Menu
205658

ถอดบทเรียน Toxic Relationship จากตัวละคร Ally และ Freddie สองศิลปินที่ดิ้นรนเพื่อ ‘มีชีวิต’ อย่างเปี่ยมพลัง

22.02.2019
  • LOADING...
Toxic Relationship

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • ในหนังเรื่อง A Star Is Born พยายามบดบังความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship) ระหว่างแอลลี่และแจ็คสันด้วย ‘ความรัก’ และใช้มันเข้ามาเป็นตัวแปรที่ทำให้ความสัมพันธ์เหล่านั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ปรับเปลี่ยนได้ หรือสามารถเชื่อถือได้
  • สิ่งที่ เฟรดดี เมอร์คิวรี ไม่ควรทำคือ การตีปีกบินหนีเพื่อนร่วมวง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันคือการตัดสินใจของเขาเองด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งในประเด็นนี้อาจพูดถึงเรื่องตัวตนและความมั่นใจในตัวเอง (Ego) ของเขาด้วยก็ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ และพบว่ามันคือทางเลือกที่ผิดพลาดในท้ายที่สุด

* บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

 

บนเวทีออสการ์ ครั้งที่ 91 เราได้เห็นตัวละครมากมายจากภาพยนตร์หลากหลายเรื่องที่น่าจับตามอง ทั้งในแง่ของการแสดงและความน่าสนใจของตัวบทที่ล้วนส่งให้พวกเขาได้ขึ้นมายืนอยู่ในแถวของผู้ได้เข้าชิงรางวัลในปีนี้ และเราพบว่ามีสองตัวละครที่น่าสนใจมากๆ ที่ได้เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงนำชาย-นำหญิงยอดเยี่ยมจากบทบาทที่เคลือบแฝงเรื่องราวความสัมพันธ์บางอย่างไว้ให้ผู้ชมได้ตระหนักและตกตะกอนชีวิตอย่างเปี่ยมล้นไปด้วยความเข้าใจ พร้อมให้ผู้ชมได้สัมผัสแง่งามของมนุษย์ที่น่าสนใจไปพร้อมกัน

 

สองตัวละครที่กล่าวถึงไปข้างต้น หนึ่งคือตัวละครที่มาจากชีวิตจริงของราชันศิลปินในประวัติศาสตร์โลกอย่าง เฟรดดี เมอร์คิวรี จากวง Queen ที่ได้ รามี มาเลก รับบทดังกล่าวในภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody ส่วนอีกฟากคือสาว เลดี้ กาก้า ที่กระโดดขึ้นจอเงินอย่างเป็นทางการครั้งแรกในบท แอลลี่ จากภาพยนตร์เรื่อง A Star Is Born ซึ่งทั้งสองตัวละครนี้ไม่ได้เป็นเพียงศิลปินที่น่าชื่นชมในแง่ของการทำงาน หรือความสามารถที่ถ่ายทอดออกมา แต่มิติที่น่าสนใจอย่างมากโขของสองตัวละครนี้คือเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา และนั่นอาจทำให้เราได้มองย้อนกลับมาที่ตัวเองเพื่อทบทวนว่า แท้จริงแล้ว ท่ามกลางชีวิตล่าฝันที่กำลังเดินทางไขว่คว้าหาโอกาสอันยิ่งใหญ่นั้น ความสัมพันธ์เบี้ยบ้ายรายทางของเส้นทางเดียวกันก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

Toxic Relationship

แอลลี่และแจ็คสัน จากภาพยนตร์เรื่อง A Star Is Born

 

เมื่อมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น สองตัวละครทั้งแอลลี่และเฟรดดีเองก็ต่างมีมิติทางสังคมที่น่าสนใจด้วยกันทั้งคู่ ทั้งเรื่องของความใฝ่ฝันที่อยากเป็นศิลปิน พวกเขาทั้งคู่ล้วนเป็นคนมีเสน่ห์และมีพลังงานที่ดี แถมยังมาจากการที่ ‘ไม่มีอะไรติดตัว’ นอกจากพรสวรรค์และความสามารถของตัวเองล้วนๆ แต่ทางเฟรดดีที่มีตัวตนอยู่จริงๆ บนโลกนี้ เขากลับมีเบื้องหลังชีวิตที่หนักหนายิ่งกว่า ทั้งการถูกตราหน้าว่าเป็นต่างด้าวผู้อพยพ รวมไปถึงยังต้องทำงานใช้แรงงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นการแบ่งแยกชนชั้นในสังคมอังกฤษยุคนั้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งหนังทั้งสองเรื่องก็ต่างนำเสนอเส้นทางสู่ดวงดาวของพวกเขาออกมาได้อย่างน่าสนุก โดยเฟรดดีใช้เวลาอย่างยาวนานกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินเบอร์ใหญ่ที่ใครๆ ก็หลงรัก ส่วนแอลลี่เองก็ใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์กับศิลปินหนุ่ม แจ็คสัน คู่รักของเขา ผลิดอกออกมาเป็นงานดนตรีที่พวกเขาต่างคอยสนับสนุนกันและกันจนโด่งดัง

 

แง่มุมหนึ่งของชีวิตและความสัมพันธ์ของแอลลี่และเฟรดดีในหนังทั้งสองเรื่อง เราพบว่านี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากๆ ของไอเดียเรื่อง Toxic Relationship หรือความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ แต่แค่ไหนถึงเรียกว่า Toxic Relationship? จริงๆ แล้วสามารถมองได้หลายแง่มุมมากหากจะต้องนิยามความสัมพันธ์รูปแบบนี้ ซึ่งอาจมาจากการไม่ลงรอยกัน หรือมีความชอบ ความคิดเห็น ความรู้สึกที่ไม่ตรงกันระหว่างคู่รัก หรือการที่คู่รักของคุณสร้างมวลบรรยากาศที่ไม่น่าชม สร้างความอึดอัดให้กับผู้คนรอบข้าง ซึ่งนั่นก็นับเป็นพิษร้ายของความสัมพันธ์เช่นกัน (สำรวจความคิดแบบ Toxic ได้ที่นี่)

 

ในภาพยนตร์เรื่อง A Star Is Born แจ็คสันคือตัวละครหลักซึ่งเป็นคู่รักของแอลลี่ ที่เป็นคนพบเจอเธอและผลักดันเธอเข้าสู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว แต่ปัญหาของความสัมพันธ์นี้คือ ตัวแจ็คสันเองที่มีอาการป่วยทางจิตใจ รวมไปถึงอาการติดเหล้าเรื้อรังเพื่อหลีกเร้นอะไรบางอย่าง แต่นั่นก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากชีวิตของแจ็คสันเอง หากเราบอกว่าเป็นเพราะอาการป่วยที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่เป็นพิษนี้ก็นับว่าใช่ และถ้าหากคุณได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว คุณลองมองถึงปัญหาจากแจ็คสันที่เกิดขึ้นกับแอลลี่ดูสิว่ามันส่งผลกระทบกับอีกฝ่ายมากแค่ไหน ทั้งการปัสสาวะราดต่อหน้าสาธารณชนในวันสำคัญของเธอ หรือการที่มีคนกล่าวอ้างว่าแจ็คสันเป็นตัวถ่วงความเจริญของแอลลี่ คุณเชื่อหรือไม่ว่าเพียงแค่ความรักมันไม่พอหรอกที่จะทำให้ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ดำเนินต่อไป หากพูดกันด้วยเหตุและผลบนความเป็นจริงแล้ว ถ้าหากความรักที่เต็มไปด้วยปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณ คุณจะยังสามารถรับมือได้จริงๆ หรือ?

 

แต่ในหนังเรื่อง A Star Is Born กลับพยายามบดบังความสัมพันธ์ที่เป็นพิษเหล่านั้นด้วย ‘ความรัก’ ให้เข้ามาเป็นตัวแปรที่ทำให้ความสัมพันธ์เหล่านั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ปรับเปลี่ยนได้ หรือสามารถเชื่อถือได้ ทั้งๆ ที่แจ็คสันฝ่ายชายกลับเป็นตัวละครที่มีความรู้สึกไม่เสถียร เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทั้งยังเสพติดเหล้าและเสพติดความเจ็บปวดที่เห็นคนรักของเขาไปไกลเกินกว่าที่เขาจะยอมรับได้ แต่แอลลี่ก็พยายามใช้ความรักเข้ามาเป็นตัวทดแทนให้กับสิ่งที่ไม่ปกติในความสัมพันธ์เหล่านั้น เราถึงรู้สึก ‘ยอมใจ’ ตัวละครนี้เหลือเกิน ที่เธอทั้งอดทนและเชิดชูมุมมองความสัมพันธ์ของเธออย่างมาก

 

แต่ถ้าเป็นในชีวิตจริง เราคงไม่สามารถอดทนได้มากเท่านั้นหรอก และความตั้งใจของภาพยนตร์ที่นำเสนอในแง่ดังกล่าวก็เพื่อสร้างภาพความสวยงามของความรักขึ้นมาเท่านั้น ก็จริงอยู่ที่จะมีคนอย่างแอลลี่อยู่จริงๆ ที่คิดว่าความรักสามารถปลอบประโลมทุกความผิดพลาดได้ แต่ถ้าถามกันตามตรงว่าเราจะสามารถอดทนกับคนอย่างแจ็คสันได้ถึงเมื่อไรกันเชียว หากคุณได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว คงเป็นมุมมองของคุณที่จะต้องเลือกคำตอบของความสัมพันธ์นี้เอาเอง

 

Toxic Relationship

เฟรดดี เมอร์คิวรี และพอล เพรนเตอร์ จากภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody

 

ส่วนทางเฟรดดีเอง อย่างที่เราทราบกันตามประวัติของเขา ว่าเขาเคย ‘เสียคน’ เพราะยาเสพติด เหล้า และคนรักเก่าอย่าง พอล เพรนเตอร์ มาแล้ว ซึ่งเจ้าคนรักเก่าของเขานี่แหละที่นำมาซึ่งปัญหาในเรื่องการเอาเปรียบ ตักตวงผลประโยชน์ รวมไปถึงกล่อมให้เฟรดดีทำในสิ่งที่เขาไม่ควรจะทำ นั่นคือการตีปีกบินหนีเพื่อนร่วมวง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันคือการตัดสินใจโบยบินของเฟรดดีเองด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งในประเด็นนี้อาจพูดถึงเรื่องตัวตนและความมั่นใจในตัวเอง (Ego) ของเขาด้วยก็ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ และพบว่ามันคือทางเลือกที่ผิดพลาดในท้ายที่สุด แต่เหตุการณ์นั้นได้สร้างความสัมพันธ์ที่เป็นพิษให้เกิดขึ้นมาระหว่างตัวเขาเองและเพื่อนร่วมวง จนเกิดเป็นแผลเล็กๆ ในจิตใจของคนที่เคยทำงานด้วยกัน ทั้งนี้เฟรดดีเองก็เลือกวิธีการที่จะไม่สนใจ ตัดบัวไม่เหลือใยไปก่อนในช่วงแรก ซึ่งนับเป็นความเด็ดเดี่ยวที่น่าชื่นชม และเขาก็ได้รับบทเรียนด้วยตัวเองในท้ายที่สุด

 

ในทุกๆ ความสัมพันธ์มันไม่มีเรื่องถูกผิดทั้งนั้น และเราอาจกล่าวได้ว่าทั้งแอลลี่และเฟรดดีนั้น ‘ดิ้นรน’ เพื่อไขว่คว้าโอกาสที่จะสามารถสานฝันของพวกเขาให้เป็นจริง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องรับมือกับความสัมพันธ์ทั้งดีและร้ายมาอย่างน่าเจ็บปวด อีกทั้งยังเป็นตัวการที่สร้างความสัมพันธ์ที่เป็นพิษกับคนอื่นๆ เช่นกัน แต่นั่นก็เพื่อชีวิตที่พวกเขาต้องการไม่ใช่หรือ เราอาจมองได้ว่าพวกเขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ต้องการมีฝัน และมีความรักในแบบที่พวกเขาต้องการ และถึงแม้กับมนุษย์อย่างเราๆ ในชีวิตจริงเองก็ตาม เราก็ต่างอยากมีเป้าหมายในชีวิต พร้อมๆ กับมีใครสักคนอยู่เคียงข้างเหมือนกันนั่นแหละ

 

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เราล้วนต่างสร้างบาดแผลให้กันและกันอยู่เสมอ ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ฉะนั้นเราควรประคองความสัมพันธ์อย่างมีสติ มีเหตุและผลปนด้วยความเข้าใจ เพื่อไม่ให้ความหวานกลายเป็นยาพิษทำร้ายตัวคุณเองและคนรอบข้าง

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR