×

สัมภาษณ์ Bill Heinecke พา Minor ฝ่าวิกฤตหนักที่สุดในรอบ 50 ปี ตอนที่ 2

05.11.2020
  • LOADING...

เปิดเบื้องลึกการทำงานของบอร์ดไมเนอร์ ‘สมอง’ ของผู้บริหาร และ ‘สติ’ ของบอร์ด ทำงานร่วมกันอย่างไร เพื่อนำองค์กรฝ่าพายุวิกฤตไปสู่ยุคใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยวในสมรภูมิที่ท้าทายกว่าเดิม ในรายการ The Secret Sauce ซีรีส์ Boardroom Wisdom

 


ไมเนอร์มีกรรมการในบอร์ด 11 คน และมีเพียง 4 คนที่เป็นคนไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% และ 30% เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่าที่รายได้ที่มาจากต่างชาติกับในไทยก็เท่ากับ 70% และ 30% เช่นเดียวกัน

ความจริงเราไม่ได้มองว่าคนของเราต้องมาจากชาติไหน เพราะเรามองที่ความสามารถของพวกเขาที่จะนำมาใช้ในการเป็นกรรมการของบริษัทมากกว่า เราค้นหาสมาชิกบอร์ดที่ดีที่สุด ไม่ว่าเขาจะเป็นคนชาติอะไร และไม่ว่าเขาจะมาจากที่ไหน ดังนั้นเราจึงมีคณะกรรมการบริษัทที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และพวกเขาก็มีทักษะ ความรู้ และองค์ประกอบที่แตกต่างกันไป ผมเชื่อในความคิดเห็นที่ตรงกันของคนส่วนใหญ่ เราโชคดีที่มีผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกันเกือบ 50% มานั่งอยู่ในบอร์ดบริษัทด้วย นั่นหมายความว่าเมื่อเรามีการปรึกษากันภายในบอร์ด เราถือว่าเราได้ปรึกษาผู้ถือหุ้นเกือบ 50% ไปด้วยแล้ว มันจึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้เราตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เรามีทั้งกรรมการอิสระและกรรมการบริหารภายในบริษัท ซึ่งผมคิดว่านั่นคือจุดแข็งของไมเนอร์ หลายบริษัทมีการบริหารโดยบอร์ดอิสระขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับบริษัท ผมคิดว่ามันมีความสำคัญมากที่จะรักษาสมดุลระหว่างความเป็นอิสระกับการได้รับผลประโยชน์ เพื่อให้แน่ใจว่ากลยุทธ์และผลประกอบการจะเป็นไปในทิศทางที่ผู้ถือหุ้นคาดหวัง และสุดท้ายเราต้องจำเอาไว้ว่า ผลตอบแทนทางการเงินคือแรงขับเคลื่อนของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ ในขณะที่ความยั่งยืนก็มีความสำคัญ แต่เราก็ยังคงถูกวัดด้วยผลกำไร เงินปันผล โดยมีความยั่งยืนเป็นส่วนสนับสนุนอีกที เราพยายามทุกอย่างมีความสมดุล และพยายามสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับทั้งผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด นั่นคือเหตุผลว่าทำไมความยั่งยืนจึงสำคัญ เพราะว่าเราต้องการความยั่งยืนเพื่อที่จะช่วยให้เราสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างแรงสนับสนุนเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นของเราได้

 

ตลอดเส้นทางของการเป็นบอร์ดบริษัทในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา คุณบิลเป็นผู้ก่อตั้งที่เป็นทั้งซีอีโอและประธานบอร์ดบริษัท ในตอนนี้คุณดำรงตำแหน่งเป็นประธาน โดยให้คุณดิลิปรัจมาดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอแทน บทบาทในตอนนั้นกับตอนนี้มีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง

ผมไม่เห็นถึงความแตกต่างอะไรมากมาย ผมเห็นดิลิปรัจทำงานมา 14 ปี ระหว่างนั้นเขาเป็นซีโอโออยู่หลายปี เขาจึงทำงานใกล้ชิดกับผมมาก ผมคิดว่าเมื่อเราได้ทำงานกับใคร เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันกับคนๆ นั้น ไม่เพียงแค่เรียนรู้ที่จะเคารพกัน แต่ยังเรียนรู้ที่จะเชื่อในการตัดสินใจของกันและกัน ผมคิดว่าในห้องประชุมบอร์ด ทีมเป็นสิ่งสำคัญมาก บทบาทของผมคือการเป็นประธานมากกว่า และผมก็ไม่อยากพูดว่ามันเป็นเรื่องของกลยุทธ์หรืออนาคตเท่านั้น เพราะผมคิดว่าผมยังมีหน้าที่ในการสนับสนุนดิลิปรัจอยู่ ขณะเดียวกันดิลิปรัจก็มีประสบการณ์ที่จะช่วยผมในการวางแผนเพื่อไปสู่เป้าหมายตามที่เราได้วางโรดแมปไว้ ดังนั้นผมคิดว่าการทำงานร่วมกันมันคือความมุ่งมั่นที่คุณอยากจะทำงานกับบอร์ด ไม่ใช่แค่ประธานและซีอีโอ แต่มันหมายถึงกรรมการทุกคน

 
คุณดิลิปรัจรู้สึกอย่างไรกับการดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอ โดยที่มีคุณบิลเป็นประธาน

ผมทำงานกับบิลมา 14 ปี ผมคิดว่าไมเนอร์เป็นบริษัทที่มีวัฒนธรรมของการขับเคลื่อน อย่างที่รู้กันว่าไมเนอร์เป็นบริษัทมหาชน เรามีความต้องการที่จะประสบความสำเร็จ และผมโชคดีมากที่ผมได้รับประสบการณ์จากบิล ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากเขา ผมเชื่อว่า 1+1 ได้มากกว่า 2 บิลมีจุดแข็งเยอะมาก และเขามีประสบการณ์ที่มากกว่าผม เขาได้ผ่านวิกฤตในประเทศไทยมาหลายครั้ง เขาจึงสามารถนำทางและทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ผมคิดว่าผมยังคงต้องเรียนรู้อยู่ และพยายามวางกลยุทธ์เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จได้มากกว่า 50 ปี และเพื่อให้แน่ใจว่าเราได้สร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่อที่เราจะสามารถดึงดูดคนที่มีความสามารถเข้ามาได้ เพราะมันคือธุรกิจของเรา ธุรกิจของเราเป็นเรื่องของคน ตอนนี้ผมเป็นซีอีโอ มันเหมือนกับการได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น และผมยังสามารถทำงานใกล้ชิดกับบิลได้มากกว่าเดิมอีกด้วย เราต้องวางแผนและลงมือทำสิ่งต่างๆ กันอย่างรวดเร็ว แถมเรายังเป็นบริษัทแรกๆ ที่ประกาศให้ทุกคนมั่นใจว่า เรามีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งและมั่นคง เราระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ได้อย่างรวดเร็ว และมียอดจองที่สูงกว่าหุ้นกู้ที่ออกถึง 11 เท่า เรามีการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งมียอดจองสูงกว่าหุ้นที่จัดสรรถึง 30% เราได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น เราต้องการทำให้แน่ใจว่าเราได้เพิ่มความแข็งแรงให้แก่โครงสร้างเงินทุนของเรา รวมถึงโครงสร้างคนของเราด้วยเช่นกัน ในส่วนของการจัดการกระแสเงินสดในบริษัท เราลงไปดูว่าร้านไหนที่เปิดแล้วขาดทุน เราก็ปิด ร้านไหนที่ทำเงินได้ เราก็เก็บไว้ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือความโปร่งใสและความตรงไปตรงมา ในฐานะซีอีโอ ผมไม่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างเองได้ เพราะมันไม่เวิร์ก เราต้องทำงานกันเป็นทีม ไม่ใช่แค่ผมกับบิล เรามีคณะกรรมการด้วย และเราก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น แม้ว่าบิลจะเป็นประธานบอร์ด แต่เขาก็เป็นประธานคณะกรรมการด้วย นอกจากนี้เรายังมีคณะกรรมการในเรื่องการควบรวมกิจการ ซึ่งจะต้องรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะมีการอัพเดททุกเดือน ยิ่งในช่วงโควิด-19 บอร์ดของเราได้รับการอัพเดททุกสัปดาห์ ดังนั้นบอร์ดจะรู้เสมอว่าเรากำลังอยู่ตรงไหนของแผน เพราะเราได้ส่งแผนงานของเราให้กับบอร์ด และจะมีการประชุมกันทุกสัปดาห์เพื่อพูดคุยถึงปัจจัยและความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทเราให้ความสำคัญ

