×
Menu

ก้มหน้าก้มตาทำงานแค่ไหนถึงเรียกว่าบ้า และถ้าอยากจัดสรรเวลาควรเริ่มต้นอย่างไร

07.08.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

Time index

02:11 อาการบ้างานสังเกตจากผลกระทบ 3 ด้าน

08:23 ทำไมคนเราถึงบ้างาน

12:00 เราจะปรับตารางชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างไร

จะด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีหรืออะไรก็ตามที่เอื้อให้ทุกวันนี้เราทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ จนบางครั้งก็อาจสงสัยตัวเองว่าที่เป็นอยู่นั้นเรากลายเป็นคนบ้างานไปแล้วหรือเปล่า

 

R U OK เอพิโสดนี้ ปอนด์ ยาคอปเซ่น ชวน ดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยการเคลื่อนไหว มาหาจุดสังเกตว่าแค่ไหนถึงเรียกว่าบ้างาน คนที่ให้ความสำคัญกับงานจนไม่สนใจชีวิตด้านอื่น เขาเหล่านั้นต้องการอะไร และถ้าอยากจูนชีวิตใหม่เราจะเริ่มจัดตารางอย่างไรให้มีคุณภาพ

 


 

ทำไมคนเราถึงบ้างาน

ถ้าเราลองถามหาเหตุผลว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำ เขาเหล่านั้นอาจตอบแบบกำปั้นทุบดินว่าต้องการ ‘เงิน’ เพื่อให้เพียงพอกับรายจ่าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะแม้แต่ตัวเราเองยังต้องการรายได้เพิ่ม แต่คำตอบลักษณะนี้เป็นเพียงคำตอบขั้นปฐมภูมิ เพราะเมื่อมองให้ลึกกว่านั้น การที่เรายอมทำงานหนัก ตื่นเช้าพุ่งออกไปทำงาน มักมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่มากกว่าเรื่องเงินอยู่เสมอ

 

เหตุผลส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องนามธรรมที่ไม่ค่อยได้นึกถึง บางคนยอมทำงานหนักเพราะต้องการแสดงว่าตัวเอง เป็นประโยชน์ ต่อสังคมรอบข้าง บางคนออกไปทำงานเพราะต้องการ ยืนยันตัวตนและรู้สึกเชื่อมโยง กับคนอื่น บางคนลึกๆ แล้วต้องการการ ยอมรับและคำชื่นชม หรือในขณะเดียวกันบางคนทำงานเพื่อซื้อรถ มีบ้าน มีเงินเก็บในบัญชีเยอะ เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นคือหลักฐานของ ความมั่นคง ในชีวิต ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของมนุษย์ เพราะคนทุกคนต่างต้องการความมั่นคง เป็นคนสำคัญ การยอมรับ และคำชื่นชม และบังเอิญว่างานคือสิ่งที่ตอบสนองความต้องการเหล่านั้น เลยให้ความสำคัญกับการทำงานจนคนรอบข้างอาจมองว่าเขา ‘บ้างาน’ ไปเลยก็ได้

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราเองยังมองเหตุผลเหล่านี้ไม่ออก เพราะมันซ่อนอยู่ลึกมาก ต้องใช้เวลาในการทบทวนตัวเองหรือบางครั้งต้องพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อมองให้เห็นสาเหตุเหล่านั้น แต่เราก็สามารถสังเกตได้เบื้องต้น เพราะทุกงานที่เราเลือกทำส่วนใหญ่มักไปตอบความต้องการสูงสุดของเราอยู่เสมอ

 

แค่ไหนถึงเรียกว่าเป็นคนบ้างาน

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘บ้างาน’ หลายคนอาจนึกถึงคนที่ทำงานหลายอย่าง ทั้งงานหลัก งานเสริมจนไม่มีเวลาส่วนตัว แต่จริงๆ แล้ว ‘ปริมาณ’ ของงานที่ทำอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดการเป็นคนบ้างานก็ได้ ลองนึกภาพเพื่อนคนหนึ่งทำงาน 10 อย่าง แต่สามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมดุลชีวิตไม่เสีย ในขณะที่อีกคนหนึ่งทำงานแค่ 2 อย่าง แต่ทุ่มเทหมกมุ่น แน่นอนว่าคนบ้างานย่อมไม่ใช่คนแรก ฉะนั้นแล้ว ปริมาณ จึงไม่ใช่จุดบ่งชี้ของอาการบ้างานเสมอไป แต่สิ่งที่ควรสังเกตคือ ผลกระทบ ที่เกิดขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ

 

