×

สภา กทม. ตั้ง กมธ. สางปัญหาสิ่งปลูกสร้างผิดประเภท จี้สอบข้าราชการปล่อยปละละเลย

โดย THE STANDARD TEAM
01.08.2026
  • LOADING...
ภาพการประชุมสภากรุงเทพมหานครพิจารณาปัญหาสิ่งปลูกสร้างผิดประเภท

วานนี้ (31 กรกฎาคม 2569) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) ซึ่งมี เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาญัตติสำคัญว่าด้วยการขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญติดตาม กำกับ และดูแลอาคารที่ใช้งานผิดประเภท ซึ่งเสนอโดย สุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง

 

สุทธิชัยได้อภิปรายชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ปัจจุบันมีอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่หลายแห่งถูกต่อเติม ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 สิ่งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง และระบบป้องกันอัคคีภัย

 

ตัวอย่างความสูญเสียที่ผ่านมา เช่น เหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ตลอดจนเหตุการณ์ระเบียงปูนชั้น 2 ของอาคารเก่าทรุดตัวถล่มทับรถยนต์บริเวณถนนเจริญกรุง แถววัดไตรมิตรวิทยาราม เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าเกิดจากการวางของหนักหรือการต่อเติมบนโครงสร้างระเบียงที่ยึดติดเพียงฝั่งเดียว นอกจากนี้ ยังมีกรณีป้ายโฆษณาหักโค่นในเขตบางกอกน้อยและเขตราษฎร์บูรณะ ไปจนถึงมหากาพย์ข้อพิพาทในซอยร่วมฤดี เขตปทุมวัน ที่มีการก่อสร้างอาคารสูงเกิน 8 ชั้นในซอยแคบ แม้ศาลจะมีคำสั่งให้รื้อถอน แต่ปัจจุบันยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

 

“การตั้งคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อจับกุมหรือลงโทษ แต่เพื่อสร้างกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหา ให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพสูงสุด” สุทธิชัยระบุ

 

ญัตติดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหลายเขต โดยมีการยกตัวอย่างปัญหาที่สะท้อนถึงความหละหลวมในการควบคุมอาคารในแต่ละพื้นที่:

 

  • เปลี่ยนตึกเก่าเป็นโรงแรม-โรงงาน: นภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย เผยว่า ในเขตพื้นที่ชั้นในอย่างสำเพ็ง มีการลักลอบดัดแปลงอาคารพาณิชย์เก่าให้กลายเป็นโรงแรมและโรงงาน ซึ่งมีการใช้กระแสไฟฟ้ามหาศาล หากเกิดเพลิงไหม้จะกลายเป็นโศกนาฏกรรม เนื่องจากรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ โดยมักได้รับคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ‘ขาดแคลนบุคลากร’
  • ช่องโหว่กฎหมายที่พักอาศัย: สมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน ชี้ให้เห็นถึงกลเม็ดการดัดแปลงที่พักอาศัยโดยกั้นห้องให้เช่ารายวัน ซึ่งเลี่ยงการจดทะเบียนเป็นโรงแรมหรือสถานบันเทิง ทำให้สำนักงานเขตใช้อำนาจสั่งระงับได้ยาก
  • ภัยเงียบจากกันสาดและระเบียง: กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ แสดงความกังวลต่ออาคารตึกแถวเก่าที่มีรอยร้าวและผุกร่อน โดยเฉพาะพฤติกรรมการนำกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่หรืออ่างอาบน้ำไปวางบนระเบียงที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนัก
  • ดัดแปลงโครงสร้างผิดประเภท: สมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม เรียกร้องให้ตรวจสอบอาคารที่สร้างผิดไปจากแบบที่ขออนุญาต เช่น การลักลอบดัดแปลงโครงสร้างเป็น ‘สวนน้ำ’ ซึ่งต้องรับน้ำหนักมหาศาล พร้อมจี้ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใช้อำนาจสั่งยุติการใช้งานทันทีหากพบความผิดปกติ

 

นอกจากการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของอาคารแล้ว วิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ ได้เน้นย้ำถึงประเด็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยระบุว่าที่ผ่านมาแทบไม่เคยมีการลงโทษทางวินัยกับข้าราชการที่ปล่อยปละละเลย ดังนั้น หากตรวจสอบพบการกระทำผิด เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมอาคารในพื้นที่นั้นๆ จะต้องถูกดึงเข้ามารับผิดชอบด้วย

 

ท้ายที่สุด ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบกับญัตติดังกล่าว และได้อนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อติดตามและกำกับดูแลปัญหาอาคารใช้งานผิดประเภท จำนวน 15 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากฝ่ายบริหาร 3 คน และฝ่ายสภา กทม. 12 คน โดยไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณา เพื่อให้คณะกรรมการสามารถตรวจสอบและสางปัญหาได้อย่างรัดกุมและครอบคลุมที่สุด

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising