วันนี้ (4 สิงหาคม) พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังบูรณาการร่วมกับกรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ปปง. และตำรวจภูธรภาค 6 เปิดปฏิบัติการ ทลายบัตร 10 ปี เถื่อน ปูพรมตรวจค้น 25 จุดในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก รวบผู้ต้องหา 17 ราย พบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขบวนการ ฟอกแรงงาน ออกบัตรเถื่อนไปแล้วกว่า 700 ใบ
ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การทลายเครือข่ายทุจริตออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ บัตรทะเบียน 0 ให้กับกลุ่มชาวเมียนมา โดยเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 25 จุดในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 17 ราย ประกอบด้วย
- เจ้าหน้าที่รัฐ: 3 ราย (รวมถึงผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอแม่สอด)
- เจ้าบ้านหรือผู้รับรอง: 2 ราย
- ชาวต่างชาติสัญชาติเมียนมาผู้สวมสิทธิ์: 12 ราย
พล.ต.อ. สำราญ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ขยายผลมาจากการแจ้งเบาะแสของคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) กรมการปกครอง ที่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนในพื้นที่ร่วมมือกับนายหน้า ลักลอบออกบัตรทะเบียน 0 ให้กับชาวเมียนมาอย่างผิดกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนและตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และพบความผิดปกติชัดเจน เนื่องจากผู้กระทำผิดอย่างน้อย 12 ราย มีการถือครองหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมาอยู่ก่อนแล้ว
ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและ มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญของสำนักทะเบียนอำเภอแม่สอด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็น แรงงานในพื้นที่ อ.แม่สอด จว.ตาก และจังหวัดอื่น ๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) หรือเรียกว่าขบวนการ “ฟอกแรงงาน” ซึ่งจากการตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่รัฐที่ที่เกี่ยวข้องออกบัตรเลข 0 ไปแล้วเป็นจำนวนมากกว่า 700 ใบ โดยมีค่าดำเนินการ 40,000-100,000 บาท ต่อ 1 คน
ทั้งนี้ประเทศไทยมีช่องทางถูกต้องตามกฎหมายสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนัก ทำงาน ประกอบธุรกิจ หรือขอสัญชาติไทย โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีอำพรางผ่านคนไทย ใช้นอมินี หรือเอกสารที่ได้มาโดยมิชอบ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องระบบทะเบียนราษฎรและความมั่นคงของชาติ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐบาลต้องการ คือ การอยู่ร่วมกันอย่างถูกต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ไม่ใช่การปิดกั้นผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมายแต่จะไม่ยอมให้มีการใช้ช่องว่างทางทะเบียนหรือใช้ความช่วยเหลือของรัฐไปเป็นเครื่องมือในการกระทำผิด หากประชาชนพบพฤติการณ์น่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง


