ในอุตสาหกรรมค้าปลีก พื้นที่ทุกตารางเมตรมีราคา และการสละพื้นที่ทำเลทองเพื่อชูเรื่อง “ความยั่งยืน” มักถูกมองว่าเป็นต้นทุนที่ยอมจ่ายเพื่อภาพลักษณ์ ไม่ใช่การลงทุนที่ได้ผลตอบแทนจริง คำถามที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ หลายรายกำลังหาคำตอบคือ จะทำอย่างไรให้โครงการมีความยั่งยืน โดยที่ธุรกิจเติบโตควบคู่กันไป
นี่คือโจทย์สำคัญที่สยามพิวรรธน์ตั้งใจทำตั้งแต่ 3 ปีก่อน ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ขึ้นเวที 5th Annual Sustainability Week Asia ของ The Economist เพื่อมอบคำตอบโจทย์ที่ท้าทายนี้ด้วยเมือง NEXTOPIA พื้นที่ขนาด 15,000 ตารางเมตร ในสยามพารากอน ซึ่งเปิดดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความเป็น Game Changer ของสยามพิวรรธน์ ในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ได้สำเร็จอีกครั้งหนึ่ง บนพื้นฐานของการ shared values ที่สร้างความยั่งยืนร่วมกัน

ทำไมความยั่งยืนถึงกลายเป็นทิศทางการพัฒนา
ชฎาทิพเผยว่าแรงผลักดันของการพัฒนา NEXTOPIA มาจากแนวโน้มของโลกที่เปลี่ยนไป ด้านหนึ่งคือพฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิด-19 ที่เลือกสรรสถานที่ที่ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากยิ่งขึ้น อีกด้านคือพันธมิตรผู้เช่าทั้งแบรนด์ระดับโลกและ Luxury Brand ที่กำลังยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับเรื่อง ESG ในข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งหมายความว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าเพื่อการค้าปลีก ต้องเร่งปรับตัวโดยเร็วที่สุด
ดังนั้น การสร้างพื้นที่ที่จะเป็นต้นแบบของโลกแห่งอนาคตซึ่งมาจากการบูรณาการเรื่อง ESG ในทุกมิติ ที่ทำให้ผู้คนเข้าใจและเข้าถึง ให้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้จริงนั้น ควรต้องเกิดในพื้นที่ที่เป็น Global Destination คือ สยามพารากอนซึ่งมีผู้เยี่ยมชมกว่า 200,000 คนต่อวัน และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็น 35% ของตัวเลขนั้น ซึ่งสยามพิวรรธน์ เลือกที่จะลงมือทำทันทีก่อนใคร
กลยุทธ์ 3 เสาหลัก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ชฎาทิพกล่าวว่า NEXTOPIA ถูกออกแบบผ่านแนวคิดการร่วมสร้าง (Co-creation) จากพันธมิตร 3 เสาหลัก
เสาแรกคือ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) สยามพิวรรธน์ดึงนวัตกรชั้นนำกว่า 50 องค์กร อาทิ B.Grimm, SCG, Indorama, Daikin และ KBank เป็นต้น มาร่วมบูรณาการโซลูชันขั้นสูงเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ การบริหารจัดการน้ำ ระบบจัดการขยะ เทคโนโลยีอากาศสะอาด และวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน มาร่วมกันสร้างพื้นที่ทั้งหมด ให้เป็นต้นแบบของโครงการที่มีนวัตกรรมด้าน ESG ที่ล้ำสมัยที่สุดซึ่งเป็นเวทีที่ผู้คนทั่วไปจะเรียนรู้เข้าใจการใช้งานด้านการประหยัดพลังงานในรูปแบบต่างๆ ได้จริง และส่งเสริม creative arts จากความร่วมมือของชุมชนทั่วประเทศกับศิลปินนักออกแบบที่นำขยะจากที่ต่างๆ มาสร้างสรรค์งาน recycle arts ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
เสาที่สองคือ ผู้ประกอบการค้าปลีก (Retailers & Operators) ผู้เช่าทุกรายในพื้นที่ร่วมใจกันปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG กว่า 50 ข้อตลอด value chains รวมถึงจัดการขยะครบวงจรทุกวันตามนโยบาย Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste และมีการจ้างงานบุคคลด้อยโอกาสและผู้พิการเข้าทำงานในพื้นที่ นอกจากนี้ยังให้พื้นที่กับสินค้ารีไซเคิลและอัพไซเคิลซึ่งเป็นผลงานของ SMEs ไทยและชุมชนกว่า 300 แห่ง นำเสนอสินค้ากว่า 110,000 รายการไว้ใน ECOTOPIA – ศูนย์รวมสินค้ารักษ์โลกที่ใหญ่ที่สุดในไทย
เสาที่สามคือ ลูกค้าและผู้นำชุมชน (Customers & Community Builders) NEXTOPIA ดึงพันธมิตรกว่า 30 ราย ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงองค์กรระดับโลกอย่าง United Nations (UN), UN World Food Programme, UN Global Compact Network Thailand, UNDP BIOFIN, UNICEF และ WWF รวมทั้งชุมชน คอมมูนิตี้ อย่าง มูลนิธิออทิสติกไทย, FYI MARKET, CHANINTR MARKET, สมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย และอีกมากมาย มาสร้างกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันได้ ทำให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการรักษ์โลกตั้งแต่การปั่นจักรยานและเดินบนพื้นที่ฝังระบบ Kinetic เพื่อช่วยผลิตไฟฟ้าให้พื้นที่นี้ เป็นต้น สร้างการจับจ่ายใช้สอยที่มีความหมายส่งต่อถึงชุมชนต่างๆ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งลูกค้าสามารถสะสมแต้มผ่าน ONESIAM SuperApp เป็น loyalty program ของการทำความดี

“การทดลอง” ที่เป็นโมเดลธุรกิจกับผลกำไรที่มาจากความยั่งยืน
แม้การเช่าพื้นที่ใน NEXTOPIA ผู้เช่าจะต้องเซ็นยินยอมทำตามกฎเกณฑ์เพิ่มเติม 50 ข้อนอกเหนือจากสัญญาเช่าปกติ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่สยามพิวรรธน์ไม่เคยทำมาก่อน แต่ชฎาทิพเล่าว่า การนำ ESG มาเป็น story ของการทำธุรกิจที่ lead with purpose กำลังเป็นกระแสนิยมของคนรุ่นใหม่ เราจึงช่วยผู้เช่าของเราให้ชูประเด็นที่เขามีศักยภาพในเรื่องนี้ให้กลายเป็นจุดขายที่เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ โดยมีผู้เช่าหลายรายโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหาร ต่างแสดงความกระตือรือร้นมาเข้าร่วม โครงการนี้”
“การปฏิบัติตามมาตรฐานของเราจะเป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้ผู้เช่านำไปใช้ปฏิบัติได้ทันทีโดยไม่มีต้นทุนในการศึกษาหรือการจัดกระบวนการแต่อย่างใด และยังสามารถนำไปใช้ในธุรกิจของตนเองที่สาขาอื่นๆได้อีกด้วย”
“คนส่วนใหญ่คิดเสมอว่าการทำเรื่องความยั่งยืนเป็นกิจกรรมที่มีต้นทุนสูงและต้องยอมขาดทุนเพื่อทำให้สำเร็จได้จริง แต่สำหรับสยามพิวรรธน์แล้ว เราต้องเป็นผู้นำในการพลิกเกมให้ความยั่งยืนกลายเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นได้จริง และที่สำคัญต้องสร้างกำไรให้กับทุกฝ่าย”
หลังจากเปิดดำเนินการแล้ว NEXTOPIA ได้พิสูจน์ผลลัพธ์ออกมาเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานลดลง 47% การใช้น้ำลดลง 34% การปล่อยคาร์บอนจากวัสดุก่อสร้างลดลง 59% และการทำสถิติ Zero Waste to Landfill สำเร็จ และคาดผลลัพธ์ ภายใน 1 ปี จะสามารถประหยัดน้ำได้เทียบเท่าสระว่ายน้ำโอลิมปิก 1 สระ และภายใน 2 ปี จะสามารถบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนเทียบเท่าการปลูกป่าในสวนขนาดใหญ่ นอกจากนี้ NEXTOPIA ยังกลายเป็นอาคารค้าปลีกแบบรวมผู้เช่าแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรอง EDGE ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับ 2 ดาว และล่าสุด คว้ารางวัลเกียรติยศ Best in Building Health Awards 2026 สุดยอดอาคารส่งเสริมสุขภาวะ จาก Fitwel ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับโครงการค้าปลีกแบบ Multi-Tenant ที่รวบรวมร้านค้า แบรนด์และประสบการณ์หลากหลายในพื้นที่เดียว จนเป็นต้นแบบแรกของโลก Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle

จาก Sandbox สู่ต้นแบบโลก
ในอนาคตอันใกล้ สยามพิวรรธน์ตั้งเป้าขยายโมเดลจากความสำเร็จของ NEXTOPIA โดยจะทยอยทำให้ครอบคลุมทั่วทั้งอาคารสยามพารากอน เพื่อรองรับแนวคิดความยั่งยืนได้ครบถ้วนทุกมิติ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050 สำหรับผู้พัฒนาอสังหาฯ ในภูมิภาคอื่น ชฎาทิพชี้ว่าโมเดลนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกที่ที่มีระบบนิเวศ Circular Economy รองรับเพียงพอ ทั้งด้าน infrastructure ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และสินค้า
“ในทุกวันนี้ การใช้ชีวิตและทัศนคติของผู้คนเปลี่ยนไป และก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจใช้จ่าย พวกเขาก็คำนึงว่าเงินเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปช่วยสนับสนุนการรักษ์โลก หรือไปถึงชุมชนในด้านต่างๆ หรือไม่ ดังนั้น การสร้างพื้นที่โดยมีเรื่องความยั่งยืนเป็นประเด็นหลักให้ลูกค้าเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือลูกค้าจะไว้วางใจในตัวเรามากขึ้น เราจะกลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งในใจของร้านค้า และเป็นศูนย์การค้าที่เป็น ‘Top of Mind’ ที่ลูกค้านึกถึงด้วยความประทับใจ เป็น loyalty program ยุคใหม่ที่ทรงพลังและยั่งยืน”
ในวันที่ความยั่งยืนกลายเป็นประเด็นที่ผู้คนให้ความสำคัญ NEXTOPIA คือบทพิสูจน์ของคำถามที่ว่า ธุรกิจยุคใหม่จะเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างไร แม้จะเห็นผลลัพธ์ของการขับเคลื่อนในระยะสั้นแล้ว แต่ก็ต้องจับตาถึงผลลัพธ์ในระยะยาวอีกต่อไป