 

พวกคุณสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันอย่างไรกับสมาชิกทุกคนในบอร์ด

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าบอร์ดต้องเป็นคนบริหารบริษัท แต่เรากลับคิดว่าบอร์ดเป็นคนคอยคุ้มกันผู้ถือหุ้น และทำให้มั่นใจว่ากลยุทธ์ของเราถูกต้อง งานของเราคือการโน้มน้าวให้บอร์ดเห็นถึงความสมบูรณ์ของแผน และทำให้เขาเห็นวิธีที่เราช่วยผู้ถือหุ้น เพราะมันหมายถึงคู่ค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้น ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือเราต้องแน่ใจว่าไม่ใช่แค่บอร์ดที่มีความมั่นใจต่อทีมบริหาร แต่ทีมบริหารเองก็ต้องมีความมั่นใจต่อบอร์ดเช่นกัน พวกเขาต้องจับมือกันทำงานโดยมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เมื่อหลายปีก่อนในตอนที่บริษัทเรายังเล็ก ผมได้เป็นทั้งซีอีโอและประธาน วันนี้เราจำเป็นต้องแยกหน้าที่ทั้งสองออกจากัน เพราะเรามีขนาดใหญ่มากจนจำเป็นต้องใช้คนสองคนคือซีอีโอและประธาน แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือเราต้องแน่ใจว่าเราได้รับการสนับสนุนจากบอร์ด และมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำให้บอร์ดสบายใจได้แค่ไหน ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 เราได้ขายโรงแรม 3 แห่งในลิสบอน ประเทศโปรตุเกส และอีก 3 แห่งในมัลดีฟส์ นั่นเป็นการซื้อขายที่ใหญ่มากสำหรับบริษัทเรา และมันทำให้เราสามารถจ่ายหนี้บางส่วนก่อนช่วงโควิด-19 ได้ ผมรู้สึกดีมากที่เรามีโรงแรมที่เราเป็นเจ้าของลดลง 6 แห่ง และไม่ต้องจ่ายหนี้อีกต่อไป นั่นคือแผนที่เราวางไว้ล่วงหน้า มันทำให้ธนาคารมีความมั่นใจในบริษัทของเราว่า เรามีความมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำอยู่ และเราก็ต้องการการสนับสนุนไม่ใช่แค่จากบอร์ดและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจของเราเท่านั้น แต่เรายังต้องการการสนับสนุนจากธนาคารและผู้สนับสนุนการเงินของเราด้วย เพื่อให้เราสามารถก้าวไปสู่ขั้นต่อไปคือการระดมหุ้นกู้ครั้งที่ 2 และการเพิ่มทุนให้กับธุรกิจของเรา

 

ถ้ามีเพื่อนของคุณบิลซึ่งเป็นทั้งประธานบอร์ดและซีอีโอผู้ก่อตั้งบริษัทมาขอคำแนะนำว่าเมื่อไรที่เขาควรจะแบ่งหน้าที่ให้คนอื่นมาดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอแทน คุณจะให้คำแนะนำแก่เขาว่าอย่างไร

อย่างแรก คุณต้องเชื่อใจเขามากพอที่จะให้เขารับหน้าที่นี้ ผมทำงานกับดิลิปรัจมานานพอที่จะเชื่อในความเป็นผู้นำของเขา และไว้ใจให้เขาตัดสินใจได้อย่างเต็มร้อย อีกเรื่องคือเรามีองค์กรที่ใหญ่มากพอที่เอื้อให้เราประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าปกติ เช่น ความสามารถในการจัดการอย่างรวดเร็วในช่วงวิกฤต โดยปกติแล้วประธานบอร์ดจะเป็นประธานอิสระ แต่ผมไม่ใช่ ผมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกคนหนึ่งและมีส่วนได้ส่วนเสีย เราจึงต้องมั่นใจว่าเราได้ให้ความสำคัญกับการดูแลผลประโยชน์ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดของบริษัทเป็นอย่างดี

