ข้อครหาเกี่ยวกับการคัดลอกและแอบอ้างผลงานทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา ถูกนำเข้าหารือในท่ีประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับสิทธิความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยระหว่างคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เชื่อมโยงกับข้อสงสัยเรื่องการทุจริตเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
เมื่อวานนี้ (20 สิงหาคม) รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีข้อร้องเรียนการคัดลอกงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โดยได้เชิญบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), ผู้แทนเลขาธิการ ป.ป.ช., ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผู้อำนวยการ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนักวิชาการ ได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ธงชัย วินิจจะกูล, ศาสตราจารย์พวงทอง ภวัครพันธ์, ศาสตราจารย์โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทัศนัย เศรษฐเสรี รวมถึงผู้ร้องเรียนคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัย จงจิตงาม, วรา จันทร์มณี และ วัลย์นภัสร์ เจนร่วมจิต
จุดเริ่มต้นข้อพิพาท จากรายงานวิชาการสู่หนังสือ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัย จงจิตงาม ผู้ร้องเรียน ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า ตนเป็นผู้จัดทำหลักเพียงผู้เดียวใน ‘รายงานการดำเนินโครงการสำรวจศิลปกรรมของชุมชนในอำเภอฮอดจังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้น พ.ศ. 2563’ เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการจำแนกรายละเอียดของศิลปกรรมที่ค้นพบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกร้องได้นำเนื้อหาในรายงานดังกล่าวไปปรับปรุงและตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ ‘เมืองฮอดในมิติศิลปวัฒนธรรมฯ’ เมื่อปี พ.ศ. 2567 ผ่านสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยระบุชื่อผู้ถูกร้องเป็นผู้เขียนหลัก และระบุชื่อผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัยเป็นเพียงผู้เขียนรอง
ผู้ร้องระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ถูกร้องได้นำหนังสือเล่มดังกล่าวไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานทางวิชาการในการยื่นขอปรับตำแหน่งทางวิชาการจากรองศาสตราจารย์เป็นศาสตราจารย์ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการแอบอ้างผลงานวิชาการของผู้อื่นมาเป็นของตน ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย นำมาสู่การร้องเรียนไปยังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อขอให้มีการตรวจสอบ
นอกเหนือจากประเด็นการแอบอ้างผลงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัยยังได้ร้องขอให้ตรวจสอบประเด็นความโปร่งใสทางการเงิน เนื่องจากพบว่าผู้ถูกร้องได้นำงานเขียนดังกล่าวไปใช้ขอรับทุนวิจัย โดยมีรายการเบิกจ่ายหลายรายการที่ผู้ร้องตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่มีการใช้จ่ายจริงตามที่เบิก เช่น ค่าถ่ายภาพ เนื่องจากผู้ร้องยืนยันว่าตนเป็นผู้ถ่ายภาพประกอบทั้งหมดด้วยตนเอง
ความขัดแย้งในผลการสอบสวนของมหาวิทยาลัย
การตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปรากฏความขัดแย้งในระดับคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นได้มีความเห็นเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงต่อผู้ถูกร้อง อย่างไรก็ตาม เมื่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับผลการสอบสวนเบื้องต้น กลับมีคำสั่งให้ตั้งเพียงคณะกรรมการสอบสวนวินัยไม่ร้ายแรง
ผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนวินัยไม่ร้ายแรงสรุปว่า ผู้ถูกร้องไม่มีความผิดทางวินัยในกรณีดังกล่าว โดยให้เหตุผล 2 ประการ ได้แก่
- รายงานโครงการสำรวจฯ อันเป็นผลงานต้นฉบับ จัดทำขึ้นโดยคณะบุคคลหลายคน โดยทั้งผู้ถูกร้องและผู้ร้องต่างเป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้จัดทำ ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้สร้างสรรค์รายงานเพียงผู้เดียว ดังนั้น ผู้ถูกร้องจึงมีสิทธิที่จะนำผลงานดังกล่าวมาอ้างใช้ได้
- สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ระงับการตีพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือ ‘เมืองฮอดในมิติศิลปวัฒนธรรมฯ’ แล้ว จึงไม่มีความเสียหายแพร่กระจายออกไป คณะกรรมการฯ จึงสรุปว่าผู้ถูกร้องไม่ได้มีพฤติการณ์แอบอ้างผลงานอันจะเป็นความผิดทางวินัย
ในประเด็นนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทัศนัย เศรษฐเสรี ได้ให้ข้อมูลแย้งในชั้นกรรมาธิการฯ ว่า ในขั้นตอนการสอบสวนของคณะกรรมการที่อธิการบดีแต่งตั้ง พยานทั้งหมดให้การตรงกันว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัยเป็นผู้จัดทำรายงานฉบับปี 2563 ขึ้นเพียงผู้เดียว
เมื่อกรรมาธิการฯ สอบถามผู้แทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้แทนมหาวิทยาลัยยังไม่ได้ให้การยืนยันหรือปฏิเสธ
นอกจากนี้ ผู้แทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า หนังสือ ‘เมืองฮอดในมิติศิลปวัฒนธรรมฯ’ ไม่ได้ถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการขอตำแหน่งศาสตราจารย์ของผู้ถูกร้อง แต่ถูกนำไปใช้เพียงเพื่อการเทียบสาขาวิชาเท่านั้น
ป.ป.ช. ระบุ มช. ยังส่งเอกสารเบิกจ่ายไม่ครบ
ผู้แทน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าทางหน่วยงานได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยในกรณีดังกล่าว และได้ทำเรื่องประสานไปยังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อขอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาแล้ว
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดส่งเอกสารให้เพียงบางส่วน โดยเอกสารที่มีสาระสำคัญในส่วนรายละเอียดรายการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังไม่ได้จัดส่งให้ ป.ป.ช.
สำหรับการดำเนินการทางวินัยและผลต่อตำแหน่งทางวิชาการ ผู้แทนกระทรวง อว. ชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ว่า ตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ฉบับเดิม การจะเพิกถอนตำแหน่งทางวิชาการจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อพบการคัดลอกหรือแอบอ้างผลงานในชิ้นงานที่นำมาใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการโดยตรง
แต่ปัจจุบันได้มีประกาศ ก.พ.อ. ฉบับใหม่ออกมาบังคับใช้ ซึ่งระบุว่าหากพบพฤติการณ์การคัดลอกหรือแอบอ้างผลงานในงานวิชาการชิ้นอื่น ๆ แม้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการ ก็สามารถนำมาใช้เป็นเหตุในการเพิกถอนตำแหน่งทางวิชาการได้
รังสิมันต์ โรม สรุปผลการพิจารณาว่า คณะกรรมาธิการฯ ยังมีข้อสงสัยในหลายประเด็น จึงได้มีมติเรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางในการแสวงหาข้อเท็จจริงเชิงลึกต่อไป โดยจะมีการชี้แจงรายงานข้อสรุปและความคืบหน้าให้สาธารณชนรับทราบในโอกาสหน้า


