×

กทม. เดินหน้าแก้ปมความรุนแรง-บูลลี่ เล็งผนึก ‘SoSafe’ เข้า Traffy Fondue พร้อมดัน 1 โรงเรียน 1 ครูแนะแนว

โดย THE STANDARD TEAM
14.08.2026
  • LOADING...
รองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ หวังสร้างบุญ ประชุมแก้ปัญหาความรุนแรงและบูลลี่ในโรงเรียน

วานนี้ (13 สิงหาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารจากสำนักการศึกษา และเจ้าหน้าที่จากภาคีเครือข่าย SoSafe ร่วมประชุมหารือ ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เพื่อเดินหน้าแผนยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาของ กทม. ทั้งด้านกายภาพและจิตใจ พร้อมกำหนดกลไกการดูแลพฤติกรรมนักเรียนแบบบูรณาการในทุกมิติ

 

การประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการประสานพลังระหว่าง เทคโนโลยี จิตวิทยา และมนุษยวิทยา เพื่อเข้าถึงเด็กนักเรียนอย่างใกล้ชิด ผ่านบทบาทสำคัญของครูแนะแนวและครูประจำชั้น โดยมีวาระการพัฒนาระบบที่น่าสนใจหลายประเด็น

 

สำนักการศึกษา (สนศ.) ร่วมกับกองเทคโนโลยีการศึกษา และหน่วยศึกษานิเทศก์ เตรียมเดินหน้าสร้างความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการใช้ความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Literacy) เพื่อป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้ง (Bullying) และดูแลความปลอดภัยทางกายภาพ

 

ทั้งนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กนักเรียนหรือผู้แจ้งเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ รองผู้ว่าฯ กทม. ได้เสนอแนวคิดในการบูรณาการฟีเจอร์ ‘SoSafe’ ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรับเรื่องและเข้าถึงข้อมูลได้จากจุดเดียว อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต สามารถเข้ามามีส่วนร่วมติดตามกรณีปัญหาต่างๆ ร่วมกับทางโรงเรียนได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

 

กทม. ยังคงให้ความสำคัญกับภาวะทางจิตและพฤติกรรมของนักเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยล่าสุดได้นำผลการประเมินสมรรถนะทางจิตมาจัดทำ คู่มือ SDQ (Strengths and Difficulties Questionnaire) ฉบับ กทม. ปี 2568 ซึ่งเป็นแบบประเมินเชิงจิตวิทยาที่ช่วยคัดกรองพฤติกรรม อารมณ์ และสังคม เพื่อให้ครูสามารถเข้าใจธรรมชาติและเติมเต็มจุดอ่อนของเด็กแต่ละคนได้อย่างตรงจุด

 

ด้านกองเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน ระบุว่า ปัจจุบันมีการอบรมประธานนักเรียนเรื่องสิทธิเด็กและข้อกฎหมายอยู่เป็นประจำ ขณะเดียวกัน สำนักการศึกษากำลังเร่งผลักดันการจัดสรรบุคลากร โดยตั้งเป้าหมาย 1 โรงเรียน ต้องมี 1 ครูแนะแนว เพื่อให้ครูแนะแนวทำหน้าที่เป็นหัวใจหลัก (Focal Point) ในการดูแลสุขภาวะทางจิตของนักเรียน พร้อมทั้งเตรียมดึงนักจิตวิทยาเด็กและนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาเสริมการทำงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

ในด้านการปฏิบัติจริง ศึกษานิเทศก์ได้เสนอแนวทาง 10 นาทีโฮมรูมก่อนเข้าเรียนทุกวัน โดยให้ครูประจำชั้นใช้เวลานี้เป็นเครื่องมือในการสังเกต ถอดรหัสความรู้สึก และสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับเด็ก ภายใต้กรอบแนวทาง 3 ระดับ

 

  • Promotion (ต้นน้ำ): ส่งเสริมและสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ
  • Prevention (กลางน้ำ): ป้องกันและเฝ้าระวังความเสี่ยง
  • Protection (ปลายน้ำ): คุ้มครองและให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ

 

หากเกิดกรณีปัญหาขึ้น กทม. จะเน้นการซ่อมแซมและพัฒนาระบบ โดยกลับไปสร้างความเข้าใจให้แก่ครูประจำชั้นและครูแนะแนว เพื่อยืนยันว่าระบบการดูแลเด็กสามารถใช้งานได้จริง

 

หลังจากนี้ กทม. เตรียมหารือร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อเฟ้นหาโรงเรียนอาสาสมัครนำร่อง (โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) เพื่อทดลองใช้ระบบคัดกรอง การแนะแนว และสร้างระบบโรงเรียนเชิงบวก โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องไม่สร้างภาระงานที่ซ้ำซ้อนให้แก่ครู ก่อนที่จะนำบทเรียนความสำเร็จไปขยายผลครอบคลุมโรงเรียนทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อตอกย้ำเป้าหมายที่ว่าเด็กทุกคนจะต้องมีครูที่เข้าใจและพร้อมดูแลอยู่เคียงข้างอย่างจริงจังและยั่งยืน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising