วานนี้ (18 มิถุนายน) ตามเวลาท้องถิ่นของสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในพื้นที่ ภายหลังจากที่ล่าสุดยูเครนได้มีการปฏิบัติการทางทหาร โดยส่งโดรนโจมตีไปยังกรุงมอสโก รวมถึงพื้นที่โดยรอบของรัสเซีย โดยเฉพาะบริเวณโรงกลั่นน้ำมันที่สำคัญ ว่ามีความห่วงกังวลประชาชนที่อยู่ในมอสโกหรือไม่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราเป็นคนไทยด้วยกันก็ต้องห่วงประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่มีความขัดแย้งและมีการสู้รบกันอยู่แล้ว
พร้อมแสดงความมั่นใจว่า แต่ละประเทศที่เป็นมหาอำนาจอย่างรัสเซีย หรือแม้กระทั่งประเทศในตะวันออกกลางที่มีคนไทยอาศัยอยู่ อาทิ อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ต่างมีมาตรการป้องกันภัยคุกคามตามปกติ ฉะนั้น หากทุกท่านปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรการด้านความปลอดภัยที่กำหนดไว้ เชื่อว่ายังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หรือแม้กระทั่งพี่น้องคนไทยในประเทศคู่ขัดแย้ง หากปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการก็จะมีความปลอดภัย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ตนเป็นห่วงอย่างยิ่ง แต่หากประชาชนเห็นว่ารัฐบาลไทยสามารถให้ความช่วยเหลือได้ ก็ขอให้แจ้งผ่านสถานกงสุลใหญ่หรือสถานเอกอัครราชทูต เพื่อสร้างความสบายใจและเสริมความปลอดภัยให้กับทุกคน
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังขอให้คนไทยที่อยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงระมัดระวังตนเอง โดยปฏิบัติตามข้อแนะนำและข้อปฏิบัติที่ทางการของแต่ละประเทศได้แจ้งไว้ หากพบว่ามีความเสี่ยงสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศได้ เนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งมีความพร้อมในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่คนไทย หากได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ไม่ใช่เฉพาะในกรุงมอสโกเท่านั้น
ส่วนได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงมอสโกต่อประธานาธิบดีรัสเซียหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้พูดคุยในภาพรวม เพราะทุกประเทศต่างก็มีปัญหา และเราก็มีปัญหาของเราเช่นกัน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า ในห้วงการประชุมอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ได้พบกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างช่วงพักการประชุม ซึ่งเราพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ของแต่ละประเทศให้ได้มากที่สุด เพราะทุกคนต่างมีหน้าที่ในการปกป้องประเทศของตนเอง พร้อมย้ำว่า การจับมือกันไม่ได้หมายความว่าเราไปยอมเขา แต่เป็นการเปิดแนวทางการพูดคุย และเป็นสิ่งที่ต่างฝ่ายต้องกลับไปพิจารณากันต่อ
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะการพูดคุยครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านได้ตลอดไป ดังนั้น สิ่งใดที่ดำเนินการแล้วไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือไม่ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ ก็ต้องหาแนวทางเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จให้ได้มากที่สุด


