×
Menu

สิ่งที่ฟิลลิปส์พูดเอาไว้ ตอนยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะได้เป็น The Face Men Thailand

02.10.2017
  • LOADING...
  • Loading...

ฟิลลิปส์เดอะเฟซ

ขอต้อนรับเข้าสู่ We Need To Talk Podcast: Bonus Episode

     เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว-สามวันก่อน Final Walk โบ-สาวิตรี นั่งคุยกับฟิลลิปส์ ในวันที่ยังไม่มีใครรู้และเดาไม่ถูกเลยจริงๆ ว่า ใครจะได้เป็น The Face Men คนแรกของไทยและของโลก

   เดอะสแตนดาร์ดพอดแคสต์อยากให้คุณผู้ฟังได้ฟังการพูดคุยจากการอัดรายการของวันนั้น ในวันนี้ที่เรารู้แล้วว่าใครเป็นผู้ชนะ

     Episode เต็มๆ ของฟิลลิปส์จะ publish ในวันที่ 8 พฤศจิกายน แต่ในวันนี้ เราขอตัดมาให้ฟังเฉพาะบทสนทนาเรื่อง The Face Men ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ โบ-สาวิตรี ถามว่า “บทเรียนสำคัญที่สุดจากเมนเทอร์ลูกเกดคืออะไร”, “คิดว่าใครตลกที่สุดในบ้าน”, “คิดว่าใครน่าจะประสบความสำเร็จที่สุด” และแน่นอน “คิดว่าตัวเองมีโอกาสชนะหรือไม่”

 

 แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟิลลิปส์ก็คือ เขาเป็นคนที่ตอบคำถามได้ฉลาดมาก แถมยังเป็นคนตลกในแบบที่เรานึกไม่ถึง และ ณ จุดหนึ่งของการสัมภาษณ์ ฟิลลิปส์ยังแสดงความสามารถ อู้กำเมืองในสำเนียงสวีดิชให้เราฟังอีกด้วย

     และที่สำคัญที่สุด เราได้เห็นว่า สมแล้ว ที่เขาได้เป็นผู้ชนะ

     And now, ladies and gentlemen, it would be our pleasure to present to you… Philip… The winner of The Face Men Thailand

 


 

(บทความสัมภาษณ์นี้แปลและเรียบเรียงจากบทสนทนาภาษาอังกฤษในการบันทึกเทปพอดแคสต์รายการ We Need To Talk ในวันที่ 27 กันยายน 2017 และเราขอใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งว่า ผม แม้ว่าในชีวิตจริง ฟิลลิปส์มักแทนตัวเองว่า น้อง ก็ตาม)

 

 

01.44

สวัสดีค่ะฟิลลิปส์ ขอบคุณที่มานะคะ คิดว่าฟิลลิปส์คงดีใจที่ได้มาเหมือนกัน เห็นนั่งหัวเราะคิกคักตั้งแต่ยังไม่เปิดรายการ

     สวัสดีครับ ผมเป็นคนอารมณ์ดีน่ะฮะ ขอบคุณนะครับที่ชวนมาออกรายการ ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ยอดเยี่ยมครับ

 

เห็นแล้วล่ะว่าฟิลลิปส์เป็นคนอารมณ์ดี ร่าเริงตั้งแต่เดินเข้ามาที่สตูดิโอแล้ว

     บางคนเรียกอารมณ์ดี แต่บางทีเขาก็บอกว่าไม่รู้จักโตเหมือนกันนะ (หัวเราะ)

 

เรียกว่าหัวใจยังเป็นเด็กไง อายุเท่าไหร่แล้วนะคะ

     22 ครับ

 

ความจริงนั่นก็เรียกว่ายังเด็กอยู่มากนะ

     อายุเป็นเพียงตัวเลขครับ ผมรู้แหละว่าชอบทำตัวเหมือนเด็ก แต่ในสถานการณ์ที่ควรต้องเป็นผู้ใหญ่ ผมก็วางตัวเป็นผู้ใหญ่ได้ครับ… โอ้ ตอบดีเหมือนกันนะเรา (หัวเราะ)

 

“I’m pretty immature, yes. But I’m mature when it comes to the time…… Now that’s a good answer…”

 

02.44

เล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังหน่อยสิคะ ฟิลลิปส์มีพี่น้องไหม

     มีพี่สาวครับ แล้วก็น้องชายอีกสองคน พี่น้องพ่อแม่ทั้งหมดอยู่ที่สวีเดน ผมมาอยู่เมืองไทยคนเดียว

 

ตั้งใจมาเพื่อ The Face Men โดยเฉพาะเลยหรือเปล่า
     ที่จริงผมมาเมืองไทยสามปีที่แล้ว ตั้งใจมาตามความฝันในการเป็นนักแสดง เริ่มจากการเป็นนายแบบ ถ่ายโฆษณา ออกงานอีเวนต์บ้าง

 

ที่บ้านคิดอย่างไรกับการที่ฟิลลิปส์มาประกวด The Face Men หรือทำงานในวงการบันเทิงคะ

     สนับสนุนเต็มที่ครับ ให้ผมทำได้ทุกอย่างที่อยากทำ แต่ยังไงก็ต้องเรียนให้จบนะ พ่อแม่อยากให้ผมตามความฝันของตัวเอง เพราะเขาเห็นเด็กสวีเดนสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นหุ่นยนต์ไปกันหมดแล้ว ตื่นเช้า ไปทำงาน กลับบ้าน กินข้าว เข้านอน ผมไม่อยากเป็นอย่างนั้น เด็กมากมายมีความฝัน แต่ก็อยากได้ความมั่นคงในชีวิต ก็เลยเลือกงานเงินดีๆ ไว้ก่อน แล้วในระหว่างนั้นทั้งเวลาและเรี่ยวแรงในการตามความฝันก็จะค่อยๆ หมดไป โอกาสต่างๆ ที่ไม่ได้คว้าไว้ก็ลอยผ่านไปหมดแล้ว

     ผมนึกถึงที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดไว้ว่า ถ้าเราไปบอกปลาว่า ชีวิตนี้ สิ่งที่มันต้องทำคือปีนต้นไม้ ปลาย่อมจะคิดว่ามันโง่

 

“Everybody is a genius. But if you judge a fish by its ability to climb a tree, it will live its whole life believing that it is stupid.”

-Albert Einstein

 

     ผมรู้สึกว่าพ่อแม่ผมหัวใหม่มากนะ และผมว่าผมโชคดีที่ได้อยู่ในครอบครัวแบบนี้ ที่ทำให้ผมเห็นวัฒนธรรมทั้งสองฝั่ง ทั้งตะวันออกและตะวันตก

     แต่ผมอยากบอกน้องๆ ที่กำลังฟังอยู่ว่า ไม่ว่าพ่อแม่เราจะเป็นอย่างไร เราต้องฟังเขานะครับ ไม่ใช่ต้องฟังเพราะเป็นพ่อแม่ แต่อยากให้ฟังเอาความรู้ อย่าปิดใจใส่พ่อแม่เรา ขอให้ฟังทั้งพ่อแม่ และฟังคนอื่นด้วย เดี๋ยวนะๆ ผมมีอีกโควตนึง (หัวเราะ) อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า 90% ของชีวิตเราควรเอาไว้ฟัง แล้วพูดกับลงมือทำใน 10% ที่เหลือ เราควรใช้ชีวิตแบบนี้ แบบที่คิดว่าเราเป็นน้ำครึ่งแก้วเสมอ… โอ้ พูดแต่อะไรคมๆ จบ กลับบ้านได้แล้ว (หัวเราะ)

 

06.47

 

“For kids who are listening to this, I want to say, always listen to your parents. And it’s not about them being your parents, it’s about knowledge, though. If you have knowledge you can go far in this world. So don’t you ever close your mind on your parents, or anyone. You should always listen. That’s how you get through life. You should always have your glass half-full…”

 

ในรายการ The Face Thailand ทุกคนพูดถึงเรื่องที่ฟิลลิปส์แทนตัวเองว่า น้อง นี่คือที่บ้านสอนมาหรือเปล่า

     ครับ สมัยยังเด็กผมใช้ชีวิตอยู่กับพี่สาวตลอด จะไปไหนก็จะเป็นเด็กที่สุดในกลุ่มเสมอ ตอนมาเมืองไทย ตลอดสามปีเพื่อนที่คบและสนิทกันก็มีแต่อายุ 35 ขึ้น (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไรเหมือนกัน จนมา The Face Men Thailand นี่แหละ

 

 

กว่าเอพิโสดนี้จะเผยแพร่ เราคงจะรู้ผลกันไปแล้วว่าใครชนะ โบขอถามหน่อยแล้วกันว่า ฟิลลิปส์คิดว่าตัวเองมีโอกาสชนะไหมคะ

     คิดครับ ผมมั่นใจนะ และสิ่งที่ผมจะทำตอนไฟนอลวอล์ก ที่ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่าคืออะไรนั่นน่ะ มันจะน่าทึ่งมาก เป็นไม้เด็ด (หัวเราะ)

 

เอาล่ะ พอเรื่องแพ้ชนะไว้ก่อน คุยเรื่องประสบการณ์ดีกว่า เห็นว่า The Face Men Thailand ไม่ใช่การประกวดครั้งแรก เคยผ่านการแข่งขันอะไรมาก่อนบ้างคะ

     Cleo Bachelor 2015 ครับ สมัยนั้นยังพูดไทยไม่ค่อยได้เลย ทุกคนจะงงกับผมตลอดเวลา เขาจะบอกว่า เราชอบนายนะ แต่นายพูด &%#! อะไรวะ ฟังไม่รู้เรื่อง! (หัวเราะ) ผมว่าถ้าผมย้อนเวลากลับไปตอนนั้นได้ โดยมีความรู้ของตอนนี้ ผมอาจจะชนะก็ได้นะ (หัวเราะ) เขาบอกว่า 11.09 บะมีสเน่ห์… อู้กำเมืองละ (หัวเราะ) สวัสดีเจ้า อู้กำเมืองได้กะ

 

อู้กำเมืองได้ด้วยหรือนี่

     เคยไปบวชอยู่จังหวัดทางเหนือสามเดือนครับ

 

 

เล่าถึงตอนตัดสินใจสมัครประกวด และตอนที่ได้รู้เป็นครั้งแรกว่าเข้ารอบหน่อยสิคะ

     ครั้งแรกที่ไปออดิชันผมมั่นใจนะครับ ก่อนหน้านั้นผ่านงานโฆษณามาบ้างแล้ว เฮ้ย งานแสดงเราผ่านมาแล้ว เราว่าเราก็ได้อยู่นะ แต่พอเดินเข้าไปปั๊บ ปรากฏว่าเราต้องแข่งกับคนห้าร้อยคน เอ่อ เวรละ (หัวเราะ) ก็ไปยื่นใบสมัคร จากนั้นก็ถ่ายรูป ตอนนั้นรู้สึกเหมือนไปเกณฑ์ทหาร  คือมีการวัดร่างกาย ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง แพ้อะไรไหม กลัวอะไรบ้าง เอ่อ “ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้นครับ” (หัวเราะ) อ้อ ยกเว้นแม่นะ แม่นี่ผมกลัว เป็นคริปโตไนต์ของผม (หัวเราะ)

     วันนั้นกดดันมาก แต่ละคนสูงๆ หล่อๆ กันทั้งนั้น เริ่มเครียด อยากให้ทุกอย่างสิ้นสุดไวๆ จะเรียกชื่อเราก็เรียกเลยได้ไหม หรือถ้าเราไม่ติดก็บอกมาเลยให้จบๆ แต่พอเขาเรียกชื่อ ก็เริ่มคิดว่า เอ หรือเราจะมีโอกาส

     จากห้าร้อยคน เหลือสี่คน ตอนนั้นออกอากาศหรือเปล่านะครับ ผมไม่แน่ใจ เขาให้เราทำอะไรก็ได้กับเก้าอี้ตัวหนึ่ง ซึ่งให้คิดว่ามันไม่ใช่เก้าอี้ เป็นอะไรก็ได้ บางคนยกเก้าอี้เหมือนยกเวต บางคนยกขึ้นไปเหนือหัวเหมือนเป็นร่ม ส่วนผม นั่งเอกเขนกลงไปเลย เขาถามว่าเก้าอี้ของเราคืออะไร เราบอก อ๋อ โซฟาครับ (หัวเราะ) บางคนก็พยายามมาก ยกเก้าอี้ขึ้นหวีผม (หัวเราะ) ดูแต่ละคนเล่นแล้วสนุกดี

     วันที่พี่ลูกเกดเลือกผม ผมดีใจมากเลยนะครับ ยิ้มไม่หยุด แล้วจำได้ว่าพูดว่า ขอบคุณครับ แต่ตื่นเต้นจนเสียงเพี้ยนอะ กลายเป็น 14.39 (เสียงขาดๆ เหน่อๆ) ขอบคุณค้าบ (หัวเราะ)

     จากที่เคยมีความมั่นใจล้นเหลือ ประสบการณ์นี้ทำให้ผมรู้ว่ายังมีคนเก่งๆ อีกเยอะมาก แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังสามารถเชื่อมั่นได้โดยไม่ถือดีว่าตัวเองเก่งที่สุดนะครับ

 

14.55

 

“You can never take anything for granted but you should always have faith. You should believe to the 100% that you can do it, but know it in your heart that nothing is for sure.”

 

15.11

พูดดีจัง ต้องปรบมือให้ (ปรบมือ) มาคุยเรื่องเมนเทอร์ของฟิลลิปส์กันหน่อย อะไรคือบทเรียนสำคัญและน่าประทับใจที่สุดที่ได้จากพี่ลูกเกดคะ

     พี่เขาสอนให้ผมเป็นตัวของตัวเองครับ สำหรับบางคน นี่อาจฟังดูเหมือนไม่ใช่บทเรียนที่พิเศษอะไร แต่บางครั้งการหาตัวเองให้เจอไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ผมพูดตรงๆ เลยว่า จนทุกวันนี้ผมยังไม่เจอคาแรกเตอร์ของตัวเองเลยอะ คนอื่นอาจบอกว่า เออ หล่อดี น่ารักจัง แต่ในหัวผมเห็นตัวเองเป็นแบดบอยนะ (หัวเราะ) พี่ลูกเกดช่วยผมมากเรื่องการพยายามหาตัวเองให้เจอ ถ้าคุณติดตามอินสตาแกรมของผม จะเห็นว่าผมแต่งตัวหลายสไตล์มากเลยนะ ฟาร์มได้ สตรีทได้ อีดีเอ็มได้ แต่งสูทก็ได้

 


จังหวะไหนตลอดการแข่งขัน The Face Men ที่เปิดหูเปิดตาเรามากที่สุด

     แคมเปญแรกเลยครับ คือผมเป็นนายแบบโฆษณาที่ผ่านงานมาประมาณหนึ่งแล้วก็จริง แต่ผมไม่เคยคิดเลยนะว่าจะชณะแคมเปญแรกนี่ได้ เป็นโฆษณาลอรีอัล ถ่ายกับเด็ก โดยสื่ออารมณ์ของพ่อหรือพี่ชาย แสดงความรู้สึกอบอุ่นและเซนซิทีฟ อะไรทำนองนี้ ซึ่งไม่คิดเลยว่าจะชนะ แล้วพอชนะความมั่นใจก็มาเต็มเลยครับว่า เราอาจชนะได้เหมือนกันนะนี่

 

18.06

มาคุยเรื่องเพื่อนๆ ในบ้านกันบ้าง อยากให้ฟิลลิปส์ตอบคำถาม ‘ใคร’ ต่อไปนี้ เริ่มจาก ใครเป็นคนที่ฟิลลิปส์สนิทที่สุดในบ้าน

     ตอบยากครับ เพราะสนิททุกคนเลยนะ แต่ถ้าต้องเลือก เลือกเติร์ทกับแซม จากทีมหมู รู้สึกถูกคอกันมาตั้งแต่แรกเลย เราชอบร้องเพลงเหมือนกันด้วย แต่ถ้าถามว่าสนิทกับใครที่สุดในทีมตัวเอง ก็คงเป็นคนที่ผมใช้เวลาด้วยมากที่สุด ซึ่งคือกุนครับ

 

ใครตลกที่สุด ตอบตัวเองได้นะคะ

     ถ้าตอบตัวเองมันจะดูหลงตัวเองแปลกๆ นะครับ ปล่อยมุกเองขำเองอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) ถ้าเป็นคนตลก แบบเถื่อนๆ หน่อยก็พีเคครับ เขาจะแบบ ค*@#! ค*@#! ค*@#! ตลอดเวลา (หัวเราะ) เป็นคนตลกมาก ผมชอบเขานะ

 

ใครที่ทำให้ฟิลลิปส์แปลกใจหรือทึ่ง

     อืม ตอบยากอีกแล้วครับ เราอยู่ด้วยกันมาสามเดือน ทุกคนมีอะไรน่าแปลกใจโผล่มาให้เห็นเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ผมทึ่งเป็นพิเศษกับซันนี่นะ เขาเป็นออสเตรเลียนที่พูดไทยเก่ง และไม่ใช่แค่นั้นนะครับ คือเรื่องการแสดงน่ะ ใครก็ทำได้ แต่ผมว่าที่ต่างกันคือระดับความทุ่มเทที่จะเข้าถึงและเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ อย่างเต็มที่ ผมว่าซันนี่ทุ่ม 120% ในทุกครั้งที่เขาแสดง เขาจะทำให้ผมประหลาดใจได้เสมอว่า โห เก่งกว่าเราอีก ชิ เจ็บใจ แต่ก็ทึ่งในความสามารถเขาด้วยในเวลาเดียวกัน (หัวเราะ) เคยมีครั้งหนึ่งที่ได้แสดงฉากแอ็กชันกับซันนี่ตอนอยู่ในบ้าน จำได้ว่าสนุกมาก เคมีเราเข้ากันได้ดีมาก จังหวะรับส่งกันก็ไหลลื่นมาก

 

คิดว่าใครมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จมากที่สุด

     ผมอยากเอาใจช่วยทุกคนเลยให้ประสบความสำเร็จ ตอบแบบนี้ได้ไหมครับ (หัวเราะ)

 

คิดว่าใครมีแนวโน้มจะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีที่สุด

     ผมว่ามีหลายคนเข้าข่ายนะ เริ่มจากทีมผมก่อนละกัน น่าจะเป็นกุนกับมอสครับ เอ แต่แจ็คก็ใช่นะ นิคกี้ด้วย เฮ้ย ทุกคนเลยนี่ (หัวเราะ) ทุกคนเลยยกเว้นผม (หัวเราะ) ผมอยากมีลูกนะ แต่เผอิญความสัมพันธ์กับแฟนคนล่าสุดนี่จบไม่ดีเลย ตอนนี้ยังไม่เน้นเรื่องรักดีกว่า ไม่เห็นต้องรีบ ผมเพิ่งอายุ 22 ผมจะรอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอผู้หญิงที่ใช่ครับ ตอนนี้ขอตั้งใจทำงานก่อน ทำงานน่าจะง่ายกว่าเยอะ

 

ถ้าต้องมีการโหวตกัน คิดว่าใครน่าจะได้ตำแหน่งขวัญใจเพื่อนๆ หรือเป็นมิตรกับทุกคนมากที่สุด

     ผมว่าเติร์ท ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน เติร์ทคุยกับคุณได้หมด ผมว่าเขาเฟรนด์ลีที่สุดเลยครับ

 

เห็นอะไรในอีกสามปีข้างหน้าสำหรับตัวเองคะ

     งานครับ งานเยอะๆ เลย สาธุ (หัวเราะ) ผมหวังมากๆ ว่าจะได้เล่นหนัง และถ้าทุกอย่างไปได้สวย ผมอยากเล่นหนังต่างประเทศครับ ผมอยากไปให้ไกลกว่าโทนี จา (หัวเราะ)

 

 

24.22

โชคดีในวันเสาร์นี้นะคะฟิลลิปส์ เราเอาใจช่วยน้องเต็มที่นะ

     อย่าลืมดูกันนะครับทุกคน จะบอกว่าผมมีเซอร์ไพรส์ด้วยนะ! นี่ยังไม่บอกใครเลย (หัวเราะ) เวลามีคนถามว่าเตรียมตัวยังไงบ้าง ผมจะบอกว่าไม่เตรียมอะไรเลยครับ แค่ไปดูหนังคลายเครียด หาอะไรอร่อยๆ กิน ชิลล์ๆ แต่รอดูนะครับ รับรองว่าคุณผู้ชมต้องชอบแน่ๆ คือถ้าผมทำขนาดนี้แล้วยังไม่ชนะเนี่ยนะ… ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ (หัวเราะ) เอางี้ดีกว่า เคยดูโชว์ของ Victoria’s Secret ไหมครับ มันจะน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่านั้นอีก! โอย ยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น อยากทำให้ดูตอนนี้เลย (หัวเราะ) บอกใบ้ว่า มันเป็นทักษะความสามารถอย่างหนึ่งของผมที่ยังไม่เคยมีใครรู้หรือเคยเห็นเลย ผมเคยบีตบ็อกซ์ให้ดูแล้ว เคยเต้นให้ดูแล้ว parkour ก็เคยโชว์นิดหน่อย แต่สิ่งนี้ยังไม่เคยแสดงสักครั้ง เรียกได้ว่าเป็นไม้ตายของผมเลยนะ

     และอยากบอกไปถึงคุณผู้ฟังว่า ถ้าวันนั้นได้ดูผมแสดงทักษะที่ว่านี่ แล้วผมเกิดพลาดขึ้นมา คุณหัวเราะได้เลยนะครับ ผมเองก็จะหัวเราะกับคุณด้วย…

     …แต่ถ้าผมทำสำเร็จขึ้นมานะ มันจะกลายเป็นตำนาน! (หัวเราะ)

 

นี่แสดงว่า โบอาจจะกำลังนั่งคุยกับผู้ชนะอยู่อย่างนั้นหรือเปล่า

     ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นครับ

 

ฟิลลิปส์เดอะเฟซ กับ เมนเทอร์ลูกเกด

 

26.15

 

“For people who watch this, if I fail showing my skill (on the final walk day), feel free to laugh! I’m gonna laugh with you guys… But if I succeed, this is going to be history…”

 


 

Credits

 

The Host สาวิตรี สุทธิชานนท์

The Guest ณัทธนพล ทินโรจน์

 

Show Creator ภูมิชาย บุญสินสุข

Episode Producers ภูมิชาย บุญสินสุข

อธิษฐาน กาญจนพงศ์

ปวริศา ตั้งตุลานนท์

Episode Editor ภูมิชาย บุญสินสุข

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director กริณ ลีราภิรมย์

Graphic Designer เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

Photo นวลตา วงศ์เจริญ
The Face Thailand

Music Westonemusic.com

FYI

เซอร์ไพรส์ที่ฟิลลิปส์พูดถึง อยู่ประมาณนาทีที่ 3.59 ตามไปกรี๊ดน้องเร็ว

ฟิลลิปส์ เดิน ไฟนอลวอล์ก Philips’s Final Walk The Face Men Thailand

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR

RELATED STORIES