วันนี้(26 ตุลาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 17 ณ อาคารรัฐสภา วิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยชี้ให้เห็นถึงวิกฤตมลพิษข้ามแดนจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแม่น้ำสายสำคัญ ทั้งแม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำกระบุรี และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่จังหวัดเลยซึ่งพบสารพิษตกค้างในแม่น้ำโขงเกินมาตรฐานต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน
ข้อมูลการตรวจวัดในพื้นที่ภาคเหนือระบุว่า น้ำชลประทานจากแม่น้ำสายและแม่น้ำกกเข้าขั้นวิกฤต พบสารหนูเกินค่าความปลอดภัยถึง 28 เท่า และตะกั่วเกินมาตรฐาน 5 เท่า ขณะที่การสุ่มตรวจดินปลูกพืช 20 แปลง พบสารหนูเกินเกณฑ์ถึง 11 แปลง ที่น่ากังวลที่สุดคือผลตรวจเมล็ดข้าวและแกลบในรอบนาปรังช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ยืนยันการปนเปื้อนของสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐาน ซึ่งประชาชนได้นำไปบริโภคโดยไม่ทราบถึงความเสี่ยงต่อโลหะหนัก โดยเฉพาะตะกั่วที่กระทบต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กเล็ก
ณัฐพงษ์ระบุว่า พรรคประชาชนและภาคประชาสังคมได้เรียกร้องให้เฝ้าระวังเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลเพิกเฉยและไม่จัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้การตรวจพิสูจน์ล่าช้า พร้อมเสนอแนวทางบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า โดยแนะให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงปรับเปลี่ยนแหล่งซื้อข้าว หรือหากจำเป็นต้องบริโภค แนะนำให้ใช้วิธีหุงข้าวแบบเช็ดน้ำเพื่อลดปริมาณสารหนูลงครึ่งหนึ่ง
ในเชิงนโยบาย ณัฐพงษ์เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีเร่งอนุมัติงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สแกนผลผลิตรายแปลง คัดแยกผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรอย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำว่าเกษตรกรคือผู้เสียหายด่านแรก จึงไม่ควรตกเป็นผู้รับบาป นอกจากนี้ยังเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำแผนที่พื้นที่เสี่ยงมาประเมินเพื่อปรับปรุงดิน สนับสนุนการเปลี่ยนชนิดพืช และจัดหาอาชีพชดเชย พร้อมจี้ให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งดูแลสุขภาพประชาชน หลังพบผู้ได้รับสารหนูอนินทรีย์เกินค่าความปลอดภัย 31 คน จากการตรวจ 549 คนในจังหวัดเชียงราย
ทั้งนี้ ได้เรียกร้องถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมอบหมายให้ ทรงศักดิ์ ทองศรี ดูแล ให้เร่งนำปัญหามลพิษข้ามแดนเข้าสู่ที่ประชุม หลังพบว่าการประชุม 3 ครั้งในปี 2569 ไม่มีการหารือประเด็นนี้เลย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึง สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ไม่เข้าร่วมประชุม ว่าเป็นเหตุให้กระทรวงฯ ละเลยการจัดการปัญหาอย่างจริงจังหรือไม่


