×

‘โอซูอา’ เจ็บปวดเสมอ เมื่อเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง ได้แต่มองดูห่างๆ ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

27.03.2020
  • LOADING...

* เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์ Itaewon Class 

 

“ฉันไม่ได้เข้มแข็งแบบนาย แถมยังขี้ขลาดอีก ขอโทษนะ” 

 

ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์กำลังเบ่งบาน แทนที่จะใช้ชีวิตสดใสตามประสาหนุ่มสาว โอซูอา (ควอนนารา) หนึ่งในตัวละครสำคัญจากซีรีส์ Itaewon Class กลับทำได้เพียงนั่งอยู่หน้ากระจกเรือนจำ ตัดพ้อและกล่าวคำขอโทษในความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ กับ พัคแซรอย (พัคซอจุน) เด็กหนุ่มหัวเกาลัดที่เพิ่งโผล่เข้ามาในชีวิตเธอได้ไม่นาน  

 

ถ้าอยู่ในซีรีส์เรื่องอื่น เราเชื่อว่า โอซูอา มีคุณสมบัติคู่ควรกับตำแหน่ง ‘นางเอก’ ทุกประการ เธอสวย น่ารัก จิตใจดี มีความสามารถ มั่นคงในความรัก ยึดมั่นในคำสัญญา แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ใน Itaewon Class เพราะต้องหลีกทางให้กับ โชอีซอ (คิมดามี) เด็กสาวผมสองสีที่เข้ามายึดครองพื้นที่หัวใจอ่อนไหวของเถ้าแก่หัวแข็งอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ในฐานะคนที่ทุ่มเททั้งชีวิต คอยช่วยเหลือ และเคียงข้างเขาอยู่ตลอดเวลา 

 

ผิดกับเธอที่อยู่ในสถานะ ‘คนกลาง’ เมื่อต้องทำงานให้กับบริษัทชางกา ศัตรูอันดับหนึ่งของพัคแซรอย ที่ทำได้เพียงมองดูอยู่ห่างๆ โดยไม่สามารถขยับความสัมพันธ์เข้าไปใกล้ได้มากกว่านี้ 

 

 

ถึงแม้จะดูเหมือนมีชีวิตที่สะดวกสบาย ไม่ต้องเดือดร้อนดิ้นรนเหมือนคนอื่น แต่ลึกๆ แล้วโอซูอาคือตัวละครที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดไม่แพ้ใคร ตั้งแต่เป็นเด็กกำพร้าคิดว่าไม่มีใครรัก ถึงขนาดปฏิเสธทุกความช่วยเหลือที่เพื่อนมอบให้ เพียงเพราะไม่อยากให้มาสงสาร

 

ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ได้แต่มองเพื่อนในห้องถูก ชางกึนวอน (อันโบฮยอน) รังแกอยู่เงียบๆ บางคนอาจมองว่าเธอขี้ขลาด แต่จะให้เธอกล้าหาญได้อย่างไร ในเมื่อชางกึนวอนคือลูกชายคนโตของบริษัทชางกา ผู้สนับสนุนเงินทุนให้บ้านเด็กกำพร้าของเธอมาโดยตลอด 

 

 

เวลาต่อมา รู้ทั้งรู้ว่า ชางแดฮี ประธานบริษัทชางกา (ยูแจมยอง) อยู่เบื้องหลังการปกปิดคดีการเสียชีวิตพ่อของพัคแซรอย ที่เป็นผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่งของเธอ แต่สุดท้ายก็ยอมรับเงินทุนสนับสนุนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ในขณะที่อีกฝ่ายต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ

 

และเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง พัคแซรอยกลับมาเปิดร้านทันบัม ที่ตั้งอยู่เป็นศัตรูกับชางแดฮี ในขณะที่ โอซูอา ทำงานให้กับบริษัทชางกาในตำแหน่งหัวหน้าแผนกกลยุทธ์ 

 

“เด็กอายุ 17 ปีที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง อย่างน้อยฉันจะให้ความสำคัญกับตัวเอง เด็กน้อยอย่างฉันที่น่าเวทนา ไม่มีใครรัก อย่างน้อยฉันจะรักตัวเอง” 

 

โอซูอาเคยบอกกับตัวเองเอาไว้อย่างนั้น และเธอก็ควรจะได้ใช้ชีวิตตามที่ปรารถนา ถ้าไม่ติดที่ว่าเธอต้องมาอยู่ตรงกลางของเส้นทางระหว่างคนที่เธอเผลอใจไปรัก, ผู้มีพระคุณ, หน้าที่การงาน, ความมั่นคงในชีวิต และสิ่งต่างๆ อีกมากมาย ที่แม้เธออยากแสดงความกล้าหาญ แต่ก็ทำได้เพียงเก็บเอาไว้ในใจ 