1. ผลกระทบด้านสุขภาพร่างกาย

อย่างง่ายที่สุดคือลองสังเกตสุขลักษณะร่างกายว่าได้ดูแลบ้างหรือเปล่า ตัดผม ตัดเล็บ แปรงฟัน หรือปล่อยให้ตัวเองเป็นสิว สวมเสื้อผ้าซ้ำๆ ไม่ซัก โดยอ้างว่าไม่ว่างเพราะต้องเอาเวลาไปทำงานจนหมด หรือบางคนเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี ผลออกมาว่าไขมันสูงต่อเนื่อง ความดันสูงต่อเนื่อง น้ำหนักสูงต่อเนื่องแบบลดลงไม่ได้ เหล่านี้คือข้อบ่งชี้แรกๆ ที่ควรสังเกต

 

2. ผลกระทบด้านจิตใจ

ถ้าร่างกายยังโอเคอยู่ให้สังเกตด้านจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก ลองฟังคอมเมนต์จากคนรอบข้างว่าช่วงนี้เราฉุนเฉียว หงุดหงิดง่ายขึ้นหรือเปล่า หรือลองดูว่าเริ่มมีอาการนอนไม่หลับเพราะหยุดคิดเรื่องงานไม่ได้ หรือหลับๆ ตื่นๆ เพราะกังวลเรื่องงาน เหนื่อยหน่าย เบื่อโลก เหล่านี้อาจเป็นผลกระทบจากงานที่เรายอมให้มันวนเวียนอยู่ในชีวิตเรามากเกินไป

 

3. ผลกระทบด้านสังคม

บางคนเป็นเสาหลักของครอบครัวเลยคิดว่าเรื่องงานคือเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิตจนลืมให้ความสำคัญกับคนในครอบครัว เวลาลูกมีปัญหาก็ไม่รู้จะหันหน้าปรึกษาใครเพราะเงินไม่สามารถให้ความรู้สึกพึ่งพิงหรือให้คำปรึกษาที่ดีได้ ความสัมพันธ์ลักษณะนี้อาจบ่งชี้ว่างานเริ่มมีอิทธิพลมากเกินไป หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างการออกไปเจอเพื่อน ได้มีเวลาให้กับตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญลองดูว่าเรามีเวลาให้กับตัวเองบ้างไหม ได้ทำสิ่งที่รักที่ชอบบ้างหรือเปล่า เพราะบางคนทำงานจนลืมความต้องการของตัวเองไปเลยก็มี

 

จัดตารางชีวิตใหม่ให้มีความสมดุล

ถ้าสำรวจแล้วว่าตัวเองให้ความสำคัญกับงานจนไม่ได้ให้ความสำคัญด้านอื่นของชีวิตสิ่งแรกที่ควรทำคือการจัดตารางชีวิตใหม่ด้วยการ

 

1. กำหนดเวลาเริ่มและเวลาเลิกงานให้กับตัวเอง

จริงอยู่เราสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา แต่เราควรกำหนดเวลาของการให้ความสำคัญกับงานว่าเริ่มต้นตอนกี่โมงและเลิกกี่โมง หลังจากนั้นเราจะได้เอาเวลาไปให้ความสำคัญกับด้านอื่นของชีวิต

 

2. เรียงลำดับความสำคัญใหม่

บางคนให้ความสำคัญมาเป็นอันดับ 1 คู่ชีวิตเป็นอันดับ 2 ลูกเป็นอันดับ 3 ลองถามตัวเอง จริงๆ ว่าการให้งานสำคัญที่สุดส่วนลูกไปอยู่อันดับ 3 คือสิ่งที่ควรจะเป็นจริงๆ แล้วใช่ไหม ถ้าคิดว่าไม่ใช่ลองลำดับความสำคัญในชีวิตเสียใหม่โดยอย่าลืมใส่ ตัวเอง ลงในลำดับเหล่านั้นด้วย

 

เราต้องรักและให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองไม่แพ้เรื่องงาน เพราะหากทำงานโดยที่ละเลยความต้องการของตัวเอง มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เรากำลังแบกร่างที่ไม่มีใครดูแล แค่นี้มันก็พิสูจน์แล้วว่าแม้แต่ตัวเองยังดูแลให้ดีไม่ได้จะทำงานออกมาให้ดีได้อย่างไร แต่เชื่อเหลือเกินว่าการลำดับความสำคัญใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคือการปรับทัศนคติและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งถ้าหากลองพยายามด้วยตัวเองแล้วไม่ประสบความสำเร็จการยกมือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญก็เป็นทางออกที่ดีเหมือนกัน

 


 

Credits

The Hosts ปอนด์ ยาคอปเซ่น, ดุจดาว วัฒนปกรณ์

 

Show Creator อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Episode Producer & Editor อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฎ วิวัฒนานนท์

Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า

Webmaster จินตนา ประชุมพันธ์

Music Westonemusic.com

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR

RELATED STORIES