วันนี้ (19 สิงหาคม) พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงความคืบหน้ากรณีปัญหาเครื่องยนต์เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช หลังตรวจพบความเสียหายตั้งแต่ปี 2567 ว่า อยู่ระหว่างดำเนินการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่จำนวน 2 เครื่อง วงเงินประมาณ 490 ล้านบาท เพื่อให้เรือกลับมาพร้อมปฏิบัติภารกิจโดยเร็ว
โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากเรือหลวงภูมิพลฯ เดินทางปฏิบัติราชการหลายครั้ง โดยเฉพาะภารกิจต่างประเทศ พบความผิดปกติของอะไหล่จนทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด และพบความเสียหายภายในเครื่องยนต์
จากการประเมินแนวทางซ่อมบำรุง พบว่าการจัดหาเครื่องยนต์ใหม่มีความเหมาะสมกว่าการซ่อมและใช้งานเครื่องยนต์เดิม จึงนำไปสู่การตั้งงบประมาณจัดซื้อเครื่องยนต์ใหม่ทั้ง 2 เครื่อง โดยกระบวนการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา
โฆษกกองทัพเรือย้ำว่า เรือหลวงภูมิพลฯ ถือเป็นเรือรบหลักจึงเร่งรัดกระบวนการจัดหาและซ่อมทำ เพื่อให้สามารถกลับมาปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ โดยปัจจุบันระบบเครื่องยนต์กังหันแก๊ส (Gas Turbine) ของเรือยังสามารถใช้งานได้ ทำให้เรือยังสามารถออกปฏิบัติภารกิจได้ตามแผน
ส่วนประเด็นสาเหตุความเสียหาย โฆษกกองทัพเรือระบุว่า ผลการตรวจสอบบางส่วนจากกรมอู่ทหารเรือได้นำข้อมูลบทเรียนไปใช้ประกอบการปรับปรุงข้อกำหนดทางเทคนิค (TOR) สำหรับโครงการเรือฟริเกตลำใหม่
สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับการออกแบบเรือของบริษัทผู้ต่อเรือจากเกาหลีใต้ กองทัพเรือเห็นว่า ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ พร้อมชี้แจงว่าแบบเรือได้รับการรับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือเกาหลี (KR Class) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานการต่อเรือของเกาหลีใต้
ขณะที่กรณีข้อสงสัยเรื่องความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) กองทัพเรือยืนยันว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยยังมีคณะกรรมการสอบสวนอีกชุดที่อยู่ระหว่างดำเนินการ หากผลสอบพบว่ามีผู้กระทำผิดจริง จะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานประกอบ ไม่สามารถสรุปจากข้อกล่าวอ้างเพียงบางส่วนได้ เพราะหากจะดำเนินการทางละเมิดเพื่อเรียกร้องความเสียหาย จำเป็นต้องมีหลักฐานที่ครบถ้วน
ส่วนข้อสันนิษฐานว่ากำลังพลอาจขาดความชำนาญในการดูแลเครื่องยนต์ กองทัพเรือยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีความเป็นไปได้ เนื่องจากกำลังพลชุดรับเรือมีการโยกย้ายหมุนเวียน ทำให้องค์ความรู้บางส่วนอาจสูญหายระหว่างการส่งต่อหน้าที่ แต่ต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ
กองทัพเรือยืนยันว่า เรือหลวงภูมิพลฯ ยังคงใช้งานได้ โดยใช้ระบบเครื่องยนต์กังหันแก๊ส และในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเดินทางตรวจการฝึกความพร้อมรบกองทัพเรือประจำปีครั้งสุดท้าย ซึ่งเรือหลวงภูมิพลฯ ก็ร่วมภารกิจนี้ด้วย
ทั้งนี้ ตามกำหนดการนายกรัฐมนตรีจะนั่งเฮลิคอปเตอร์จากสนามบินอู่ตะเภาไปยังเรือจักรีนฤเบศร ที่จอดอยู่กลางอ่าวไทยตอนบน เพื่อชมการฝึกประจำปีงบประมาณ 2569 ของกองทัพเรือ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2569


