ภายหลังพรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญ ‘กรุงเทพฯ ง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน’ เพื่อนับถอยหลังสู่การเปิดตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรค ในวันที่ 5 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้
ประเด็นสำคัญ
ล่าสุดวันนี้ (3 พฤษภาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า แคมเปญดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงปัญหาการดำรงชีวิต การใช้ชีวิตใน กทม. ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยทีมบริหาร กทม. ของพรรคประชาชนจะเปลี่ยนให้เป็นเรื่องง่าย เช่น การใช้สิทธิบัตรทองเกี่ยวกับการส่งตัวที่มีความแตกต่างจากต่างจังหวัด หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในต่างจังหวัดที่มีคุณภาพที่ดีกว่าในกรุงเทพฯ
ณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า แคมเปญมุ่งหมายจะเสนอให้เห็นว่า อพรรคประชาชนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาว กทม. โดยจะมีการเปิดตัวในวันที่ 5 เดือน 5 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เวลา 17:00 น.
เผยแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. พรรคส้ม “เลือกอยู่ข้างประชาชน”
สำหรับคุณสมบัติของผู้จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชนนั้น ณัฐพงษ์ระบุว่า เป็นคนที่เลือกอยู่ข้างประชาชน ขณะเดียวกัน มองว่า งบประมาณท้องถิ่นยังไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ และผู้บริหารจะต้องมีคุณสมบัติพร้อมทำงาน เพราะต้องเจอกับข้อจำกัดด้านสภาพทางการเมือง ที่ก่อนหน้านี้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ
“คุณสมบัติขั้นต่ำของทีมผู้ว่าฯ กทม. คือ จะต้องเลือกอยู่ข้างประชาชน และใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส” ณัฐพงษ์กล่าว
มั่นใจคนกรุงเทพฯ รู้ สีไหนเป็นตัวจริง
ณัฐพงษ์ยอมรับว่า ส่วนตัวชื่นชมการทำงานของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่เชื่อว่าปัญหาเชิงโครงสร้างอีกหลายอย่างในกรุงเทพฯ จะอาศัยทีมที่เข้มแข็ง สนามการเมืองท้องถิ่นมีบริบทการต่อรองและผลักดันหลายอย่าง ต้องมีการออกข้อบัญญัติและงบประมาณปีละเป็นแสนล้านให้ผ่านสภาฯ โดยมีความโปร่งใสมากที่สุด
“บางทีการที่เราไม่ได้รวมทีมมา เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ เห็นว่า สีไหนเป็นตัวจริง โดยเฉพาะพรรคประชาชนสีส้ม เชื่อมั่นว่า เรามีจุดตั้งต้นทางการเมืองที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา” ณัฐพงษ์กล่าว
สำหรับกรณีที่มีประกาศกรุงเทพมหานคร ระบุว่า งบประมาณในยุคของชัชชาติ รายรับของ กทม. สูงกว่ารายจ่ายนั้น ณัฐพงษ์มองว่า เป็นแนวโน้มที่ดี แต่ก็เป็นเรื่องปกติของรายได้ท้องถิ่นที่งบอาจมีบวกหรือลบ หากมีรายรับมาก ก็ต้องเป็นเงินสะสมใช้จ่ายในปีงบประมาณถัดไป มุมหนึ่งก็มองว่าเป็นข่าวดี เป็นข่าวที่ประชาชนชื่นชม แต่อีกมุมหนึ่ง ส่วนต่างที่เหลือก็ต้องนำไปใช้จ่ายในปีงบประมาณถัดไป แต่คำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสมากที่สุด และประชาชนไม่ต้องเจอข่าวซ้ำว่า ซื้อของแพงเกินจริงใน กทม.
ดับลือเคยทาบทามชัชชาติลงสมัครผู้ว่าฯ
ส่วนกระแสข่าวว่า พรรคประชาชนเคยทาบทามชัชชาติมาเป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคนั้น ณัฐพงษ์ชี้แจงว่า ไม่มีการดีลกัน แต่การพูดคุยกันนอกรอบก็เป็นเรื่องปกติ ทั้ง สส. และ ส.ก. ก็มีการพูดคุยงานทั้งภายในพรรคเดียวกันและต่างพรรค การพูดคุยกับทีมผู้ว่าฯ กทม. ก็เป็นเรื่องปกติในการแก้ไขปัญหา พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีดีลทางการเมืองที่จะไปต่อรองผลประโยชน์
“เป็นการคุยกันโดยนำวาระประชาชนเป็นตัวตั้งในการแก้ไขปัญหา แต่ในสนามเลือกตั้งไม่มีการดีลหรือต่อรองใดๆ” ณัฐพงษ์ระบุ