 

สมาชิกในบอร์ดคนอื่นๆ มีส่วนช่วยในการดูแลบริษัทฯ อย่างไรบ้าง

ผมคิดว่าบอร์ดของเรามีความหลากหลายมาก เรามีนักลงทุนที่มีชื่อเสียงหลายคน บางคนแม้จะเกษียณไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับบอร์ดของเราอยู่ เขาอยู่กับเรามาถึง 14-15 ปี เรามีนักลงทุนรายใหญ่อย่างคุณนิติที่เป็นคนรุ่นที่ 2 พ่อของเขาก็อยู่ในบอร์ดของบริษัท พิซซ่า คอมปานี ดังนั้นเราจึงต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับบริษัทของเรา จากบริษัทเล็กๆ ให้เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความรอบคอบในหลายๆ ด้าน เพราะตอนนี้เรามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรามากขึ้น ไม่ใช่แค่จำนวนพนักงาน แต่รวมถึงจำนวนผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ด้วย ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา ที่จะต้องแน่ใจจริงๆ ว่าเราทำถูกเวลาแล้ว คำแนะนำของผมคือ คุณต้องแน่ใจแล้วว่าขนาดธุรกิจของคุณมีขนาดใหญ่พอที่จะแบ่งความรับผิดชอบให้กับคนอื่นๆ ได้ ตอนนี้ไมเนอร์เองก็ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ก่อนที่จะเกิดโควิด-19 เราได้วางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 12 เดือนก่อนจะถึงสิ้นปี เรามีการปรึกษาและตัดสินใจกันเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว ผมคิดว่าเราทำได้ดี และเราไม่ตกใจเลย รวมถึงเรายังสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

คุณใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกคน

ผมพยายามเลือกคนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากผม เรามองหากรรมการอิสระและกรรมการจากข้างนอกที่จะมาช่วยเสริมสิ่งที่เราทำอยู่ และผมคิดว่าเราประสบความสำเร็จในการเลือกคน เรามีบอร์ดที่เหนียวแน่นมาก พวกเขาทำงานใกล้ชิดกันมาก และแม้แต่ละคนในบอร์ดจะไม่ได้มีความคิดเห็นที่ตรงกันเสมอไป แต่พวกเขาก็พยายามที่จะตกลงกันให้ได้ข้อสรุปที่ไปในทิศทางเดียวกัน ผมคิดว่าบอร์ดเคารพการตัดสินใจที่มาจากความคิดเห็นของทุกคน มันจึงไม่มีข้อสงสัยหรือคำถามหลังจากนั้น ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งในบอร์ดคัดค้านกับสิ่งที่เราต้องการ เราก็จะระมัดระวัง เราเคารพข้อเสนอของสมาชิกทุกคนในบอร์ด และพยายามที่จะหาความเห็นที่ตรงกันเมื่อต้องทำงานใหญ่ ในตอนที่เราซื้อหุ้น NH มันถือเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่มาก และทุกคนในที่ประชุมก็เห็นตรงกันด้วยว่าเราพร้อมที่จะก้าวต่อไปในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม ทั้งด้านการเงินและวัฒนธรรมของบริษัท และในฐานะบอร์ดที่เราจะขยายไปในอีก 25 ประเทศ จากการซื้อ NH ในครั้งนั้น ทุกวันนี้ทุกคนถามผมว่า เสียใจไหมกับการตัดสินใจในครั้งนั้น เพราะเกิดโควิด-19 ขึ้นมาก่อน ถ้าคุณถามผมในวันนี้ ผมคงไม่ทำ แต่ ณ ขณะนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะการตัดสินใจที่ถูกต้องยังไงมันก็ถูกต้องเสมอ

 

คุณมีวิธีการบริหารและหาข้อสรุปอย่างไร ในเมื่อกรรมการแต่ละคนในบริษัทฯ ต่างก็มีความเก่งและเชี่ยวชาญในแต่ละด้านที่แตกต่างกัน

เราพยายามเปิดโอกาสให้สมาชิกบอร์ดแต่ละคนใช้ประสบการณ์ของตัวเองและเรื่องที่ตัวเองถนัด เพื่อที่จะแชร์ให้กับคนอื่นๆ ในบอร์ดฟัง เราสนับสนุนให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น กรรมการบริหารต้องสามารถถกเถียงกับประธานและซีอีโอได้ เพราะเราไม่ได้ต้องการคนที่เป็นแต่เพียงผู้ตาม ผมสนับสนุนให้กรรมการตั้งคำถามกันเอง มันไม่ใช่การที่ใครรู้ดีกว่าใคร แต่ทุกคนต้องเคารพความคิดเห็น ความรู้ และความถนัดของกันและกัน คุณต้องคิดอย่างน้อยสองครั้งก่อนที่คุณจะไม่เห็นด้วยกับใคร เพราะเขาอาจจะรู้เรื่องนั้นดีกว่าเราก็ได้ คุณต้องฟังและเรียนรู้จากเขา ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกวัน วันไหนที่ผมหยุดที่จะเรียนรู้อะไรบางอย่าง วันนั้นคือวันที่ผมเกษียณ คุณสามารถเรียนรู้นานแค่ไหนก็ได้ถ้าสมองของคุณเปิดรับ และมันจะทำให้คุณเติบโตต่อไปเรื่อยๆ

 

อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการดำรงตำแหน่งเป็นประธานบอร์ดบริษัทและซีอีโอ

สำหรับผมสิ่งที่ยากที่สุดในการเป็นประธานบอร์ดก็คือการที่เราต้องมีความอดทนมากพอ ที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกคน รวมถึงต้องไม่ครอบงำความคิดหรือเมินเฉยความรู้สึกของพวกเขา อีกเรื่องที่เรามุ่งเน้นคือแผนการสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งสำคัญมากในช่วงเวลานี้ ผู้คนกำลังทำงานหลายงานพร้อมกัน ดังนั้นผมจึงคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดก็คือ เราต้องมีความอดทน เพราะคุณไม่สามารถคาดหวังให้ทุกคนทำงานไปในทิศทางเดียวกันกับคุณได้ตลอด และคุณจำเป็นต้องสื่อสารให้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ตาม เพื่อที่คุณจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกในทีมของคุณเอง

 

ไมเนอร์ได้รับรางวัล Board of the Year Award จาก IOD เมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากการที่บอร์ดของคุณมีความสมบูรณ์แบบมาก ถ้าคุณสามารถเลือกกรรมการของบอร์ดคนใหม่ได้ 1 คนในตอนนี้ กรรมการบอร์ดในอุดมคติของคุณจะเป็นคนอย่างไร

ผมคิดว่าโลกของเรากำลังวิวัฒนาการ ทุกครั้งที่เราเพิ่มกรรมการในบอร์ด เราใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เราหารือกันในบอร์ดด้วยกันเอง คณะกรรมการจะทำหน้าที่สรรหาผู้สมัครมาประมาณ 2-3 คน แต่บอร์ดบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาอีกที ทั้งในเรื่องบุคลิกภาพ ความรู้ และประสบการณ์ ผมจึงเชื่อว่าทุกคนที่จะเข้ามาเป็นบอร์ดของเราล้วนแล้วแต่มีทักษะตามที่ผมกล่าวถึง และมันจะไม่แตกต่างกันเลยในอนาคต ผมคิดว่าในขณะที่กรรมการของเราเริ่มมีอายุมากขึ้น บางคนก็ได้เกษียณไปแล้ว แต่เรายังให้เขามาช่วยต่อ เพราะเราคิดว่าคนเหล่านี้มีประสบการ์มากในฐานะที่ปรึกษา ซึ่งจะช่วยเราในการเปลี่ยนผ่านกับคณะกรรมการชุดใหม่ ในขณะเดียวกันเราได้คุณนิติเข้ามาร่วมด้วย นอกจากเขาจะมีความรู้ความสามารถในฐานะนักลงทุนแล้ว เขายังมีความรอบรู้ด้านบริษัทมหาชนในประเทศไทยด้วย เขาอายุน้อยกว่ากรรมการในบอร์ดคนอื่นๆ มาก และบางครั้งเขาได้นำมุมมองที่แตกต่างเข้ามาเสนอในบอร์ด ทำให้บอร์ดถูกวิวัฒนาการ ผมจึงคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำอยู่เสมอคือการมองหา New Blood หรือคนรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่กรรมการที่เกษียณอายุหรือลาออกไป ซึ่งมันจะช่วยได้มาก เราได้รับประโยชน์จากกรรมการที่เคยเป็นบอร์ดของเรา และเรามองว่ามันเป็นจุดแข็ง นอกจากนี้เรายังเริ่มมองว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไรได้บ้าง ทั้งจากมุมของเทคโนโลยี มุมของการปฏิรูปองค์กร และสิ่งใหม่ๆ ที่เรากำลังทำ

 

อะไรคือสิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จสำหรับบอร์ดและซีอีโอในอนาคต

มันคือการที่เราสามารถรักษาคนที่มีความสามารถ รักษาสภาพคล่องให้บริษัทสามารถอยู่ได้ในระยะยาว ซึ่งถ้าคุณทำมันได้ คุณก็พร้อมที่จะก้าวต่อไปเมื่อตลาดเริ่มฟื้นตัว สิ่งสำคัญคือเราต้องพร้อม และมีกลยุทธ์รองรับที่จะคว้าประโยชน์จากมัน ในทุกวิกฤตจะมีโอกาสใหญ่ๆ อยู่เสมอ แต่คุณต้องแน่ใจว่าคุณจะมองเห็นโอกาสเหล่านั้น เราต้องมั่นใจว่าทีมงานของเรามีความพร้อมและมีความสามารถที่จะต่อสู้กับวิกฤตในทุกๆ เรื่อง เพราะในแต่ละภูมิภาค แต่ละประเทศต่างก็มีประเด็นที่แตกต่างกันออกไป คุณไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกันได้ทั้งหมด คุณต้องปรับใช้ให้เหมาะสมในแต่ละส่วน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะสามารถทำได้ และคุณต้องทำมันให้ถูกต้องด้วย เพราะคุณกำลังรับมือกับคน อารมณ์ วัฒนธรรม และสิ่งต่างๆ ดังนั้นเราต้องมาดูว่าเราจะสามารถช่วยเหลือเขาให้หลุดพ้นจากวิกฤตได้อย่างไร

 

อะไรคือเคล็ดลับที่อยากฝากถึงบริษัทขนาดกลางที่ต้องการขยายธุรกิจไปในระดับโลก

ผมคิดว่ามันคือการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในวิธีการเลือกคน เราเป็นบริษัทแรกที่บอกว่า เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่คนที่มีความสามารถที่สุดในประเทศไทย แต่เราต้องการคนที่เก่งที่สุดในระดับโลก ผมดีใจที่ปัจจุบันเราไม่ใช่บริษัทเดียวที่ใช้กลยุทธ์นี้ บริษัทอื่นที่เป็นบริษัทไทยในระดับโลกได้เริ่มเห็นแล้วว่าเขาจะต้องมีคณะกรรมการที่หลากหลายมากขึ้น มีสัญชาติที่แตกต่างกันมากขึ้น และพวกเขาจำเป็นต้องมีทักษะเหล่านี้เพื่อประสบความสำเร็จ ผมพูดเสมอว่าบริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้ตายจากการอดอยาก แต่ตายจากการไม่สามารถย่อยได้ สิ่งที่ผมเห็นคือพวกเขาพยายามที่จะกินให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ แต่หลังจากนั้นพวกเขากลับไม่สามารถที่จะย่อยได้ เขาเลยตายในที่สุด แต่ถ้าคุณพยายามกินทีละนิดๆ โดยแสดงถึงความตั้งใจและการเปลี่ยนแปลงของคุณเอง ผมมองว่านั่นแหละคือก้าวของความก้าวหน้า

 


 

สามารถฟังพอดแคสต์ The Secret Sauce
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

 


 

Credits

 

Show Producer นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

Project Manager ปวริศา ตั้งตุลานนท์

Channel Manager & Show Co-Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Creative ภัทร จารุอริยานนท์

Sound Editor เดชาณัฏฐ์ ธีรดุริยสฤษฏ์

Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า

Webmaster ณฐพร  โรจน์อนุสรณ์

Social Media Admin สุทธกิตติ์​ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, ณัฐชัย ตั้งวงศ์วิวัฒน์  

Archive Officer ชริน จำปาวัน

  • LOADING...

READ MORE

MOST POPULAR