วันนี้ (29 กันยายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 9/2569
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ถึงแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม โดยระบุว่าได้สั่งการให้กรุงเทพมหานครและกรมชลประทานเร่งวางแผนระบายน้ำอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าหากพื้นที่ใดสามารถสูบน้ำออกจากพื้นที่ได้ ขอให้เร่งดำเนินการทันที พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำเข้าประจำการให้ได้มากที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณแฟลตคลองจั่น ขณะนี้เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การทำงานของข้าราชการและหน่วยงานภาครัฐทุกแห่งในการดูแลประชาชน ไม่ใช่เพียงแค่ต้องทนฟังเสียงสะท้อนเท่านั้น แต่ต้องนำข้อคิดเห็นเหล่านั้นมาปรับปรุงและแก้ไขการทำงานจริง ซึ่งหลายมาตรการที่รัฐบาลและ กทม. นำมาใช้ในขณะนี้ เกิดจากการรับฟังคำแนะนำและข้อเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ประสบภัยโดยตรง
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า เข้าใจดีว่าสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นสร้างความอึดอัดและเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก หากการดำเนินงานช่วยเหลือในส่วนใดยังไม่สมบูรณ์หรือมีความติดขัด ต้องขออภัยประชาชนมา ณ ที่นี้ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งคิดหาวิธีการทำงานเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลตามที่คาดหวังมากที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะสามารถดำเนินการได้
ส่วนกรณีการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำเพื่อสร้างภาพ แต่ต้องการลงไปเร่งรัดการแก้ปัญหาให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงได้รับทราบความเดือดร้อนที่แท้จริงจากประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วยหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ประสานเข้ารับการรักษาและย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานภาครัฐพร้อมอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติจัดสรรงบกลางไว้สำหรับช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยแล้ว ขณะเดียวกัน การที่กรุงเทพมหานครได้ประกาศพื้นที่ประสบภัย ถือเป็นครั้งแรกที่ กทม. ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือเข้าสู่กลไกตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 โดยรัฐบาลสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนได้อย่างเต็มรูปแบบ
หลังจากนี้ รัฐบาลจะจัดให้มีการหารือร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานคร กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า งบประมาณทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า และเป็นธรรมแก่ประชาชนมากที่สุด


