×

รัฐประหารเมียนมาฉุดการลงทุนนอก ชี้ปี 64 ไทยส่งออกรถยนต์เพิ่ม 2-4% ในระยะสั้น

18.02.2021
  • LOADING...
รัฐประหารเมียนมาฉุดการลงทุนนอก ชี้ปี 64 ไทยส่งออกรถยนต์เพิ่ม 2-4% ในระยะสั้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า กรณีที่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2564 อาจส่งผลให้การลงทุนอุตสาหกรรมรถยนต์ของนักลงทุนต่างประเทศชะลอตัวลง สาเหตุเพราะความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น จากการดำเนินนโยบายรัฐที่เกี่ยวกับการทำตลาดรถยนต์ในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ปี 2564 นี้ ไทยมีโอกาสส่งออกรถยนต์ไปเมียนมาได้มากขึ้นราว 2-4% 

 

ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์เมียนมาขยายตัวต่อเนื่อง เพราะได้รับการผลักดันจากนโยบายของภาครัฐ ทำให้มีต่างชาติเข้ามาลงทุนจำนวนมาก ขณะเดียวกันตลาดรถยนต์เมียนมามีจุดแข็ง 3 ปัจจัย ได้แก่ 

 

1. ความต้องการรถยนต์ที่แท้จริงของเมียนมาสูงกว่ายอดขายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของตลาด เช่น กลุ่มชนชั้นกลางที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อนั้น BCG คาดว่าในปี 2563 เมียนมาน่าจะมีประชากรกลุ่มนี้ราว 10 ล้านคน ใกล้เคียงกับตัวเลข 12 ล้านคนของเวียดนามในปี 2555 ซึ่งมีตัวเลขยอดขายรถยนต์ใหม่ 80,453 คัน แต่เมียนมาในปี 2563 ที่มีผู้บริโภคใกล้เคียงกัน มียอดขายรถยนต์ใหม่ 15,721 คัน เมียนมาจึงมีโอกาสขายรถยนต์ได้มากกว่าปัจจุบัน  

 

2. รถยนต์ในเมียนมาปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า 1 ล้านคัน ส่วนใหญ่ราว 95% เป็นรถยนต์เก่าอายุมากกว่า 10 ปี และรอการเปลี่ยนเป็นรถยนต์ใหม่ ดังนั้นหากในอนาคตราคาขายเหมาะสมจะเข้าถึงประชาชนยิ่งขึ้น

 

3. มาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ในประเทศหลายประการทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้รถยนต์ใหม่ประกอบในประเทศเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น เช่น การไม่ให้นำเข้ารถยนต์พวงมาลัยขวา, การอนุญาตออกแผ่นป้ายทะเบียนย่างกุ้งใหม่ให้กับรถที่ประกอบขึ้นในเมียนมาเท่านั้น, การไม่คิดภาษีจดทะเบียนรถยนต์และภาษีนำเข้าชิ้นส่วนกับรถยนต์ผลิตในประเทศ ทำให้ราคารถยนต์ที่ผลิตในประเทศมีแนวโน้มถูกลง สวนทางกับรถยนต์นำเข้าที่ต้องเสียทั้งภาษีนำเข้ารถยนต์และภาษีจดทะเบียนรถยนต์ในอัตราที่ค่อนข้างสูง

 

โดยปัจจุบันมูลค่าการส่งออกรถยนต์ของไทยไปเมียนมาปี 2563 อยู่ที่ 84.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไทยได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการปรับลดอัตราภาษีจดทะเบียนรถยนต์ลงในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา แต่ไทยยังต้องแข่งขันกับคู่แข่งประเทศอื่นๆ เช่น คู่แข่งนอกอาเซียน (เกาหลีใต้ และชาติตะวันตก) รถยนต์จากจีน และรถยนต์ MPV จากอินโดนีเซีย 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ระยะสั้นเมียนมาจะเจอภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจากความเสี่ยงทางด้านการเมือง การโดนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ (เพราะรัฐประหาร) และสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวหลังการระบาดโควิด-19 ซึ่งภายใต้การนำของกองทัพ อาจยังมีค่ายรถบางสัญชาติ (จีน) อาจลงทุนต่อ เพราะศักยภาพในตลาดรถยนต์เมียนมา และอาจทำให้ในระยะยาว หากสถานการณ์ดีขึ้น นักลงทุนตัดสินใจลงทุนขยายโรงงานประกอบรถยนต์ในเมียนมา ซึ่งจะกลายเป็นคู่แข่งการส่งออกรถยนต์ของไทยในอนาคต

 

และในอนาคต หากค่ายรถญี่ปุ่นตัดสินใจลงทุนผลิตรถยนต์ในเมียนมาต่อเนื่อง (หลังสถานการณ์กลับสู่ความสงบเรียบร้อยขึ้น) ไทยอาจได้อานิสงส์จากการเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อส่งออกไปประกอบเป็นรถยนต์สำเร็จรูปในเมียนมาที่กำลังขยายตัวขึ้น แต่จะทำให้นำเข้ารถยนต์ทั้งคันในอนาคตจากไทยลดลงตามไปด้วย

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories