิดเผยว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียโจมตียูเครน โดยใช้โดรนกว่า 1,450 ลำ ระเบิดนำวิถีกว่า 1,640 ลูก และขีปนาวุธอีก 99 ลูก พร้อมเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเร่งจัดส่งขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติม โดยย้ำว่า การป้องกันขีปนาวุธวิถีโค้งยังคงเป็นความต้องการเร่งด่วนที่สุดของยูเครนในขณะนี้
ทำไมรัสเซียถึงใช้ขีปนาวุธวิถีโค้งโจมตียูเครนหนักขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่า รัสเซียกำลังปรับยุทธศาสตร์การโจมตีทางอากาศ โดยเพิ่มการใช้ขีปนาวุธวิถีโค้งควบคู่กับโดรน เพื่อเพิ่มโอกาสทะลวงระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน
ทำความเข้าใจก่อนว่า ขีปนาวุธวิถีโค้งมีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีความเร็วหลายเท่าของความเร็วเสียง โดยบินเป็นวิถีโค้งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศก่อนพุ่งกลับลงสู่เป้าหมาย ทำให้มีเวลาตอบสนองสั้นและสกัดกั้นได้ยากกว่าขีปนาวุธร่อนหรือโดรน โดยเฉพาะเมื่อรัสเซียยิงพร้อมกันหลายสิบลูกในเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ ฟิลลิปส์ โอไบรอัน ศาสตราจารย์ด้านยุทธศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า การใช้ขีปนาวุธวิถีโค้งถล่มเมืองต่างๆ ของยูเครนกำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์หลักของรัสเซีย และมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยขึ้น เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานและสร้างแรงกดดันต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน
ขณะเดียวกัน ยูเครนกำลังเผชิญข้อจำกัดในการสกัดขีปนาวุธวิถีโค้ง เนื่องจากขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ยูเครนเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเร่งจัดส่งขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
อนึ่ง Patriot เป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่กี่ระบบของโลกที่สามารถรับมือขีปนาวุธวิถีโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การผลิตไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในเวลาอันสั้น เนื่องจากมีความซับซ้อนทางเทคโนโลยี ขณะที่ขีปนาวุธสกัดกั้นแต่ละลูกมีราคาสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในปี 2022 ยูเครนเรียกร้องให้สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรส่งมอบระบบ Patriot อย่างต่อเนื่อง ทว่าในช่วงที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณว่าจะอนุญาตให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบ Patriot ภายในประเทศเป็นครั้งแรก
ภาพ: Anatolii Stepanov / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/news/articles/c2el7xpnzrpo
- https://edition.cnn.com/2026/07/19/europe/russia-ukraine-ballistic-missiles-intl-hnk
- https://www.nytimes.com/2026/07/19/world/europe/russia-ukraine-strikes.html
- https://thestandard.co/us-ukraine-patriot-production-war/
- https://edition.cnn.com/2026/07/09/europe/trump-ukraine-zelensky-patriots-intl


