กระทรวงสงครามสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นบัญชีดำ ‘สถาบันขงจื๊อ’ (Confucius Institutes) ชี้เป็นองค์กรที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยกล่าวหาว่า สถาบันเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ เพื่อเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อและขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
เมื่อวานนี้ (23 ตุลาคม) พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงสงครามสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียว่า สถาบันขงจื๊ออำพรางตัวตนในประเทศ โดยดำเนินกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อและข้อบังคับองค์กรที่แตกต่างออกไป
เฮกเซธกล่าวอ้างว่า พบองค์กรโฆษณาชวนเชื่อแห่งใหม่ถึง 80 แห่ง โดยกระจายอยู่ในมหาวิทยาลัย 30 แห่งทั่วสหรัฐฯ แม้จะใช้ชื่อและข้อบังคับองค์กรแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและแทรกซึมทางความคิดของนักศึกษาอเมริกัน
นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงสงครามสหรัฐฯ ยังระบุว่า ทางการได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อยุติการดำเนินงานขององค์กรเหล่านี้ทั้งหมด แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันยังไม่ได้ตอบกลับความเห็นถึงกรณีดังกล่าว
ย้อนปมขัดแย้ง สถาบันขงจื๊อ vs สหรัฐฯ หลังถูกชี้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของจีน
สถาบันขงจื๊อเป็นโครงการที่จีนจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนและเผยแพร่วัฒนธรรมจีนในต่างประเทศ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการจีนให้การสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม สถาบันเหล่านี้เผชิญข้อกล่าวหาจากรัฐบาลสหรัฐฯ มาเป็นเวลานานว่า เป็นเครื่องมือขยายอิทธิพลทางการเมืองและเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลปักกิ่ง โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวอย่างไต้หวันและซินเจียง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2020 รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยแรก ประกาศกำหนดให้ศูนย์สถาบันขงจื๊อในสหรัฐ (Confucius Institute U.S. Center: CIUS) มีสถานะเป็นหน่วยงานต่างชาติ โดยกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลบุคลากร ทรัพย์สิน เงินทุน และหลักสูตรการเรียนการสอนต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ในเวลานั้น ไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาของสหรัฐฯ สามารถตัดสินใจได้ว่า ควรอนุญาตให้โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนดำเนินงานต่อไปหรือไม่ โดยรัฐบาลยืนยันว่า ไม่ได้มีเป้าหมายสั่งปิดสถาบันขงจื๊อทั้งหมด
ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในปี 2020 ระบุว่า มีสถาบันขงจื๊อเปิดดำเนินงานอยู่ 75 แห่งทั่วประเทศ โดย 65 แห่งตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ส่วนที่เหลือดำเนินงานในรูปแบบองค์กรอิสระ ขณะที่สถาบันหลายแห่งทยอยปิดตัวลง หลังสหรัฐฯ ออกมาตรการจำกัดเงินสนับสนุนด้านการเรียนการสอนภาษาจีนแก่สถาบันการศึกษาที่มีความร่วมมือกับสถาบันขงจื๊อ
น่าสนใจว่า บทบาทของสถาบันขงจื๊อยังสร้างความกังวลในประเทศอื่น โดย The Guardian รายงานว่า คณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาสามัญชนอังกฤษเปิดเผยผลการตรวจสอบในปี 2019 โดยพบหลักฐานว่า จีนพยายามแทรกแซงเสรีภาพทางวิชาการ เช่น ถึงกรณีเจ้าหน้าที่สถาบันขงจื๊อยึดเอกสารที่กล่าวถึงไต้หวันระหว่างการประชุมวิชาการ
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมวิชาการด้านจีนศึกษาที่ประเทศโปรตุเกสเมื่อปี 2014 โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรที่กำกับดูแลสถาบันขงจื๊อจากจีนถูกกล่าวหาว่า สั่งยึดเอกสารการประชุม และนำหน้าที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับไต้หวันออกจากเอกสาร หลังไม่พอใจการกล่าวถึงองค์กรที่ให้การสนับสนุนการประชุมจากไต้หวัน ส่งผลให้สมาคมยุโรปเพื่อการศึกษาจีน (European Association for Chinese Studies) ออกแถลงการณ์ประท้วงการแทรกแซงดังกล่าว
ต่อมาในปี 2025 The Guardian ยังรายงานข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกบุคลากรของสถาบันขงจื๊อในอังกฤษ โดยกลุ่ม UK-China Transparency ระบุว่า ผู้สมัครชาวจีนบางส่วนต้องแสดงข้อมูลเกี่ยวกับทัศนคติทางการเมือง และผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทำให้เกิดความกังวลว่า เงื่อนไขดังกล่าวอาจขัดต่อหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยในอังกฤษ
จีนปฏิเสธข้อกล่าวหา ขณะที่หลักฐานการแทรกแซงยังเป็นข้อถกเถียง
ด้าน CIUS เคยปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐฯ ในปี 2020 โดยยืนยันว่า องค์กรไม่มีอำนาจควบคุมหลักสูตร การจ้างงาน หรือเงินทุนของสถาบันขงจื๊อในมหาวิทยาลัยต่างๆ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนวิจารณ์มาตรการของสหรัฐฯ ว่า เป็นข้อกล่าวหาและสร้างภาพลักษณ์เชิงลบต่อโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งดำเนินงานภายใต้กฎหมายของประเทศที่ตั้งสถาบัน
นอกจากนี้ The Straits Times รายงานว่า ในปี 2019 สำนักงานตรวจสอบความรับผิดชอบของรัฐบาลสหรัฐฯ (GAO) ได้ตรวจสอบสถาบันขงจื๊อ 10 แห่ง โดยพบว่า ทุกแห่งมีบุคลากรของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ เป็นผู้บริหาร ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีน
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารมหาวิทยาลัยและนักวิชาการบางส่วนแสดงความกังวลว่า การมีสถาบันขงจื๊ออาจส่งผลกระทบต่อเสรีภาพทางวิชาการ ขณะที่มหาวิทยาลัยบางแห่งระบุว่า สถาบันขงจื๊อของตนเคยจัดกิจกรรมเกี่ยวกับประเด็นอ่อนไหว เช่น ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
ขณะเดียวกัน เอ็ดเวิร์ด แม็กคอร์ด ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน ให้สัมภาษณ์กับ The Straits Times ในปี 2020 ว่า ข้อกล่าวหาที่ว่าสถาบันขงจื๊อเป็นเครื่องมือเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของจีนยังขาดหลักฐานที่เป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว
ภาพ: Evan Vucci / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.channelnewsasia.com/east-asia/pentagon-designates-china-funded-confucius-institutes-us-national-security-threat-6488301
- https://www.straitstimes.com/world/united-states/chinas-confucius-institutes-must-register-as-foreign-missions-in-us-pompeo
- https://www.theguardian.com/us-news/2026/oct/23/pentagon-china-hegseth
- https://www.theguardian.com/education/2019/nov/05/alarming-chinese-meddling-at-uk-universities-exposed-in-report
- https://www.theguardian.com/education/2025/aug/01/china-backed-centres-at-uk-universities-under-threat-from-new-free-speech-laws