 

 

รวมทั้งการแสดงความรักที่โชอีซอทำได้อย่างเปิดเผย แต่โอซูอาไม่สามารถทำได้ เพราะเธอไม่แน่ใจว่าคนที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างจะมีสิทธิ์พูดคำว่ารักออกมาได้ไหม เธอเลยทำได้แค่เฝ้ารออย่างมีความหวัง ถึงวันพังทลายของชางกา และพัคแซรอยจะยังคงรักษา ‘ความรัก’ และ ‘คำสัญญา’ ที่ให้ไว้กับเธอ 

 

ในขณะที่โชอีซอพร้อมทำร้ายจิตใจของคนอื่น ทำได้ทุกอย่างเพื่อสนับสนุนให้พัคแซรอยประสบความสำเร็จ โอซูอากลับอ่อนแอเกินกว่าที่จะเปิดเผยตัว ทำได้เพียงคอยให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และคอยช่วยเหลือทีมร้านทันบัมอยู่ห่างๆ ปกปิดข้อมูลสำคัญไม่ให้ประธานชางการู้ ไปพร้อมๆ กับการทำ ‘หน้าที่’ ในบริษัทของตัวเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง  

 

แถมยังเคยให้คำแนะนำศัตรูหัวใจอันดับหนึ่งในช่วงมีปัญหากับพัคแซรอยว่า “ถ้าอยากอยู่ข้างเขา ให้พยายามเข้าใจ แต่อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงเขา” 

 

ฉากที่น่าเจ็บปวดที่สุด คือทุกๆ ครั้งที่เธอนั่งอยู่กลางวงที่สมาชิกในร้านทันบัมทุกคนชนแก้วอย่างมีความหวังว่าสามารถฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปได้ตราบเท่าที่พวกเขายังยืนอยู่ข้างกัน แต่โอซูอาทำได้เพียงนั่งอยู่เงียบๆ เหมือนเป็นส่วนเกิน ก่อนแยกย้ายกลับบ้านเพื่อพบความจริงที่ว่าไม่มีใครที่อยู่ข้างเธอแม้แต่คนเดียว 

 

 

และยิ่งพัคแซรอยขยับเข้าใกล้ความฝันในการล้างแค้นมากเท่าไร ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ก็ยิ่งห่างไกลกันออกไปทุกที เพราะเธอที่รู้จักพัคแซรอยดีที่สุด รู้ดีว่าหัวใจของคน ‘หัวแข็ง’ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเพราะโชอีซอที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดมากขึ้นทุกที

 

กว่าความจริงจะเปิดเผยว่าเธอใช้เวลามากกว่า 10 ปีในการรวบรวมข้อมูลการทุจริตทั้งหมดในบริษัทชางกาเอาไว้ ทุกอย่างก็สายเกินไป เพราะหัวใจของพัคแซรอยไม่เหลือพื้นที่ให้กับคนที่เป็น ‘รักแรก’ อย่างเธออีกแล้ว 

 

เมื่อเรื่องราวไปถึงจุดจบ บริษัทชางกาล่มสลาย โอซูอาต้องกลายเป็น ‘ผู้แจ้งเบาะแส’ ที่ทำให้ไม่มีบริษัทไหนกล้ารับเธอเข้าทำงาน แต่นั่นก็ทำให้ ‘คำสัญญา’ ที่เธอเคยให้กับ ‘คุณลุง’ ที่ว่า ‘จะชดใช้คืนให้เป็นสามเท่า’ เป็นจริง และเธอสามารถเลือกใช้ชีวิตอิสระโดยไม่ต้องผูกมัดกับใครได้เป็นครั้งแรกในชีวิต 

 

 

และความปรารถนาสุดท้ายของเธอก็มีเพียงแค่ขอให้พัคแซรอยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หลังจากอยู่ในห้วงทุกข์ของการแก้แค้นมานับ 10 ปี 

 

เป็นความปรารถนาดีที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พ่อเชฟหน้าใส ‘งานดี’ ที่รับบทโดย พัคโบกอม จะช่วยให้เธอได้พบกับความรักครั้งใหม่ที่สดใส และไม่ต้องทนอยู่ตรงกลาง แบกรับทุกความเจ็บปวดเพื่อใครอีกต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories