×

สส.ปชน. เรียกร้องรัฐบาลดันร่างกฎหมายสถานบริการเข้าสภา ปรับแก้ไขคำโบราณ-จัดโซนนิ่ง-ลดส่วย

โดย THE STANDARD TEAM
22.04.2026
  • LOADING...
สส.พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ เพื่อแก้ปัญหาสถานบริการเถื่อน ลดส่วย และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย

วันนี้ (22 เมษายน) ที่รัฐสภา ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน อาทิ ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์, จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ และหนึ่ง ขัติยะนนท์ แถลงกรณีร่างแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการ

 

ภัณฑิลระบุว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีการยื่นไปตั้งแต่สมัยที่แล้ว แต่เกิดการยุบสภาก่อน ซึ่งได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นที่เรียบร้อย ตนจึงอยากเรียกร้องรัฐบาล ให้บรรจุร่างนี้กลับเข้ามาในสมัยสภานี้โดยเร็ว เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งแต่เกิดขึ้นทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามการเปิดสถานบริการในปัจจุบัน จะมีปัญหาเรื่องการขอใบอนุญาต และ 80-90% ของสถานบริการที่เปิดในประเทศไทยนั้นเป็นสถานบริการเถื่อน มีโอกาสที่จะถูกเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันการจะเปิดร้านไม่ว่าพื้นที่นั้นจะขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีการแสดงดนตรี มีพนักงานบริการ นิยามของคำเหล่านี้ใน พ.ร.บ.ฉบับเก่า ไม่มีอยู่แล้วและไม่เข้ากับยุคสมัย เช่น คำว่า รำวง รองเง็ง โรงน้ำชา ซึ่งเป็นคำนิยามที่เก่าและโบราณมาก และร้านกาแฟบางร้านก็มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดให้บริการถึงเที่ยงคืน นี่จึงเป็นปัญหาของคำนิยาม

 

ส่วนเรื่องการขอใบอนุญาต ภัณฑิลระบุว่า หนึ่งร้านจะต้องมีการขอใบอนุญาตหลายใบ ทำให้ผู้ประกอบการเกิดความสับสน และการขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ถูกต้องจะขอไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องโซนนิ่ง เช่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลายพื้นที่ไม่มีการจัดโซนนิ่งทำให้มีการเปิดร้านขึ้นมาเต็มไปหมด เราจึงจะต้องแก้ไขโดยการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเป็นผู้กำหนดโซนนิ่ง เพราะหน่วยงานรัฐส่วนกลางอย่างกระทรวงมหาดไทยไม่มีทางรู้เรื่องทั้งหมด พร้อมเน้นย้ำให้การออก พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ทำเป็น One Stop Service เพื่อให้ไม่ต้องเสียเวลา เสียโอกาสในการจัดเก็บรายได้ รวมถึงป้องกันการสนับสนุนธุรกิจที่อยู่ใต้ดิน

 

ทั้งนี้ ในเดือนพฤษภาคมจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องไปกับการจัดทำ พ.ร.บ. ที่คาดหวังว่าจะเข้าสู่สภาในสมัยนี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นปัจจุบัน

 

ขณะที่ ปารเมศ กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบอย่างถนนข้าวสาร ถนนสีลม เป็นพื้นที่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับธุรกิจกลางคืน สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่เราต้องคำนึงคือเรื่องผลกระทบต่อผู้พักอาศัยในเรื่องเสียงที่ตนได้ต่อสู้มานาน ฉะนั้นการยื่นร่าง พ.ร.บ.สถานบริการฉบับใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์ สอดคล้องกับสังคมของปัจจุบัน เวลาเปิด-ปิด รวมถึงเรื่องโซนนิ่ง เพื่อให้ร้านต่างๆ ที่พยายามเลี่ยงกฎหมาย หรือใช้วิธีรู้โพรงทางกฎหมายเข้าสู่ระบบ และมีคำนิยามที่ถูกต้อง ยืนยันว่าเราไม่ได้ห้าม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการ แต่อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมายและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

 

ด้าน จรยุทธ กล่าวว่า เราได้เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต สิ่งที่เกิดขึ้นคือร้านไม่มีใบอนุญาต ต้องจ่ายส่วย 10 หน่วยงานต่อ 1 เดือน ซึ่งการที่จะนำเงินตรงนี้ขึ้นมาได้ต้องมีกฎหมายรับรอง ร่างกฎหมายฉบับนี้ยืนยันชัดเจนว่าจะนำเงินเข้ามาในระบบได้ และป้องกันเจ้าของธุรกิจด้วย เพราะอย่างถนนข้าวสาร มีร้านเป็น 100 ร้าน แต่มีร้านที่มีใบอนุญาตเพียง 6 ร้าน และพบว่าหลายร้านเปิดเกินเวลา

 

“ร้านที่มีใบอนุญาตไม่ได้เปิดเกินเวลา แต่ร้านอื่นที่ไม่มีใบอนุญาตเปิดเกินเวลา ทุกวันนี้ก็เห็นร้านเปิดถึงตีสาม ตีสี่ บางทีถึงเช้า เจ้าของธุรกิจที่เขามีใบอนุญาตถูกต้อง หากเราไม่ได้มาช่วยป้องกัน ธุรกิจเหล่านี้จะอยู่ไม่ได้” จรยุทธกล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising