×

ปีเตอร์ มัวร์ ซีอีโอใหม่ของลิเวอร์พูล ผู้สานต่อ Liverpool Way สู่ถนนสายดิจิทัลของอนาคต

05.11.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

10 Mins. Read
  • ปีเตอร์ มัวร์ คือซีอีโอคนใหม่ของสโมสรลิเวอร์พูล ที่เข้ามารับงานตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ปี 2017
  • เขามีประสบการณ์ทำงาน ทั้งการผ่านสงครามรองเท้าสนีกเกอร์ร่วมกับ Reebok ต่อสู้กับ Nike สงครามคอนโซลร่วมกับ Sega สู้กับ Sony Playstation 2 นอกจากนี้ยังได้ร่วมงานกับ EA ในตำแหน่ง Chief Competition Officer มาดูแลส่วนของ E-Sport โดยเฉพาะ
  • ปีเตอร์ มัวร์ เกิดในเมืองลิเวอร์พูล เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลตั้งแต่เข้าชมเกมแรกในวัย 4 ขวบ เมื่อปี 1959 และจากประสบการณ์การทำงานในสหรัฐฯ หลายสิบปี วันนี้เขาได้กลับมาบริหารสโมสรที่รักของเขา
  • “ผมอยากถูกจดจำในฐานะคนที่มาปฏิวัติวงการ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็นผู้สานต่อตำนานของผู้บริหาร ก่อนหน้านี้ที่บริหารสโมสรให้เป็นผู้นำ ไม่ว่าจะในการแข่งขันระดับไหนก็ตาม” คือสิ่งที่ ปีเตอร์ มัวร์ ตอบ THE STANDARD ว่าเขาอยากเป็นที่จดจำแบบไหนในฐานะซีอีโอของสโมสรลิเวอร์พูล  

1892 คือตัวเลขที่อยู่บนโลโก้ของสโมสรลิเวอร์พูล 126 ปี คือเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่การก่อตั้งสโมสร แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 19 สมัย คือความสำเร็จของทีมเก่าแก่แห่งนี้ และ ปีเตอร์ มัวร์ คือซีอีโอคนใหม่ของสโมสรที่จะมารับหน้าที่นี้ นำพาตัวเลขประวัติศาสตร์ทั้งหมดของสโมสรแห่งนี้ เข้าสู่โลกอนาคตที่ทุกอย่างถูกเชื่อมต่อกันด้วยความเร็วของอินเทอร์เน็ต

 

 

ปีเตอร์ มัวร์ ก้าวเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ หรือผู้กุมบังเหียนนอกสนามของสโมสรลิเวอร์พูลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ปี 2017 แต่เช่นเดียวกับสโมสรของเมืองบ้านเกิด มัวร์เติบโตมาพร้อมกับประสบการณ์ความสำเร็จในด้านต่างๆ ทั้งแบรนด์กีฬากับ Reebok ในวงการเกมกับ Sega และ Xbox ของ Microsoft ปิดท้ายเส้นทางอาชีพ 38 ปีในสหรัฐอเมริกา ด้วยตำแหน่งใหม่ของ EA ที่มีชื่อว่า Chief Competition Officer ที่จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2015 เพื่อรับมือกับกระแสการแข่งขันเกม E-Sport  

 

จนมาถึงวันนี้ เขาได้กลับมาสู่สโมสรลิเวอร์พูลที่เขาชื่นชอบ และเติบโตทางกีฬานับตั้งแต่เข้าชมเกมแรกในวัย 4 ขวบ เมื่อปี 1959 กับคุณพ่อของเขา

 

 

วันนี้ ปีเตอร์ มัวร์ ได้พกประสบการณ์การทำธุรกิจในด้านต่างๆ มาเตรียมพร้อมรับความท้าทายครั้งใหม่ที่สโมสรฟุตบอลที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ระหว่างการเดินทางมาพบเจอแฟนบอลในประเทศไทย ซึ่งมียอดแฟนบอลผู้ติดตามผ่านเพจทางการของสโมสรในประเทศไทยไปกว่า 32 ล้านคนแล้ว ปีเตอร์ มัวร์ ได้พูดคุยกับ THE STANDARD ถึงการนำประสบการณ์ในแง่มุมต่างๆ มานำพาสโมสรลิเวอร์พูลไปสู่อนาคต

 

“เราคงไม่พูดถึงเรื่องฟุตบอลมากนักนะครับ​” เราเริ่มบทสนทนากับ ปีเตอร์ มัวร์ ที่โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ที่เอื้อเฟื้อพื้นที่ให้เราใช้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม

 

“ไม่อย่างนั้นเรามาพูดถึงเรื่องรักบี้แล้วกัน” ปีเตอร์ มัวร์ กล่าวพร้อมกับเสียงหัวเราะ ก่อนที่บทสนทนาในแง่มุมต่างๆ ของเราจะจุดประกายขึ้นหลังจากนั้น

 

ปีเตอร์ มัวร์ ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานของเขาในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การฝ่าฟันสงครามสนีกเกอร์ ในวันที่ Reebok ต้องต่อสู้กับ Nike สงครามคอนโซล ในยุคสมัยที่ Sega ต่อสู้กับ Sony Playstation 2 วันที่ก้าวขึ้นรับตำแหน่งที่ EA มาตอบรับกระแสของ E-Sport ในปี 2015 จนมาถึงความท้าทายครั้งใหม่ที่การบริหารสโมสรกีฬาที่มีแฟนจำนวนหลายสิบล้านคนทั่วโลก

 

ปีเตอร์ มัวร์ เริ่มต้นด้วยการอธิบายถึงแบรนด์ของสโมสรที่เขามองภาพรวมว่าเป็น Liverpool Way

 

 

เรามีสิ่งที่เรียกว่า Liverpool Way วิธีการเล่น วิธีการประพฤติตัว วิธีการสื่อสารกับแฟนบอล วิธีการทำธุรกิจ รากฐานทั้งหมดมาตั้งแต่ยุค 1950-1960s ปรัชญาการทำงานที่ บิล แชงคลีย์ ได้มอบไว้ให้สโมสร ซึ่งคุณยังพบเห็นได้ทุกวันนี้ เรามีคุณค่าซึ่งเป็นเกียรติยศของสโมสร

 

เราอยากเรียกตัวเองว่า ครอบครัวฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อผมได้ยินครั้งแรกก็นึกว่าเป็นเรื่องของสโลแกนทางการตลาด แต่หลังจากที่ผมได้เดินทางทั่วโลก และมาที่ประเทศไทย ได้พบเจอผู้คนต่างๆ ทำให้ผมรู้ว่ามันเป็นความจริง เราคือครอบครัวฟุตบอล

 

เรามีลูกหลาน มีพี่น้อง เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมมาก พวกเขาไม่ใช่แค่สนับสนุน แต่พวกเขารักสโมสร ด้วยเหตุผลต่างๆ มากมาย ดังนั้นผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นซีอีโอของครอบครัวนี้

 

ความท้าทายของสโมสรลิเวอร์พูลในการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ในปัจจุบัน

ความท้าทายที่เราพบเจอคือ เรามีแฟนบอลเป็นล้านทั่วโลก แต่สิ่งที่เรายังไม่ได้ทำคือ รู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี บริการพวกเขาอย่างเต็มที่ และคิดหาทางพาพวกเขาเข้าหากัน เพื่อให้เราเป็นครอบครัวจริงๆ

 

ผมรู้ว่าคุณคือใคร อยู่ที่ไหน ชอบอะไร ใครคือนักเตะคนโปรดของคุณ และสิ่งใดที่เราสามารถช่วยเหลือคุณได้

 

โปรเจกต์ที่เรามีอยู่ตอนนี้คือ Fan Connect การนำส่วนที่เข้าใจยากของเทคโนโลยี ทั้งระบบต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังการทำงาน การเก็บรวบรวมดาต้า CRM (Customer Relationship Management) ทุกอย่างที่สำคัญสำหรับโลกในยุคปัจจุบัน

 

รวมถึงการมีแอปพลิเคชันเว็บไซด์ท้องถิ่น ข่าวสาร และข้อมูลที่อัปเดตตลอดเวลา มีคอนเทนต์มากกว่าเดิมที่ทำให้เราสามารถสื่อสาร ให้ความรู้ และสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอล ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่อยู่ในโครงการ Fan Connect

 

และจากประสบการณ์ที่ผมมีกับ EA และ Microsoft ซึ่งผมพบว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และผมทราบอีกว่า จะเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ของแฟนบอลและสโมสร

 

จากประสบการณ์ หัวใจสำคัญของความสำเร็จทางธุรกิจคืออะไร

 

 

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จาก EA คือ หากคุณให้ความสำคัญกับแฟนๆ เกมเมอร์ หรือลูกค้า ในรูปแบบไหนก็ตาม ให้พวกเขาเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่คุณทำ และการตัดสินใจทุกอย่างของคุณ

 

สุดท้ายแล้วสิ่งดีๆ ก็เกิดขึ้น และนั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะทำกับสโมสรลิเวอร์พูล ผมจะพยายามยกระดับสิ่งนั้น และสื่อสารกับแฟนบอลมากขึ้น เปิดใจและโปร่งใส ฟังสิ่งที่พวกเขาเป็นห่วงหรือต้องการ แน่นอน คุณไม่สามารถเอาใจทุกคนได้

 

แต่สำหรับผมแล้ว ผมต้องการที่จะฟังและเรียนรู้ เพื่อให้สโมสรสร้างนโยบายตามแนวทางนี้ คือสิ่งที่สำคัญมาก

 

ลิเวอร์พูลคาดหวังอะไรจากผู้สนับสนุน และพวกเขาเข้ามามีบทบาทอย่างไรในสโมสรกีฬาอาชีพ

 

 

พวกเขามาสนับสนุนทุน เพราะเขาไม่ได้มาฟรีๆ แต่เราต้องการบริษัท แบรนด์ และผู้สนับสนุนที่ตัวตนของสโมสรเรา และใช้ช่องทางที่พวกเขามี พูดถึงสโมสรลิเวอร์พูล ช่วยส่งข้อความต่างๆ ของสโมสร

 

เราจะผลักดัน Lavazza ผู้สนับสนุนที่เราภูมิใจ เพราะเราก็ชื่นชอบกาแฟที่ดี โดยเฉพาะกาแฟคุณภาพอย่าง Lavazza ให้ช่วยเหลือเราในด้านการส่งเสริมชุมชน คุณสามารถช่วยเหลือเราในฐานะแบรนด์อาหารอย่างไรได้บ้าง

 

ให้ช่วยเราในเมืองที่เราต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆ กับครอบครัวจำนวนมาก หลังจากที่ผมกลับถึงอังกฤษ เราจะนั่งพูดคุยกับเพื่อนใหม่ของเรา จาก Lavazza และหารือกันว่า เราจะสามารถทำอะไรร่วมกันได้บ้าง

 

เราภูมิใจกับผู้สนับสนุนที่เรามี เช่น แบรนด์ระดับโลกอย่าง Standard Charter Western Union New Balance และความสามารถของเราในการรักษาผู้สนับสนุนของเรา เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้คนควรให้ความสำคัญ

 

เรามีแบรนด์อย่าง Carlsberg ที่อยู่กับเราเป็นปีที่ 26 Standard Charter ที่ขยายสัญญากับเราไปเป็น 13 ปี

 

ผมคิดว่าเราเป็นเพียงไม่กี่สโมสรที่สามารถชี้ไปที่ผู้สนับสนุนเก่าที่อยู่ร่วมกันมายาวนานกว่า 30 ปี

 

นี่เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าสโมสรเราเป็นสโมสรที่ผู้คนอยากมีส่วนร่วมด้วย พวกเขาเชื่อมั่น และพวกเขามองเห็นคุณค่าของสโมสรเรา ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ย้อนกลับไปที่ Liverpool Way

 

ด้านโฆษณาการตลาดของสโมสรเรากำลังไปได้ดีมาก ซึ่งเราภูมิใจมากที่สามารถเพิ่มมูลค่า ไม่ใช่เพียงแค่รายได้ แต่สามารถช่วยให้การกระจายภาพลักษณ์ของแบรนด์ลิเวอร์พูลไปทั่วโลก ซึ่งเราจะผลักดันให้ผู้สนับสนุนร่วมช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย

 

การทำงานกับ เจอร์เกน คล็อปป์ เป็นอย่างไรบ้าง

 

 

เจอร์เกน คล็อปป์ คือสิ่งมหัศจรรย์ เขามีเสน่ห์ เป็นผู้จัดการทีมระดับโลก เขาสามารถสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม มีความหลากหลายเชื้อชาติ บุคลิก ทักษะ อายุ ทั้งหมดนั้นสามารถเข้ามาร่วมกันเป็นทีมที่ลงตัว

 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลา ใช้ความพยายาม และการวางแผน เขาทำงานร่วมกับ ไมเคิล เอ็ดวูดส์ ผู้อำนวยการกีฬาสโมสร ได้อย่างดีเยี่ยมในสร้างแผนการนี้สู่ความสำเร็จ

 

ความสำเร็จของทีมไม่ได้สร้างเพียงคืนเดียว หากเป็นแบบนั้นเราจะเห็นทีมที่สามารถคว้าแชมป์ได้โดยไร้เหตุผล แต่มันมาจากความพยายามอย่างหนักหลายปี โฟกัสในการทำงาน สร้างทีม รักษาสมดุลทีมในห้องแต่งตัว มีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจนในสนาม ทั้งในเกมที่ชนะและแพ้ ซึ่งผมคิดว่าเจอร์เกนทำมันได้อย่างดีเยี่ยมในจุดนี้

 

 

นอกจากนี้ เขายังเป็นที่รักของทุกคน ทั้งแฟนบอลที่ลิเวอร์พูลและทั่วโลก เขายังมีความจริงกับการช่วยเหลือสังคม รวมถึงการใช้ชื่อเสียงของเขาในการช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสังคม โดยเฉพาะในชุมชนของเมืองลิเวอร์พูล

 

E-Sport จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรกับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

เรามีความภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ E-Premier League ที่จะเริ่มต้นในเดือนมกราคมนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริม E-Sport ในฐานะการแข่งขันเกมแบบมืออาชีพ

 

ผมคิดว่า การคิดค้นหนทางที่จะช่วยให้เรายังคงมีส่วนร่วมกับเยาวชนที่เติบโตมาพร้อมกับความชื่นชอบในตัวกีฬาแบบดั้งเดิมที่น้อยลงกว่ารุ่นก่อนๆ

 

ซึ่งเป็นสิ่งที่สโมสรลิเวอร์พูลต้องให้ความสำคัญ เราต้องทำงานหนัก เพื่อให้อยู่ในความสนใจของเยาวชนที่กำลังชื่นชอบวิดีโอเกม หรือการถ่ายทอดสดผ่าน Twitch หรือชื่นชอบ YouTube Influencer

 

เราต้องพยายามเข้าใจและเรียนรู้ความท้าทายที่เรากำลังพบเจอ และหนทางเดียวที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายนั่นคือ การเข้าร่วมกับมัน

 

E-Sport มอบโอกาสให้เราร่วมเล่นในโลกดิจิทัลและในโลกเกมเมอร์ของเยาวชนที่กลายเป็นการแข่งขันอาชีพแล้ว

 

ผมคิดว่า โอกาสในการใช้ภาพลักษณ์ของพรีเมียร์ลีก สร้างโอกาสให้เราทำตามภารกิจนี้ได้ดีขึ้น แน่นอน คงเป็นเวลาอีกหลายปีที่ทุกอย่างจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่สุดท้ายเราก็จะไปถึงจุดนั้น และจะมีคนเล่น E-Sport ให้กับทีมลิเวอร์พูลใน E-Premier League อย่างแน่นอน

 

คุณอยากถูกจดจำในฐานะซีอีโอแบบไหนของลิเวอร์พูล

 

 

ผมอยากถูกจดจำในฐานะคนที่มาปฏิวัติวงการ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็นผู้สานต่อตำนานของผู้บริหารก่อนหน้านี้ที่บริหารสโมสรให้เป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันระดับไหนก็ตาม  

 

ผมเห็นหน้าที่ของผมคือ การโฟกัสที่ด้านธุรกิจของสโมสร สร้างทรัพยากรให้ผู้จัดการทีมและผู้อำนวยการกีฬา ให้เราสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้ในสนามฟุตบอล

 

ฟุตบอลคือธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าเราจะชอบมันหรือไม่ ดังนั้น การทำธุรกิจขนาดใหญ่ให้ประสบความสำเร็จคือ ความสำเร็จในด้านต่างๆ ผลักดันรายได้ ลงทุนในจุดที่สำคัญที่สุด

 

สิ่งสำคัญที่สุดของสโมสรฟุตบอลคือ ผลงานในสนาม

 

ความสำเร็จในฤดูกาลนี้สำคัญขนาดไหน

 

 

เรายังไม่อยากมั่นใจมาก เพราะเรายังอยู่ในเดือนตุลาคมอยู่เลย ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล ฤดูหนาวยังไม่เริ่มต้น เช่นเดียวกับการบาดเจ็บของนักเตะยังไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อเรา เราต้องทำเหมือนกับสโมสรฟุตบอลทุกทีม นั่นคือเป้าหมายระยะยาว

 

แน่นอน เราเริ่มต้นได้ดีมาก แต่หนทางยังอีกยาวไกล ในพรีเมียร์ลีกที่มีการแข่งขันที่เข้มข้นมาก คุณต้องคิดถึงจำนวนเกม อากาศ และรักษาตำแหน่งในแชมเปียนส์ลีก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เกมของเราต่อจากนี้ ทุกอย่างเกี่ยวกับนักเตะทั้งทีม และความสามารถในการบริหารนักเตะ และแท็กติกของ เจอร์เกน คล็อปป์

 

เราจะได้เห็น เจอร์เกน คล็อปป์ คุมทีมลิเวอร์พูลในไทยอีกเมื่อไร

เราจะกลับมาอย่างแน่นอน ยังไม่รู้เมื่อไร แต่เรากลับมาแน่นอน เรามายังประเทศไทย 5 ครั้งแล้ว ซึ่งนอกจากลิเวอร์พูลแล้ว นี่คือประเทศที่เรามาบ่อยที่สุดแล้ว เป็นความรู้สึกดีทุกครั้งที่กลับมา ดังนั้นเราจะกลับมาอย่างแน่นอน

 

อนาคตของลิเวอร์พูลในความหวังของคุณ

แน่นอนว่าอยากเห็นความสำเร็จของสโมสรเพื่อแฟนบอล เรามีแฟนบอลที่มีแพสชันมากที่สุดในโลก เรามีแฟนบอลจำนวนมากทั่วโลก และหน้าที่ของเราเหมือนกับที่ บิล แชงคลีย์ เคยกล่าวไว้ว่า ทำให้คนมีความสุข คนที่นี่ ทั่วโลก และลิเวอร์พูล

 

ฟุตบอลมีความสำคัญกับพวกเขามาก และประวัติศาสตร์ของเราก็เต็มไปด้วยถ้วยรางวัล ดังนั้น ถ้วยรางวัลก็มีความสำคัญ ซึ่งสโมสรก็มีความตั้งใจที่นำพาแชมป์มาให้กับทีม แฟนบอล และเมืองลิเวอร์พูล

 

เราอยู่ในเส้นทางที่ดีสู่ความสำเร็จในอนาคต

 

เส้นทางอาชีพของ ปีเตอร์ มัวร์ ถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่น้อยในวัย 63 ปี เขาให้สัมภาษณ์กับ IGN เมื่อปี 2017 ในฐานะ Chief Competition Officer ของ EA ว่า เขาชื่นชอบความท้าทายในตำแหน่งการเป็นพระรอง หรือตำแหน่งที่ท้าทาย

 

Sega Dreamcast เครื่องเล่นวิดีโอเกมรุ่นสุดท้ายของบริษัท Sega

 

เพราะจากประสบการณ์ของเขาที่ต้องช่วย Reebok ต่อสู้กับ Nike ในช่วงเวลาที่ Nike เติบโตแบบก้าวกระโดด หรือการต่อสู้ร่วมกับ Sega ในช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองของเกมคอนโซล Dreamcast ก่อนที่ Sony จะเปิดตัว Playstation 2 และไม่นานหลังจากนั้น Sega ก็ประกาศยกเลิกการต่อสู้ในตลาดคอนโซลด้วยการหันไปผลิตเกมเพียงอย่างเดียว

 

ปีเตอร์ มัวร์ เมื่อปี 2015 ระหว่างการเปิดตัว Xbox 360

 

ก่อนที่ ปีเตอร์ มัวร์ จะได้รับโอกาสไปปฏิวัติวงการเกมคอนโซลกับ Xbox ของ Microsoft ที่มีการเล่นเกมแบบ Co-Operation ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เป็นคอนโซลแรกอย่างมีประสิทธิภาพ

 

การเข้ามาบริหารสโมสรกีฬาชั้นนำของอังกฤษในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมแฟนบอล ทั้งในด้านการรับชม และความมีส่วนร่วมกับสโมสรผ่านโลกออนไลน์ครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจว่า ปีเตอร์ มัวร์ จะสามารถเชื่อมโยงและทำความรู้จักกับครอบครัวฟุตบอลที่ใหญ่โตของลิเวอร์พูลนี้ได้อย่างไร จากประสบการณ์ของเขา

 

 

โดยภายในงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ที่โรงแรมดิ แอทธินีฯ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ปีเตอร์ มัวร์ ได้กล่าวถึงทิศทางการใช้เทคโนโลยีช่วยในการสื่อสารกับแฟนบอลไว้ว่า

 

“เราจะใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทั้ง AR, VR และ AI ติดต่อกับแฟนบอล สำหรับคน 771 ล้านคน ที่ไม่สามารถเข้ามาดูบอลในสนามได้ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของทีมให้ทันทีมอื่นๆ ในเชิงการทำธุรกิจ

 

“เราต้องทำเงินให้มากพอ เพื่อที่จะนำไปลงทุนซื้อผู้เล่นดีๆ เข้ามาสู่ทีมให้ได้ แม้จะเป็นเรื่องแปลกที่ทีมยังชนะไม่มากพอ แต่กลับมีฐานแฟนเยอะมาก ทำทีมให้เล่นสนุก ตื่นตาตื่นใจ เป้าหมายของผมคือ เปลี่ยนทีมให้เป็น Digitally Team เพื่อนำไปสู่ศตวรรษที่ 21 เพื่อสร้างรายได้ และให้องค์กรต่างๆ เห็นช่องทางในการร่วมงานกัน แล้วนำเงินเหล่านั้นมาลงทุนซื้อตัวผู้เล่นดีๆ

 

“อย่างตอนนี้เราลงทุนไปกว่าพันล้านปอนด์ในด้านเทคโนโลยี เพื่อให้แฟนๆ เข้าถึงสโมสรได้มากขึ้น เป้าหมายคือ เพื่อติดต่อสื่อสารกับแฟนๆ แฟนเฟิสต์มาก่อนเหนือสิ่งอื่นใด ลองคิดดูสิว่า ถ้าเราได้เงินแค่ 1 เหรียญ จากแฟนๆ 771 ล้านคน มันจะเป็นจำนวนที่มากแค่ไหน แล้วเงินจำนวนนี้ก็จะถูกเทิร์น กลายไปเป็นบัดเจ็ตให้ผู้จัดการทีม สามารถนำไปหมุนซื้อนักเตะดีๆ เพื่อลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกให้ได้”

 

ภาพ: This is Anfield และ AFP

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising