Menu
275280

Nana Coffee Roasters จากร้านถ่ายภาพสู่โรงคั่ว และร้านกาแฟรวมแชมป์ประเทศไทย

16.08.2019
  • LOADING...
Nana Coffee Roasters

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • Nana Coffee Roasters ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรักการดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะเป็น Mod Bar เครื่องไซฟอน ดริป เครื่องไนโตร ไปจนถึงการคัดเลือกเมล็ดกาแฟชนิดพิเศษ 24 กลิ่นรสจากทั่วโลกมาให้ได้ดื่มด่ำ
  • ที่นี่เป็นอีกร้านที่รวมบาริสต้าดีกรีแชมป์ในสาขาต่างๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแชมป์เวิลด์ไซฟอน รองชนะเลิศบาริสต้าประเทศไทย รวมทั้งมือคัปปิ้ง Q Grader คนที่ 7 ของเมืองไทย และเมล็ดกาแฟที่ชนะรางวัลระดับประเทศก็อยู่ที่นี่เช่นกัน
  • ร้านนี้จริงจังด้านกาแฟเอามาก ดังนั้นอย่าแปลกใจหากบังเอิญได้ยินบทสนทนาว่าด้วยกาแฟที่สนุกมากระหว่างบาริสต้าและลูกค้า ที่แน่นอนว่าไม่ได้มีแต่คอกาแฟ บาริสต้าที่นี่ทุกคนขยันเล่าเรื่องราวของเมล็ดกาแฟให้ลูกค้าได้ฟัง แสดงให้เห็นถึงแพสชันของพวกเขาอันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้าน

ในฐานะคนที่ชอบแวะเข้าคาเฟ่และดื่มกาแฟเป็นกิจวัตร ชื่อของ Nana Coffee Roasters เป็นหนึ่งในโรงคั่วและบาริสต้าแนวหน้าของเมืองไทยที่ทำตั้งแต่ต้นทาง คือการคัดสรรเมล็ดกาแฟ คั่ว คัปปิ้ง ไปจนถึงเสิร์ฟกาแฟดีๆ ให้ถึงมือลูกค้า ทว่าที่ผ่านมาเรารู้จัก Nana Coffee Roasters ผ่านรสชาติของกาแฟมากกว่าจะรู้เบื้องลึกก่อนที่จะมาเป็นกาแฟคุณภาพเช่นนี้ 

 

กระทั่งในวันที่ Nana Coffee Roasters โบกมือลาย่านเยาวราช และมาเปิดร้านใหม่ที่กว้างขวางและอัดแน่นด้วยเรื่องราวกาแฟที่มากยิ่งขึ้น ณ โครงการ Niche 3 ถนนประดิษฐ์มนูญธรรม เราจึงได้มีโอกาสแวะมาคุยกับ กุ้ง-กานดา โทจำปา หนึ่งในผู้ร่วมทีมก่อตั้ง ซึ่งเล่าอย่างหมดเปลือกว่า กว่าที่จะมาเป็น Nana Coffee Roasters นั้น บาริสต้ามือทองและ Q Grader ของที่นี่ต้องผ่านงานล้างอัดภาพมาก่อน

 

Nana Coffee Roasters

กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ เจ้าของร้าน

 

The Story

“เมื่อก่อนเราทำกิจการร้านถ่ายรูป แต่พอมาถึงยุคกล้องดิจิทัล ลูกค้าที่เข้ามาอัดรูป ขยายรูป น้อยลงอย่างมาก เราทำงานหนักเหมือนเดิม หรือมากกว่าเดิม แต่รายได้น้อยลง ก็เลยมีการคิดกันว่าต้องหารายได้เพิ่ม ซึ่งร้านถ่ายรูปตั้งอยู่ในย่านที่มีคนพลุกพล่าน กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ เจ้าของก็เลยได้ไอเดียเปิดร้านขายกาแฟเย็นทั่วไปก่อน ลงทุนไปเรียนทำกาแฟเย็น และเจาะช่องกระจกหน้าร้านถ่ายรูปเพื่อทำเป็นร้านกาแฟแบบให้ซื้อกลับ ตอนหลังก็เริ่มขายดีมาก วันละ 200-300 แก้ว เรียกว่าอยู่ได้สบาย แต่ด้วยความที่อยากสนุกกับกาแฟมากขึ้น และอยากรู้ว่าที่เราทำอยู่มันถูกไหม ถ้าจะเดินทางนี้ต่อก็ควรจะรู้ให้ลึกให้จริง กุ้งเลยตัดสินใจไปลงเรียนคิวเกรเดอร์ (Q Grader) ที่อินโดนีเซีย และจบมาได้เป็นคิวเกรเดอร์คนที่ 7 ของประเทศไทย”

 

Nana Coffee Roasters

Nana Coffee Roasters

มาถึงอาณาจักรกาแฟแล้ว อย่าลืมเลือกเมล็ดกาแฟชนิดพิเศษระดับแชมป์ 

ที่ชนะประมูลจากเวทีต่างๆ กลับบ้านด้วย

 

สำหรับหน้าที่ของคิวเกรเดอร์นั้นคือการคัปปิ้งเพื่อทดสอบ และให้ค่าเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้ว หรือเรียกง่ายๆ คือนักชิมกาแฟ ซึ่งนั่นทำให้กุ้งต้องหัดคั่วกาแฟ และคัปปิ้งในทุกวันจนเกิดความชำนาญ และสุดท้ายก็ขยายจากร้านกาแฟเย็นมาเปิดโรงคั่ว และมีคาเฟ่เป็นของตัวเองในที่สุด โดยที่ก็ยังไม่ทิ้งกาแฟเย็นในร้านถ่ายภาพที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Nana Coffee Roasters

 

“ทุกวันนี้ร้านกาแฟเย็นร้านแรกก็ยังเปิดอยู่ และมีการพัฒนาให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ถึงสี่เบลนด์ เข้ม อ่อน ผสมโรบัสต้า และกาแฟนอก เป็นกาแฟเย็นแมสแต่มีคุณภาพ ยิ่งเราทำความรู้จักกับกาแฟมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่ากาแฟคือแพสชัน และเราก็อยากนำแพสชันเหล่านี้มาสื่อสารให้ลูกค้า”

 

Nana Coffee Roasters

 

The Vibe

สำหรับบ้านหลังใหม่ที่ย้ายมาจากซอยนานา เยาวราชนั้น ค่อนข้างจะแตกต่างกับบ้านหลังเก่าตรงความกว้างขวางและความครบครัน โดยร้านเน้นตกแต่งด้วยอิฐส้มดิบๆ เข้ากับโทนสีทองแดง และรางท่อเปลือยแบบลอฟต์ ตัดสีเขียวมินต์สดใสมาก หน้าร้านมีกิมมิกกระจกบานเลื่อนเล็กๆ สำหรับสไลด์เปิดสั่งกาแฟกลับบ้าน พร้อมที่นั่งริมกำแพงร้าน เหมาะสำหรับจิบกาแฟรับแสงแดดอ่อนยามเช้า

 

ด้านในร้านค่อนข้างสูงโปร่ง เผยให้เห็นบาร์กาแฟยาวขนานไปกับตัวร้าน ครบทั้ง Mod Bar เครื่องไซฟอน บาร์ดริป เครื่องไนโตร และสตีมพังก์สี่หัวสำหรับชงชา ใครอยากเห็นขั้นตอนการทำกาแฟแบบต่างๆ อย่างใกล้ชิด แนะนำให้จับจองพื้นที่หน้าบาร์ ส่วนใครที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวขึ้นมานิด ชั้นสองยังมีโต๊ะนั่งที่ขั้นกลางด้วยเครื่องคั่วกาแฟ แน่นอนว่าที่นี่เปิดโรงคั่วกันกลางร้านเลย

 

Nana Coffee Roasters

Nana Coffee Roasters

สั่งสโคนมารองท้อง ละเลียดคู่กับกาแฟก็ดี

 

อีกสิ่งที่เราชอบมากในเรื่องการออกแบบ คือการนำแผนที่ 55 ประเทศทั่วโลก ที่สามารถเพาะปลูกกาแฟได้มาจัดเรียงเป็นฉากหลังของบาร์กาแฟ ทั้งยังโยงเข้ากับลวดลายของถาดรองแก้วที่ใช้เลเซอร์ยิงแผ่นไม้เป็นจิ๊กซอว์รูปประเทศผู้เพาะปลูกกาแฟ ทั้งหมดทำให้บทสนทนาที่ว่าด้วยกาแฟระหว่างบาริสต้าและลูกค้าชัดเจน และเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 

Nana Coffee Roasters

Dirty นมเย็นท็อปด้วยกาแฟที่ให้รสละมุน

 

The Drinks

ที่นี่คือตัวจริงด้านกาแฟ ดังนั้นระหว่างชั่วโมงเศษที่นั่งอยู่ในร้านจึงได้ยินบทสนทนาว่าด้วยกาแฟที่สนุกมากระหว่างบาริสต้าและลูกค้า ที่แน่นอนว่าไม่ได้มีแต่คอกาแฟ บาริสต้าที่นี่ทุกคนขยันเล่าเรื่องราวของเมล็ดกาแฟให้ลูกค้าได้ฟังก่อนที่จะขายของ ซึ่งมี 3 เมนูหลักคือ Single Origin มีเมล็ดกาแฟถึง 24 แหล่งเพาะปลูกให้เลือกสำหรับการชงแบบดริป เอสเพรสโซ และไซฟอน ถัดมาคือซิกเนเจอร์ที่ทางร้านได้ออกแบบเมนูใหม่ๆ ให้ว้าวขึ้น และประเภท Non-coffee เสิร์ฟชาและโกโก้ 

 

สำหรับสาย Single Origin ที่ต้องการดื่มด่ำเมล็ดกาแฟชนิดต่างๆ ที่นี่มีเมล็ดกาแฟไทยที่ได้รางวัล และชนะการประมูลมาให้เลือกแน่นมาก ราคาอยู่ที่ 250-450 บาทต่อแก้ว และที่แพงสุดเห็นจะเป็น World Syphon Blend กาแฟที่เบลนด์ขึ้นเพื่อให้ กษมา กันบุญ นำไปแข่งในเวทีไซฟอนระดับโลก ซึ่งแน่นอน กษมาสามารถคว้าแชมป์โลก 2018 กลับมาได้ World Syphon Blend ตัวนี้ใช้กาแฟไทยไนน์วัน ถึง 50% เบลนด์กับกาแฟไทยน่าน เกอิชาอีก 20% ที่เหลือเป็นเกอิชา ปานามา สนนราคาแก้วละ 600 บาท เรียกว่าสมราคากาแฟแชมป์โลก

 

ใครที่ชอบดื่ม เอสเพรสโซ (100 บาท) ที่นี่ใช้เครื่อง Mod Bar เพื่อสกัดกลิ่นรสของกาแฟให้ออกมาอย่างชัดเจนที่สุด เช่นเดียวกับชาที่ทางร้านเลือกใช้เครื่องสตีมพังก์ (Steampunk) ในการสกัดกลิ่นรสของชาชนิดนั้นๆ ให้ออกมาอย่างละมุน ให้คาแรกเตอร์ที่ชัดเจน Steampunk Tea (200 บาท) หรือถ้าต้องการความสดชื่น Nitro Tea (200 บาท) ที่สกัดจากส้ม ตะไคร้ กุหลาบ ให้กลิ่นหอมของผลไม้ที่ชัดเจนมาก 

 

Nana Coffee Roasters

Kanda กาแฟเย็นแสนสวยแก้วพิเศษใส่น้ำส้มบลัดออเรนจ์

 

ในส่วนของเมนูซิกเนเจอร์นั้นหลายคนติดใจ Kanda (250 บาท) กาแฟเย็นแก้วพิเศษจากกุ้ง-กานดา บาร์เทนเดอร์หลักของร้าน และแชมป์บาริสต้าหลายเวที แก้วนี้ด้านล่างเป็นน้ำส้มบลัดออเรนจ์ ท็อปด้วยไนโตรโคลด์บริวที่เลือกใช้ความเปรี้ยวเบาๆ ของกาแฟเอธิโอเปีย และที่เราชอบมากคือ Dirty (150 บาท) นมเย็นท็อปด้วยกาแฟ ซึ่งความพิเศษอยู่ตรงที่ทางร้านไม่ได้ใช้เอสเพรสโซช็อต แต่เลือกใช้น้ำมันกาแฟที่ลอยอยู่บนผิวเอสเพรสโซ ให้ความละมุนมัดใจ

 

Nana Coffee Roasters

Nitro Tea สกัดจากส้ม ตะไคร้ กุหลาบ ที่ให้กลิ่นหอมของผลไม้นานาพันธุ์

 

ส่วนถ้าใครหิว สามารถสั่งอาหารพาสทรี เช่น ขนมอบอย่างสโคน ครัวซองต์ และเค้ก กินคู่กับกาแฟได้อย่างดีเยี่ยม ยังไม่หมด ที่นี่ยังมีเมล็ดกาแฟชนิดพิเศษให้ได้เลือกซื้อกลับบ้าน โดยเฉพาะกาแฟระดับแชมป์ กาแฟที่ชนะประมูลจากเวทีต่างๆ อยู่ที่นี่เกือบทั้งนั้น เรียกว่าเป็นอาณาจักรกาแฟที่จัดเต็มมากๆ

 

อ่านเรื่อง จิบกาแฟดีที่สุดจากทุกมุมโลกโดยเครื่องชงแบบ ‘สตีมพังก์’ ที่คาเฟ่แนวกาแฟพิเศษ Red Diamond Cafe ได้ที่นี่

 

Nana Coffee Roasters

Open: ทุกวัน เวลา 7.00-20.00 น.

Address: โครงการ Niche 3 ถนนประดิษฐ์มนูญธรรม (ใกล้กับซอยประดิษฐ์มนูญธรรม 3) วังทองหลาง กรุงเทพฯ

Contact: โทร. 08 2626 6235

Budget: เริ่มต้นที่ 100 บาท

Page: www.facebook.com/nanacoffeeroasters 

Map: 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR