เสียงเชียร์ในสนามที่เมืองหางโจวบนเวทีเอเชียนเกมส์เมื่อ 3 ปีก่อน ยังติดอยู่ในความทรงจำของ อิคคิว-พณิชพล ธีระรัตน์สกุล วันนั้น เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ได้รับโอกาสลงสนามในประเภทเดี่ยวมือ 3 ของทีมชาติไทย ต้องแบกรับความกดดันของทั้งทีมอยู่บนบ่าของเขา
ประเด็นสำคัญ
สุดท้าย เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในแต้มตัดสิน สำหรับใครหลายคน มันอาจเป็นเพียงผลการแข่งขันที่ผ่านไป แต่สำหรับอิคคิว มันคือวันที่เปลี่ยนวิธีคิดของเขาไปตลอดกาล แทนที่จะจมอยู่กับความรู้สึกผิด เขาเลือกเก็บวันนั้นไว้เป็นบทเรียน เพราะมีคำพูดหนึ่งจากคุณพ่อที่ยังติดอยู่ในใจเสมอ
“ผลการแข่งขันเราแพ้ แต่ตัวเรายังไม่แพ้” ประโยคสั้นๆ นั้นกลายเป็นหลักยึดให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นจากความผิดหวัง กลับไปซ้อมหนักกว่าเดิม และค่อยๆ เปลี่ยนแรงกดดันให้กลายเป็นแรงผลักดัน 3 ปีผ่านไป อิคคิว กลับมาในเอเชียนเกมส์ในฐานะนักแบดมินตันคลื่นลูกใหม่ที่กำลังทำผลงานได้น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง
THE STANDARD SPORT มีโอกาสได้พูดคุยกับอิคคิว ถึงบทเรียนที่เปลี่ยนความผิดพลาดให้กลายเป็นเชื้อเพลิง วิธีคิดที่ทำให้เขาเติบโต และเหตุผลว่าทำไมวันนี้เขาจึงพร้อมรับมือกับเวทีที่ใหญ่กว่าเดิม
ตัวตนใหม่จากบทเรียนในอดีต
เมื่อพูดถึงเอเชียนเกมส์ 2023 อิคคิวไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเสียดาย แต่กลับเล่าถึงสิ่งที่ได้รับจากความพ่ายแพ้ โดยเขายอมรับว่าหลังจากวันนั้น ตัวเองเริ่มเข้าใจคำว่า “ความกดดัน” มากขึ้น จากเดิมที่เคยมองว่าความผิดพลาดคือสิ่งที่ต้องหลีกหนี เขาเปลี่ยนมาเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และใช้มันเป็นแรงผลักดันในการฝึกซ้อม
“พ่อผมจะสอนเสมอว่า เราอาจแพ้เรื่องผลการแข่งขัน แต่ตัวเรายังไม่ได้แพ้ ตราบใดที่เรายังไม่เลิกเล่น ยังสู้ต่อและกลับมาแก้ไขจุดบกพร่องเพื่อไปสู้ใหม่ เราก็ยังไม่ใช่ผู้แพ้”
“บางคนอาจเสียศูนย์หลังความผิดหวัง แต่สำหรับผม มันคือจุดเริ่มต้นของการฝึกรับมือกับแรงกดดัน และทำให้ผมกลับมาตั้งใจซ้อมหนักกว่าเดิม”
คำตอบนั้นสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่เติบโตขึ้น ไม่เพียงแต่วิธีคิดของนักกีฬาคนหนึ่ง แต่ยังสะท้อนผ่านผลงานในสนามอย่างชัดเจน
ผลงานของอิคคิวในรอบปีที่ผ่านมา คว้าแชมป์รายการอาชีพ เวิลด์ ทัวร์ ระดับ Super 100 ได้ถึง 2 รายการในปี 2025 และต่อยอดผลงานในปี 2026 ด้วยการผ่านเข้าชิงชนะเลิศรายการระดับ Super 300 และ Super 500 รวมกันอีก 3 รายการ ถือเป็นฤดูกาลที่นักแบดวัย 21 ปี ทำผลงานได้ดีสุดนับตั้งแต่เทิร์นโปร
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือพัฒนาการในสนามแข่งขัน อิคคิวสามารถต่อกรกับนักแบดมินตันระดับท็อปของโลกได้อย่างสูสี และเก็บชัยชนะเหนือผู้เล่นระดับแถวหน้ามาแล้วหลายคน ไม่ว่าจะเป็น โจนาธาน คริสตี้ มือ 3 ของโลกจากอินโดนีเซีย หรือ คริสโต โปปอฟ มือ 5 ของโลกจากฝรั่งเศส ฯลฯ สะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงดาวรุ่งที่กำลังเติบโต แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่คู่แข่งไม่อาจมองข้าม
อิคคิว เล่าว่า เบื้องหลังฟอร์มการเล่นที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น จนค้นพบแนวทางการเล่นที่เหมาะกับตัวเอง ขณะเดียวกัน เขายังได้เรียนรู้วิธีคิดและวินัยในการใช้ชีวิตจาก วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ รุ่นพี่ในทีมชาติ ผู้เป็นทั้งต้นแบบและแรงบันดาลใจทั้งในและนอกสนาม
“พี่วิวเป็นเหมือนพี่ชายที่ทั้งเก่งและฉลาด สิ่งที่ผมซึมซับคือวิธีคิดกับวินัยในการซ้อม พี่วิวไม่ได้แค่ทำตามโปรแกรม แต่คิดเสมอว่าสิ่งที่ซ้อมนั้นซ้อมไปเพื่ออะไร”
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ อิคคิวไม่เคยคิดจะเดินตามรอยรุ่นพี่ทั้งหมด เขาเชื่อว่าการเป็นนักกีฬาที่ดี ไม่ใช่การลอกเลียนแบบใคร
“ผมไม่พยายามจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นพี่วิว เพราะทุกคนต้องมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง” ก่อนยกตัวอย่างด้วยภาษาที่แฟนฟุตบอลเข้าใจทันที “เมสซี่ก็เล่นแบบโรนัลโด้ไม่ได้”
ส่วนตัวเขาเลือกเปรียบตัวเองกับ “ลิเวอร์พูล” ทีมที่เล่นเร็ว เพรสซิ่งหนัก และพร้อมบุกตั้งแต่วินาทีแรก “นั่นคือสไตล์ของผม”
แยก “ความฝัน” ออกจาก “เป้าหมาย”
เมื่อชื่อของอิคคิวเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ความคาดหวังก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่เขาเลือกจัดการกับแรงกดดันด้วยวิธีคิดที่เรียบง่าย นั่นคือ การแยก “ความฝัน” ออกจาก “เป้าหมาย”
“ความฝันของผมคือเป็นแชมป์โลก เป็นมือหนึ่งของโลก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แต่เวลาแข่งจริง ผมตั้งเป้าแค่แมตช์ตรงหน้า”
เพราะถ้ามัวแต่คิดถึงปลายทาง เขาเชื่อว่าความกดดันจะกลืนกินทุกอย่าง เป้าหมายของเขาในแต่ละแมตช์จึงมีเพียงการเล่นให้ดีที่สุด ดึงสิ่งที่ซ้อมมาใช้ให้ได้มากที่สุด และลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด
“แรงกดดันมันมีทุกคน อยู่ที่ว่าเราจะรับมือกับมันอย่างไร ผมลดความคาดหวังจากกองเชียร์และโฟกัสในสนามแข่งแทน เพราะถ้าเราแบกความคาดหวังไว้จะทำให้ผลงานเราไม่ดี”
“ผมอยากให้ดูที่วิธีการเล่นและพัฒนาการของพวกเรา (นักกีฬาไทยทุกคน) เบื้องหลังความสำเร็จที่ทุกคนเห็น นักกีฬาทุกคนต้องซ้อมหนักจนอ้วกแตกหรือเป็นตะคริว อย่างผมอาจจะมีอาการบาดเจ็บหรือฟกช้ำจากการซ้อมบ้าง เพราะมันคือการทำงานที่หนักหน่วง ก็เพื่อเวลาออกไปแข่ง ผมเล่นเพื่ออกด้านซ้ายนั่นคือเพื่อประเทศไทย”
เอเชียนเกมส์ 2026 ที่กำลังจะมาถึง ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่อิคคิวมั่นใจคือ เขาจะลงสนามด้วยใจเต็มร้อย ใส่เต็มแม็กซ์ในทุกแมตช์
“ผมเชื่อว่าถ้าเราทำผลงานได้ดีเพื่อธงชาติไทยที่อยู่บนอกด้านซ้าย คนจะจำชื่อที่อยู่ด้านหลังเสื้อของเราเอง” อิคคิว ทิ้งท้าย
คู่แข่งสำคัญ
เอเชียนเกมส์ 2026 อิคคิว-พณิชพล จะลงแข่งขัน 2 ประเภท ได้แก่ ชายเดี่ยว และประเภททีมชาย โดยตัวเต็งเหรียญทองยังคงเป็น จีน มหาอำนาจแห่งวงการแบดมินตันโลก ซึ่งเป็นแชมป์เก่าทั้ง 2 ประเภทที่อิคคิวลงแข่งขัน
ทีมชาติจีนยกทัพมาด้วยขุมกำลังสุดแกร่ง ประเภทชายเดี่ยว Shi Yuqi มือ 1 ของโลกและแชมป์โลกคนปัจจุบัน, Li Shifeng มือ 9 ของโลก, Weng Hongyang มือ 16 ของโลก และ Lu Guangzu มือ 30 ของโลก ซึ่งล้วนเป็นนักกีฬาระดับแถวหน้าของโลก
ส่วนประเภทชายคู่ จีนส่งคู่ตัวหลักลงครบถ้วน Wang Chang / Liang Weikeng คู่มือ 3 ของโลก ดีกรีเหรียญเงินโอลิมปิก 2024 กับ Chen Boyang / Liu Yi คู่มือ 7 ของโลก คู่รองแชมป์โลก 2026
ด้วยขุมกำลังเพียบพร้อมทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ ทำให้จีนยังคงถูกมองเป็นตัวเต็งที่คว้าเหรียญทอง และถือเป็นบททดสอบสำคัญของทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็นไทย, เกาหลีใต้, อินเดีย หรือ อินโดนีเซีย หากหวังเบียดแย่งแชมป์เอเชียนเกมส์ครั้งนี้
แบดมินตันแข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง
แบดมินตันในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ชิง 7 เหรียญทอง แข่งขันระหว่างวันที่ 20-29 กันยายน ที่สนามอิจิโนะมิยะ ซิตี้ ยิมเนเซียม หรือ สนามกีฬาเทศบาลเมืองอิจิโนะมิยะ จ.ไอจิ ประเทศญี่ปุ่น
สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมจำนวน 20 คน แบ่งออกเป็นชาย 10 คน และ หญิง 10 คน ดังนี้
นักกีฬาชาย: กุลวุฒิ วิทิตศานต์, พณิชพล ธีระรัตน์สกุล, พรรคพล ธีระรัตน์สกุล, ธนวัฒน์ ยิ้มจิตต์, ภูริธัช อารีย์, พีรัชชัย สุขพันธ์, วรพล ทองสง่า, เฉลิมพล เจริญกิจอมร, เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ รุษฐนภัค อูปทอง
นักกีฬาหญิง: พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์, รัชนก อินทนนท์, บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์, พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์, ณปภากร ตุงคะเกษม, หทัยทิพย์ มิจาด, เบญญาภา เอี่ยมสอาด, นันทน์กาญจน์ เอี่ยมสอาด, ศุภิสรา เพียวสามพราน, เฌอย์ณิชา สุดใจประภารัตน์
สำหรับผลงานของทัพแบดมินตันไทยในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ได้มา 1 เหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิง ส่วนครั้งนี้พวกเขาตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 2 เหรียญรางวัล โดยความหวังนั้นอยู่ที่ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก 2024 ในประเภทชายเดี่ยว และ ประเภททีมหญิงที่คว้าเหรียญทองแดงมา 2 สมัยติดต่อกัน


