วันนี้ (20 มิถุนายน) พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่มีกระแสข่าวแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งถูกจับกุมในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา
พล.ต.ท. อาชยน ชี้แจงว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 (บก.ปส.2) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ทำการสืบสวนขยายผลจากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญรวม 10 คดี จนกระทั่งพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ การเข้าทลายเครือข่าย ตลอดจนการตรวจค้นจับกุมและอายัดทรัพย์สินหลายรายการตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้รวมทั้งสิ้น 11 ราย และมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน โดยมีพฤติการณ์โอนหรือรับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังการกระทำความผิด โดยได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ต่อมาพนักงานอัยการได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในบางคดี และได้ส่งสำนวนกลับมายังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาทำความเห็นทางคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1 ซึ่งล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของพนักงานอัยการดังกล่าวแล้ว และเตรียมจัดทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการในส่วนดังกล่าว เพื่อส่งสำนวนและความเห็นแย้งไปยังอัยการสูงสุดให้พิจารณาชี้ขาดต่อไป ส่วนในความผิดฐานอื่นนั้น พนักงานอัยการยังคงมีคำสั่งฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามขั้นตอนทางกฎหมายตามปกติ
ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในการสืบสวนสอบสวน ขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดอย่างตรงไปตรงมาจนพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย และนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม


